ผู้เขียน หัวข้อ: ตัวชี้วัดว่าคุณควรดู หนังใหม่ ประเภทหนังที่ได้รับความนิยมในตอนนั้น  (อ่าน 8 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 30, 2018, 12:08:07 AM
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 84
    • ดูรายละเอียด

คุณภาพการผลิตหนัง รางวัลที่ได้รับ เรตติ้ง เสียง คาแรคเตอร์ ทั้งหมดนี้เป็นตัวชี้วัดว่าหนังที่คุณอยากดูนั้นมีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด

เกณฑ์ชี้วัดนี้สามารถใช้ได้กับทั้ง หนังเก่า และ หนังใหม่ ทั้งนี้ หนังจะสนุกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับรสนิยม และความชอบส่วนตัวด้วยเช่นกัน
เรียกได้ว่าการสร้างหนังใหม่ หรือหนังคุณภาพสักเรื่องให้ออกมาดีเยี่ยม ทั้งการดำเนินเรื่อง ฉาก และองค์ประกอบอื่นๆ อีกสารพัด เป็นโจทย์ที่ท้าทายเหล่าผู้กำกับภาพยนตร์อยู่ไม่น้อย หนังบางเรื่องอาจจะมีเนื้อหาดี ทำรายได้ดีเกินคาด แต่ในทางตรงกันข้ามหนังบางเรื่องก็มีเนื้อหาดี แต่ไม่ทำรายได้ก็มี ปัจจุบันมีหนังออกมาให้เลือกดูมากมาย ดังนั้น ถ้าคุณไม่อยากผิดหวังกับหนังที่เลือกดู ลองมาดูเกณฑ์ในการเลือกหนังกันค่ะ

1.คุณภาพการผลิต (Production)

หนังคุณภาพหลายเรื่องที่ออกฉายให้เราได้ดูในโรงภาพยนตร์ ล้วนแล้วแต่เป็นการถ่ายทำในสตูดิโอเทือบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น X-men, King Kong, Iron Man, The Avengers, The Hunger Games หรือแม้แต่หนังฟอร์มยักษ์ อย่าง Avatar ที่เบื้องหลังมีการทำงานในสตูดิโอ ส่วนสตูดิโอที่ใช้ในการถ่ายทำหนังก็มีหลายค่าย มีทั้งสตูดิโอเล็ก และสตูดิโอใหญ่ นอกจากนี้ลักษณะการถ่ายทำ และเทคนิคต่างๆ ของแต่ละค่ายมีความถนัดที่แตกต่างกัน เช่น

Columbia Pictures (โคลัมเบีย พิคเจอร์ส) เป็นบริษัทลูกของ Sony Pictures Entertainment โดยมีผลงานภาพยนตร์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นหนังเรื่อง Terminator 3 Rise of the Machines, The Amazing Spider-Man 1-2, The Smurfs 1-2 และ Bad Boys 2

DreamWorks Animation SKG (ดรีมเวิร์กส์ แอนิเมชัน เอสเคจี) ผลิตหนังแอนิเมชั่น โดยใช้คอมพิวเตอร์ผสมผสานกับการทำงานของกล้อง เพื่อให้ภาพออกมาเสมือนจริง และดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด อย่างเรื่อง Shrek, Shark Tale, Madagascar, Over the Hedge, Bee Movie, Kung Fu Panda, Monsters vs. Aliens, และ How to Train Your Dragon

Warner Bros. Pictures (วอร์เนอร์ บราเธอส์ พิคเจอร์ส) จุดเด่นของค่ายนี้ คือ เทคนิคพิเศษที่สร้างขึ้นมาเอง โดยการนำอุปกรณ์ต่างๆ มาประดิษฐ์ หรือฉากจำลอง เพื่อให้เกิดความสมจริงในหนัง อย่างเรื่อง My Fair Lady, Camelot, The Music Man, The Old Man and The Sea, Ghostbusters, Jurassic Park, the Batman trilogy, The Perfect Storm

Universal Pictures (ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส) โดดเด่นด้วยเทคนิคการภาพวาดในคอมพิวเตอร์ โดยเอามาผสมกับฟิล์มหนังที่คนแสดงไว้แล้ว เพื่อให้นักแสดงดูสมจริงนั่นเอง อย่างหนังเรื่อง Ride along 2, My Big Fat Greek Wedding 2, The Huntsman: Winter’s War, The Secret Life of Pets, Sing

Walt Disney Pictures (วอลต์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส) ขึ้นชื่อเรื่องการใช้เทคนิค CGI เป็นการทำภาพซ้อน หรือสร้างฉากทั้งหมดด้วยการวาดลงบนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างภาพที่ยิ่งใหญ่ สวยงาม และสมจริง เช่น Pinocchio, Peter Pan, The Jungle Book, Beauty and the Beast, Mulan

2.ผู้กำกับและนักแสดง

การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรางวัลที่สำคัญของหนัง การเสนอชื่อเข้ารับรางวัลอื่นๆ ซึ่งจะต้องดูด้วยว่าผู้กำกับ และนักแสดงหลักเป็นใคร เคยได้รับรางวัลอะไรมาบ้าง และมีประวัติการทำหนัง หรือแสดงหนังเรื่องใดมาก่อน ถนัดหนังประเภทไหน เหล่านี้ก็สามารถชี้วัดได้ว่า หนังใหม่ เรื่องที่คุณสนใจมีคุณภาพมากแค่ไหน คุ้มค่าแก่เวลา และค่าตั๋วที่คุณควรจะไปชมหรือไม่

3.เรตติ้ง (Rating)

สำหรับเรตติ้งก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สามารถชี้วัดได้ว่า หนังเรื่องนี้น่าดูหรือไม่ ต้องพิจารณาจากคะแนน MPAA ที่เป็นทางการของภาพยนตร์ หรือไม่ก็การจัดประเภทหนังที่ได้รับความนิยมในตอนนั้นก็ได้ คะแนนของหนังจะเน้นการกระทำไปพร้อมกับการดำเนินเรื่อง เพื่อให้มีอารมณ์ร่วมไปกับหนังด้วย เพลงประกอบของหนังจะต้องมีความเหมาะสม ซึ่งหนังแต่ละเรตก็จะมีระดับการนำเสนอความเข้มข้นที่แตกต่างกัน และได้มีการกำหนดเรตหนังออกมาเป็นสากล ดังนี้

เรต G (General Audience) : เป็นเรตที่สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัยไม่จำกัด

เรต PG (Parental Guidance) : ก็จะคล้ายๆ กับเรต G ค่ะ แต่จะเป็นเรตที่มีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก ควรได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่


ตัวชี้วัดว่าคุณควรดู หนังใหม่ ประเภทหนังที่ได้รับความนิยมในตอนนั้น เพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/ดูหนัง/