ผู้เขียน หัวข้อ: โรคไข้สมองอักเสบ - อาการ, สาเหตุ, การรักษา-เเละ สมุนไพร  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

เมษายน 15, 2018, 10:11:01 PM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 24
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


โรคไข้สมองอักเสบ เจอี (Japanese Encephalitis)
โรคไข้สมองอักเสบ เจ อี คืออะไร ไข้สมองอักเสบ (encephalitis) หมายถึง การอักเสบของเนื้อสมอง หรือเฉพาะที่เล็กน้อย เนื่องจากว่าเนื้อสมองอยู่ติดกับเยื่อหุ้มสมอง ก็เลยอาจเจอการอักเสบของเยื่อหุ้มสมองร่วมกับการอักเสบของสมองได้ด้วย  โดยโรคไข้สมองอักเสบบางทีอาจเกิดขึ้นได้จากหลายกรณีส่วนมากมักจะเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการต่อว่าดเชื้อจากไวรัส โดยสามารถเกิดได้จากเชื้อไวรัสหลากหลายประเภทหรือครั้งคราวอาจพบเป็นโรคเข้าแทรกของโรคหัด คางทูม ไข้ผ่องใส แต่ไข้สมองอักเสบประเภทที่อันตราย/รุนแรงที่ทำให้มนุษย์เสียชีวิตได้หมายถึงโรคไข้สมองอักเสบ เจอี(Japaneseencephalitis, JE) พบมากที่สุดในทวีปเอเชียรวมทั้งประเทศไทยและก็เล็กน้อยของแปซิฟิกตะวันตก ส่วนใหญ่มักจะเจอการเกิดโรคในฤดูฝน แต่ในแต่ล่ะประเทศจะพบตอนที่มีการกำเนิดโรคได้แตกต่างกันซึ่งเจอได้ตลอดทั้งปี โดยในบริเวณแหล่งระบาดชอบเจอในคนเจ็บอายุน้อยกว่า 15 ปี เนื่องมาจากในคนแก่จะมีภูมิต้านทานอยู่ก่อนแล้ว  อย่างไรก็แล้วแต่ถ้าเป็นรอบๆที่ไม่เคยกำเนิดโรคมาก่อนก็จะพบในกลุ่มของคนที่มีอายุสูงขึ้นได้
โรคไข้สมองอักเสบเจอี เป็นโรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิตแล้วก็เป็นโรคสุดที่รักษายาก ที่สำคัญเมื่อเป็นแล้วมีอัตราการตายสูง หากรอดตายมักมีความพิกลพิการหรือแตกต่างจากปกติทางสมองตามมา อัตราเจ็บป่วยตายอยู่ระหว่างร้อยละ 20-30 โดยประมาณสองในสามของผู้รอดชีวิต จะมีความพิการคงเหลืออยู่ ในทวีปเอเชียเจอผู้เจ็บป่วยโรคนี้ราวๆปีละ 30,000-50,000 ราย โรคนี้เรียกว่า Japanese เหตุเพราะสามารถแยกเชื้อได้จากผู้ป่วยในประเทศญี่ปุ่นคราวแรกเมื่อปี พุทธศักราช2468
สาเหตุของโรคไข้สมองอักเสบ เจ อี ด้วยโรคไขสมองอักเสบเจอีเปนโรคที่มีอัตราตาย รวมทั้งความพิการตามมาสูง ซึ่งสวนใหญชอบเปนในเด็ก ส่วนเชื้อที่กอโรคไดแก Japanese encephalitis virus (JEV) ซึ่งเปน arbovirus จัดอยูใน family Flaviviridae, genus Flavivirus โดยมียุงรําคาญ Culex tritaeniorhynchus เปนพาหะนําโรค โรคนี้พบในเขตเมืองนอยกวาบ้านนอก มีอัตราตายรอยละ 10-35 และมีอัตราการเกิดความพิกลพิการ ตามมามากถึงรอยละ 30-50 โดยไวรัสชนิดนี้ถูกค้นพบครั้งแรกโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นและได้กระจัดกระจายทั่วไปทุกภาคและก็ทุกฤดู ซึ่งประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้สมองอักเสบเจอี ได้แก่ รอบๆทวีปเอเชียใต้ ประเทศอินเดียและศรีลังกา ตลอดจนประเทศในเอเซียอาคเนย์ แล้วก็ในภาคทิศตะวันออกของประเทศจีน แล้วก็พบได้ในประเทศ ไต้หวัน เกาหลี แล้วก็ประเทศญี่ปุ่น
ปลายคริสตศตวรรษที่ 18 มีการระบาดใหญ่ของโรคไขสมองอักเสบเจอีในประเทศญี่ปุน โดย ในป พ.ศ. 2468 สามารถแยกเชื้อไวรัสเจอีไดเปนครั้งแรกจากสมองของผูปวยชายอายุ 19 ปที่มี อาการสมองอักเสบและก็เสียชีวิตในกรุงเมืองโตเกียว ต่อมาสามารถแยกเชื้อไวรัสไดจากยุงหงุดหงิดรำคาญ Culex และมีรายงาน การระบาดของโรคไขสมองอักเสบเจอีในประเทศต่างๆในทวีปเอเชียตามมา ซึ่งนับคือปัญหาที่สําคัญที่สุดในบรรดาโรค สำหรับเมืองไทยพบการระบาดหนแรกในป พุทธศักราช 2512 ที่จังหวัดเชียงใหมต่อจากนั้นมีการเจอผูปวยเรื่อยๆมาแล้วก็มีการระบาดใหญ่เปนครั้งคราว ผู้ปวยโรคนี้สามารถพบไดบอยทางภาคเหนือรวมทั้ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาไดมึง ภาคกึ่งกลาง และภาคใต
ปจจุบันเจอผูปวยโรคไขสมองอักเสบ เจ อี นอยลง เนื่องจากว่ามีการฉีดยาปองกันโรคไขสมอง อักเสบเจอีในเด็กทั่วทั้งประเทศ ในป พุทธศักราช 2552 สํานักระบาดวิทยาไดรับรายงานผูปวยโรคไขสมองอักเสบรวมทั้งสิ้น 543 ราย คิดเปนอัยี่ห้อปวย 0.86 ตอแสนมวลชน จําแนกเปนโรคไขสมองอักเสบเจอีจํานวน 106 ราย (รอยละ 19.52) คิดเปนอัตราปวย 0.17 ตอแสน มวลชน ไมมีรายงานผูเสียชีวิต  สวนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยนอยกวา 15 ป เจอผูปวยสูงสุดในกลุมอายุยง 0-4 ป คิด เปนอัยี่ห้อปวย 1.1       ตอแสนประชาชน รองลงมาคือ กลุมอายุ 5-9 ป มากมายกวา 15 ป และ 10-14 ป โดยมี อัตราปวย 0.3, 0.09 แล้วก็ 0.08 ตอแสนประชาชนตามลําดับ กระจายอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศ
ลักษณะของโรคไขสมองอักเสบ เจ อี   ไวรัสเจอีนี้ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะแพร่ไปไปสู่สมองและจะทำลายเนื้อสมองตั้งแต่บางส่วนไปจวบจนกระทั่งมากมายก่ายกองต่างๆนาๆในแต่ละคน (Japanese encephalitis virus)  โดยส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการ มีเพียงแค่ 1 ใน 300 คนเท่านั้น ที่จะแสดงอาการ โดยในรายที่รุนแรงจะออกอาการแบบสมองอักเสบ (encephalitis) โดยมีลักษณะอาการกางงเปน 3 ระยะดังนี้ 1. Prodromal stage ในตอนนี้ผู้ปวยจะมีลักษณะไขสูงรวมกับอาการออนเหนื่อย ปวดหัว คลื่นไสอ้วก ระยะนี้จะกินเวลาโดยประมาณ 1-6 วัน 2. Acute encephalitic stage ผูปวยยังคงมี ไข้และเริ่มมีอาการเคืองของเยื่อหุมสมอง มีการเปลี่ยนแปลงของระดับความรูสึกตัว มีอาการชักเกร็ง สามารถตรวจพบ pyramidal tract signs, flaccid paralysis และก็พบ deep tendon reflex น้อยลงไดรอยละ 10 บางทีอาจเจออัมพาตครึ่งด้านแล้วก็ความไม่ปกติของเสน ประสาทสมองได ระยะที่ 1 และ 2 ของโรคมักกินเวลา ไมเกิน 2 สัปดาห ผูปวยที่มีลักษณะอาการร้ายแรงมักเสียชีวิต ในช่วงนี้ 3. Late stage and sequele ในระยะนี้ไข้จะต่ำลง อาการทางสมองจะคงที่หรือดียิ่งขึ้น ผูปวยที่เสียชีวิตในตอนนี้มักมีเหตุมาจากโรคแทรกซอนที่ตามมา เช่น ปอดอักเสบ โรคติดเชื้อทางเดินเยี่ยว ติดโรคในกระแสโลหิต อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งคนไข้โรคไข้สมองอักเสบ บางรายอาจมีอาการ การกระทำเปลี่ยนแปลงหรือเป็นอาการด้านจิตได้ อาการชักมักเป็น แบบชักเกร็งกระตุกทั่วตัว ซึ่งพบบ่อยมากมายโดย เฉพาะเด็กตัวเล็กๆ อาจจะมาด้วยนิ้วกระตุก, ตาเข, หรือหายใจผิดจังหวะได้หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการคล้าย โรคพาร์กินสัน คือมีลักษณะอาการตัวเกร็ง, หน้าไม่แสดง อารมณ์,มือสั่นและก็ขยับเขยื้อนตรากตรำ
กรรมวิธีการรักษาโรคไข้สมองอักเสบ การวิเคราะห์ การวิเคราะห์อาศัยประวัติ การตรวจรางกายและก็การ ตรวจทางหองทำการ การตรวจนับเม็ดเลือดพบได้บ่อยวาจํานวนเม็ดเลือดขาวและคารอยละของนิวโตรฟล เพิ่มขึ้นในระดับปานกลางถึงสูงมากมาย การตรวจน้ำไขสันหลัง สวนใหญจะเจอวาน้ำไขสันหลังมีลักษณะใส ไมมี สีความดันของน้ำไขสันหลังอยูในเกณฑปกติมีเซลล เม็ดเลือดขาวไดตั้งแต 10-1,000 เซลล/ลบ.มม. ซึ่งส่วนใหญเปนจำพวกโมโนนิวเคลียรเซลล ในระยะแรกของโรคบางทีอาจไมเจอเซลลในน้ำไขสันหลังหรืออาจเจอนิวโตรฟลเดนได โปรตีนมักสูงกวาธรรมดาเล็กนอย ระดับน้ำตาลมักอยูในเกณฑธรรมดาเมื่อเทียบกับระดับน้ำตาลในเลือด
การส่งไปตรวจวิเคราะห์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากยิ่งกว่าการตรวจด้วยเครื่อง เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์โดยจะเห็นความแตกต่างจากปกติใน ตำแหน่ง thalamus,basalganglia, midbrain, pons, รวมทั้ง medullaตามหน้าที่ที่พบร่วมมาก ที่สุดเป็นตำแหน่ง thalamus การส่งตรวจแยกเชื้อ (serology) ซึ่ง เป็นการวิเคราะห์ที่ใช้อยู่ในตอนนี้คือตรวจค้นIgM antibodyเฉพาะต่อเชื้อไวรัสเจอีในนํ้าไขสันหลังและ ในเลือด โดยการตรวจเจอ JEV-specific IgM antibody ในนํ้าไขสันหลังสามารถช่วยรับรองการ ติดโรคในครั้งนี้ได้แต่ว่าถ้าหากตรวจพบJEV-specific IgMantibodyในเลือดอาจเป็นการติดเชื้อโรคหรือขึ้น จากการได้วัคซีนก็ได้ การตรวจหา antibody ในนํ้าไขสันหลัง จะสามารถตรวจเจอได้ปริมาณร้อยละ 70-90 ในคนเจ็บที่ ติดโรค โดยจะสามารถตรวจพบได้เมื่อราวๆ วันที่5-8หลังจากเริ่มมีอาการ การตรวจหาantibodyในเลือดจะสามารถ ตรวจเจอได้จำนวนร้อยละ60-70 ในผู้ป่วยที่ติดโรคโดย จะสามารถตรวจพบได้อย่างน้อย 9 คราวหลังจาก เริ่มมีอาการ ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่จำเพาะ  การดูแลและรักษา    เปนเพียงแต่การดูแลและรักษาตามอาการ ที่สําคัญเป็นลดอาการบวมของสมอง ดูแลระบบทางเดินหายใจ ใหยายับยั้งชัก บางรายบางทีอาจจําเปนตองให mannitol เพื่อควบคุมความดันในกะโหลกศีรษะ และป้องกันอาการแทรกซ้อนตามมา การใช dexamethasone ในขนาดสูงเพื่อลดการบวมของสมองในผูปวยไขสมองอักเสบเจอี พบวาไมสามารถลดอัตราการตายและอัตราการฟนจากโรคได มีรายงานจากการศึกษาเล่าเรียนแบบ controlled clinical trials ขนาดเล็กเกี่ยวกับ Neutralizing murine monoclonal antibodies ซึ่งผลิตในประเทศจีน นํามาใชรักษาผูปวย ไขสมองอักเสบเจอี พบวาการรักษาดังกลาวใหผลการ รักษาที่ดีขึ้น  บางรายงายการศึกษาเล่าเรียนพบว่าได้มีการทดลองใช้ยาต้าน เชื้อไวรัส ribavirin แต่ไม่พบความไม่เหมือนของผล การดูแลรักษาของการใช้ยาต้านทานเชื้อไวรัสกับยาหลอกและก็ พบว่าcorticosteroidsรวมทั้งinterferonalpha2a ไม่ช่วยในเรื่องของการควบคุมอาการและไม่ช่วย ในเรื่องของผลของการรักษา
สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะก่อเกิดโรคไข้สมองอักเสบ เพราะเชื้อไวรัส Japanese encephalitis ที่เป็นตัวการของโรคไข้สมองอักเสบ เจอี จะอยู่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เช่น หมู และก็ยุงจะเป็นพาหะนำเชื้อชนิดนี้มาสู่คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมูที่มีอายุที่มากขึ้น ตัวสัตว์เองก็จะมีภูมิต้านทานพอสมควร โดยเหตุนี้ ถ้ามีไวรัสอยู่ในตัวก็จะโดนควบคุมไม่ให้มีจำนวนมาก ส่วนลูกหมูชอบมีภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี เมื่อโดนยุงกัด แล้วมีเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสจะเพิ่มขึ้นอย่างเร็ว ก็จะเป็นแหล่งกระจายเชื้อมาสู่ยุงไปสู่คน  ด้วยเหตุนี้ไข้สมองอักเสบเจอี ก็เลยมักพบในแหล่งที่มีการเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะในรอบๆที่มีการเลี้ยงหมูเยอะมาก ดังเช่น ในต่างจังหวัด และก็บริเวณปริมณฑล แล้วก็มักพบในช่วงฤดูฝนระหว่างมิ.ย.ถึงสิงหาคม แต่ก็อาจเจอเล็กน้อยได้ตลอดทั้งปี คนที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไข้สมองอักเสบเจอี ดังเช่นว่า เกษตรกรที่มีอาชีพเลี้ยงหมู ผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบทในแคว้นที่มีการระบาด ทหารที่เข้าไปประจำการหรือทำการในเขตแดนที่มีการระบาดของโรค ผู้อพยพไปอาศัยอยู่ในต่างแดนที่มีการระบาด
การติดต่อของโรคไข้สมองอักเสบ เจอี เชื้อ JEV (Japanese encephalitis Virus) จัดอยู่ในเชื้อสายฟลาวิเชื้อไวรัส (family flaviviridae) สกุลฟลาวิไวรัส (genus flavivirus)อยู่ในกรุ๊ปเดียวกับเชื้อไวรัสเด็งกี่(Dengue virus)แล้วก็โรคไข้เหลือง(yellowfever) ด้วยเหตุผลดังกล่าวเชื้อไวรัสเจอี ก็เลยมีคุณลักษณะเหมือนกับฟลาวิเชื้อไวรัสตัวอื่นๆซึ่งเป็น ไวรัสที่มีแมลงกินเลือดเป็นพาหะนำ โรคจะติดต่อ ในวงจรจากสัตว์สู่คน โดยมียุงเป็นตัวพาหะนำ เชื้อโรค โดยมีหมูเป็นรังโรคที่สำคัญ หมูที่ติดเชื้อ JE จะไม่มีอาการ แต่มีเชื้อ JE ในเลือด เมื่อยุงไปกัด หมูในเวลานี้เชื้อจะเข้าไปเพิ่มในยุง เมื่อ มากัดคนจะแพร่ระบาดเข้าสู่คน ส่วนสัตว์อื่นๆที่จะติด เชื้อ JEดังเช่นม้า วัวควายนก แม้กระนั้นสัตว์พวกนี้เมื่อติดโรคแล้วจะไม่มีอาการมีแม้กระนั้นม้าแล้วก็คนเท่านั้นที่มีลักษณะ เมื่อได้รับเชื้อ แล้วราว 1 ใน 300-500 ของผู้ติดโรคจะมี อาการสมองอักเสบ หมูมีความสำคัญในวงจรการ แพร่ขยายของโรค ด้วยเหตุว่าจะมีเชื้ออยู่ในกระแส เลือดได้เป็นเวลายาวนานกว่าสัตว์อื่นๆจึงจัดว่าเป็นamplifier ที่เป็นรังโรคที่สำคัญ ยุงที่เป็นพาหะเป็นจำพวก Culex tritaeniorhynchus  Culex golidus , Culex fascocephalus ยุงพวกนี้เพาะพันธุ์ใน ทุ่งนาที่มีนํ้าขัง จำนวนยุงจะเพิ่มมากมายในฤดูฝน ยุงตัวเมียสามารถถ่ายทอดเชื้อผ่านรังไข่ไปสู่ลูกยุงได้ ซึ่งมีระยะฟักตัวในยุงประมาณ 9-12 วัน ยุงพวกนี้จะออกมากัดรับประทานเลือดในช่วงเย็นหรือ ตอนคํ่า หมูรวมทั้งนกนํ้า อาทิเช่น นกกระสา นกกระยาง เป็นรังโรคที่สำ คัญเหตุเพราะจะมีเชื้อสำหรับการแส เลือดได้นานแล้วก็มีการเพิ่มจำนวนเชื้อได้สูง ซึ่งใน ประเทศไทยมวลชนจำนวนมาก เลี้ยงชีพทำการเกษตรรวมทั้งมีจำนวนของการ เลี้ยงหมูจำนวนมากเพราะฉะนั้นจึงเสี่ยงสำหรับโรคไข้สมองอักเสบมากตามมา
การปฏิบัติตนเมื่อป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบ เจอี

  • รับประทานยาตามหมอสั่ง และก็ปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • รักษาสุขภาพของร่างกายให้สะอาดอยู่เป็นประจำเพื่อคุ้มครองป้องกันโรคแทรกซ้อน
  • ไปพบหมอดังที่แพทย์นัดหมายให้ตรงเวลา
  • เมื่อพบว่าอาการแย่ลงหรืออาการทรุดลง ภายหลังจากกินยาที่หมอสั่งให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน
  • ใช้ยาทากันยุงและก็นอนในมุ้งเพื่อคุ้มครองปกป้องการแพร่เชื้อให้กับคนที่อยู่รอบตัว
  • รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ครบ 5 กลุ่ม แล้วก็ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การคุ้มครองตนเองจากโรคไข้สมองอักเสบ เจอี

  • คนที่มีไข้ตัวร้อนควรจะไปพบแพทย์โดยทันที เมื่อมีลักษณะพวกนี้ร่วมด้วย ดังเช่นว่า ปวดหัวร้ายแรง รับประทานยาแก้ปวดแล้วไม่ทุเลา คลื่นไส้มากมาย มีลักษณะชักร่วมด้วย ซึม ไม่ค่อยรู้สึกตัว หรือสลบ แขนขาเป็นอัมพาต ปากเบี้ยว กลืนทุกข์ยากลำบาก หรืออ้าปากลำบาก (ขากรรไกรแข็ง) หรือก้มคอไม่ลง (คอแข็ง)
  • ควรกำจัดยุงและก็แหล่งเพาะพันธุ์ของยุง
  • เมื่อมีการระบาดของโรคไข้สมองอักเสบ เจอี ควรจะยินยอมให้ข้าราชการฉีดยาทำลายยุงในรอบๆพื้นที่ มีการระบาดของโรคโดยการพ่นสารเคมีเพื่อฆ่ายุงตัวแก่
  • คุ้มครองไม่ให้ยุงกัด โดยนอนกางมุ้ง หรือติดมุ้งลวดในบ้านแล้วก็ตามห้องต่างๆ
  • ย้ายคอกสัตว์ ได้แก่ หมู โค ควาย ให้ห่างจากแหล่งที่อยู่ที่อาศัย เพื่อลดความเสี่ยงของรังโรค
  • ฉีดยาคุ้มครองป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ
  • วิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในช่วงเวลานี้ ยกตัวอย่างเช่นการฉีดยาปกป้องโรคนี้ให้แก่เด็กๆของเราก่อนจะติดโรคเองตามธรรมชาติ
  • วัคซีนปกป้องโรคไข้สมองอักเสบเจอี (JEV) เริ่มมีการปรับปรุงมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2473 ในประเทศรัสเซียแล้วก็ญี่ปุ่น ต่อมาได้เพิ่มกระบวนการทำให้วัคซีนบริสุทธิ์ขึ้นเพื่อปกป้องผลแทรกจากการปนเปื้อนของเยื่อสมองหนู แล้วก็ได้รับการพัฒนาต่อบ่อยมาจนกระทั่งมีใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
  • ส่วนในประเทศไทยซึ่งเป็นแหล่งระบาดของ เชื้อนั้น มีการฉีดยาเพื่อคุ้มครองปกป้องโรค ตั้งแต่ปี 2533 โดยเริ่มต้นในภาคเหนือ แล้วก็เบาๆขยาย ครอบคลุมทั้งประเทศ ตั้งแต่ พ.ศ. 2543 โดย ให้วัคซีนแก่เด็กอายุ 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปีคนละ 2 ครั้งแล้วก็กระตุ้น 1 ครั้ง เมื่ออายุ2 ปีครึ่ง ถึง 3 ปี วัคซีนที่ใช้เป็นชนิดเชื้อตาย (JE SMBV: mouse brain-derivedinactivatedJEvaccine)วัคซีน คุ้มครองป้องกันไข้สมองอักเสบเจอีที่ขึ้นทะเบียนและ ขายในประเทศไทยตอนนี้มี2ประเภทดังเช่นว่า (1.) วัคซีนประเภทเชื้อตายที่เพาะเชื้อในสมอง หนู(suckling mouse brain vaccine หรือ SMBV) (2.) วัคซีนจำพวกเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ (SA 14–14–2) ที่เพาะเชื้อในเซลล์เพาะเลี้ยง เป็นวัคซีน ใหม่ที่เพิ่งขึ้นทะเบียนในประเทศไทยปีพุทธศักราช2550


สมุนไพรที่ใช้ป้องกันตนเองจากโรคไข้สมองอักเสบ เอจี โรคไข้สมองอักเสบ เจอี เป็นโรคที่ยังไม่มียารักษาเฉพาะการรักษายังจำเป็นต้องใช้การรักษาแบบจุนเจือ รักษาตามอาการ เพราะฉะนั้นก็เลยไม่มีสมุนไพรชนิดไหนซึ่งสามารถรักษาได้ แค่มีสมุนไพรที่สามารถช่วยคุ้มครองการเกิดโรคไข้สมองอักเสบ เจอี ได้เพราะไข้สมองอักเสบ เจอี นั้นมียุงเป็นยานพาหนะนำเชื้อ ด้วยเหตุผลดังกล่าวสมุนไพรที่ช่วยป้องกันโรคประเภทนี้นั้น ก็เลยเป็นสมุนไพรที่ใช้ไล่ยุงต่างๆยกตัวอย่างเช่น
พืชกรุ๊ปสกุล (genus) Cymbopogon
ตะไคร้หอม (Cymbopogon nardus (L.) Rendle) มีการเรียนรู้ฤทธิ์ไล่ยุงของตำรับน้ำมันตะไคร้หอม (citronella oil) ที่มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ citronella, geraniol แล้วก็ citronellol ในลักษณะของครีม พบว่าตำรับที่มีน้ำมันตะไคร้หอม 17% ป้องกันยุงลายได้นานประมาณ 3 ชั่วโมง ครีมที่มีน้ำมันตะไคร้หอม 14% ลดปริมาณยุงอารมณ์เสียที่มาเกาะด้านใน 1 ชั่วโมงข้างหลังทาครีม นอกนั้นสารสกัดเอทานอลของตะไคร้หอมผสมกับน้ำมันที่สกัดจากมะกอกสามารถไล่ยุงลายรวมทั้งยุงเบื่อหน่ายได้นาน 2 ชั่วโมง ครีมที่มีน้ำมันหอมระเหยจากใบตะไคร้หอมที่ความเข้มข้น 1.25, 2.5 และ 5.0% คุ้มครองยุงก้นปล่องได้ประมาณ 2 ชั่วโมง ในช่วงเวลาที่ความเข้มข้น 10% ได้ผลได้นานกว่า 4 ชั่วโมง
ตะไคร้ (Cymbopogon citratus (DC.) Stapf) น้ำมันตะไคร้ (lemongrass oil) ใน liquid paraffin ความเข้มข้น 20 รวมทั้ง 25% ส่งผลคุ้มครองยุงลายได้ 100% ใน 1 ชั่วโมงแรก รวมทั้งน้อยลงเหลือประมาณ 95% ข้างใน 3 ชั่วโมง การเตรียมผลิตภัณฑ์น้ำมันตะไคร้ 15% ในรูปของครีมและขี้ผึ้งพบว่าให้ผลป้องกันยุงกัดได้ โดยคุณสมบัติขององค์ประกอบของผลิตภัณฑ์มีผลต่อการปลดปล่อยน้ำมันหอมระเหย แล้วก็ส่งผลต่อคุณภาพในการป้องกันยุงด้วย น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ที่มี geraniol ปริมาณ 0.2 มก./ซึม2 สามารถลดอัตราการกัดจากยุงหงุดหงิดรำคาญ เป็น 10, 15 และ 18% ที่เวลา 1, 2 และก็ 3 ชั่วโมงเป็นลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับการไม่ได้ทาน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ สบู่อาบน้ำที่มีส่วนประกอบของน้ำมันตะไคร้หอม 0.1% น้ำมันตะไคร้ 0.5% และก็น้ำมันสะเดา 1% สามารถไล่ยุงได้ในช่วง 8 ชั่วโมง
พืชกรุ๊ปสกุล (genus) Ocimum
น้ำมันหอมระเหยจากพืชกลุ่มนี้ 5 ชนิด อย่างเช่น แมงกะแซง (O. americanum L.) โหระพา (O. basilicum L.) แมงลัก (O. africanum Lour. ExH) ยี่หร่าหรือโหระพาช้าง (O. gratissimum L.) รวมทั้งใบกะเพรา (O. tenuiflorum L.) พบว่ามีฤทธิ์ฆ่าลูกน้ำและไล่ยุงลายได้ ฤทธิ์ฆ่าลูกน้ำยุงลายของน้ำมันหอมระเหย เรียงลำดับดังนี้ โหระพา > ยี่หร่า> กะเพรา > แมงลัก = แมงกะแซง โดยมีค่าความเข้มข้นของน้ำมันหอมระเหยที่ให้ผลคุ้มครองยุงได้ 90% (EC90) เท่ากับ 113, 184, 240, 279 แล้วก็ 283 ppm ตามลำดับ สำหรับฤทธิ์ไล่ยุงของน้ำมันหอมระเหยที่ความเข้มข้น 10% พบว่า โหระพาช้างมีฤทธิ์แรงที่สุด ปกป้องยุงกัดได้นาน 135 นาที รองลงมาเป็น กะเพรา และแมงลัก ที่คุ้มครองปกป้องยุงกัดได้นาน 105 รวมทั้ง 75 นาที ตามลำดับ ในตอนที่แมงกะแซง แล้วก็โหระพาได้ผลต่ำที่สุดเพียง 15 นาที
พืชกรุ๊ปสกุล (genus) Citrus
มะกรูด (Citrus hystrix DC.) น้ำมันหอมระเหยจากมะกรูดมีฤทธิ์ปกป้องยุงได้นาน 95 นาที และก็ตำรับยาทากันยุงที่มีน้ำมันมะกรูดความเข้มข้น 25 และ 50% สามารถไล่ยุงได้นาน 30 รวมทั้ง 60 นาที ตามลำดับ น้ำมันหอมระเหยผสมจากมะกรูด 5% แล้วก็จากดอกชิงเฮา (Artemisia annua L.) 1% คุ้มครองยุงลาย ยุงก้นปล่อง รวมทั้งยุงรำคาญได้นาน 180 นาที ในห้องปฏิบัติการ ในความเข้มข้นเดียวกันสามารถคุ้มครองป้องกันยุงลาย รวมทั้งยุงเสือ ได้ 180 นาที รวมทั้งยุงเบื่อหน่ายได้นานถึง 240 นาทีในภาคสนาม
มะนาวฝรั่ง (Citrus limon (L.) Burm.f.) น้ำมันหอมระเหยจากมะนาวฝรั่งมีฤทธิ์ไล่ยุงก้นปล่องได้ 0.88 เท่าของสารเคมีสังเคราะห์ N,N-diethyl-3-methylbenzamide
นอกเหนือจากสมุนไพรที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีสมุนไพรอื่นๆที่มีการเล่าเรียนฤทธิ์ในการคุ้มครองยุง ดังเช่น ข่า ไพล ขึ้นฉ่าย ว่านน้ำ กานพลู หนอนตายหยาก ดอกกระดังงาไทย สารผู้จองเวรทรัม (pyrethrum) รวมทั้งปรปักษ์ทริน (pyrethrins) ที่พบได้ในพืชเครือญาติดอกเบญจมาศ (chrysanthemum flowers) ฯลฯ
เอกสารอ้างอิง

  • รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ.ไข้สมองอักเสบ จากเชื้อไวรัส เจอี.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่ 174.คอลัมน์ แนะยา-แจงโรค.ตุลาคม.2536
  • Halstead SB, Jacobson J. Japanese encephalitis vaccines. In: Plotkin SA, Orenstein WA, Offit PA, editors. Vaccines. 5th ed. Elsevier Inc.; 2008. p.311-52. http://www.disthai.com/
  • Thisyakorn U, Thisyakorn C. Japanese encephalitis. In: Dupont HL, Steffen R, editors. Textbook of Travel Medicine and Health. 2nd ed. Hamilton: B.C. Decker Inc.; 2001. p.312-4.
  • นศ.พ.เฉลิมเกียรติ สุวรรณเทน.รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า. Japanese Encephalitis. วารสารสมาคมประสาทวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.ปีที่ 6.ฉบับที่4.ตุลาคม-ธันวาคม 2554.หน้า 93-100
  • Thisyakorn U, Thisyakorn C. Diseases caused by arboviruses: dengue haemorrhagic fever and Japanese B encephalitis. Med J Aust. 1994;160:22-6.
  • โอฬาร พรหมาลิขิต.วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี.ตำราวัคซีน.สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย.หน้า 127-135
  • Thisyakorn U, Nimmannitya S. Japanese encephalitis in Thai children, Bangkok, Thailand. Southeast Asian J Trop Med Public Health. 1985;16:93-7.
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. โครงการเสริมภูมิคุ้มกันโรคและวัคซีนไข้ สมองอักเสบเจอีในประเทศไทย. ประจำปี Available from:
  • Thisyakorn U, Thisyakorn C. Studies on Flaviviruses in Thailand. In: Miyai K, Ishikawa E, editors. Progress in Clinical Biochemistry: Proceedings of the 5th Asian-Pacific Congress of Clinical Biochemistry; 1991 Sept 29-Oct 4; Kobe, Japan. Amsterdam: Excerpta Medica; 1992. p.985-7.
  • อุษา ทิสยากร, สุจิตรา นิมมานนิตย. Viral meningitis และ encephalitis ในเด็ก. วารสารโรคติดเชื้อ และยาตานจุลชีพ. 2528;2:6-10.
  • สุจิตรา นิมมานนิตย, อุษา ทิสยากร, อนันต นิสาลักษณ, Hoke CH, Gingrich J, Leake E. Outbreak of Japanese encephalitis-Bangkok Metropolis. รายงาน การเฝาระวังโรคประจําสัปดาห. 2527;15:573-6.
  • นพ.คำนวน อึ้งชูศักดิ์.โรคไข้สมองอักเสบจากไวรัสเจอี ถึงจะร้ายแต่ก็ป้องกันได้.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่108.คอลัมน์กันไว้ดีกว่าแก้.เมษายน.2531
  • สำนักระบาดวิทยา.สรุปรายงานการเฝ้าระวัง โรคประจำปีนนทบุรี:สำนักระบาดวิทยา กองควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; รายปี2552: 21-23.
  • สมบุญ เสนาะเสียง, อัญชนา วากัส, ฐิติพงษ์ ยิ่งยง. Situation of encephalitis and Japanese B Encephalitis, Thailand, 2009. Weekly Epidemiological Surveillance Report. 2010;41:33-5.
  • อุษา ทิสยากร. ไขสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส แจแปนนิส. ใน: อุษา ทิสยากร, จุล ทิสยากร, บรรณาธิการ. กุมารเวชศาสตรเขตรอน. กรุงเทพฯ: ดีไซร จํากัด; 2536. น.89-97
  • วรรณี ลิ่มปติกุล, อุษา ทิสยากร. การติดเชื้อ Japanese Encephalitis Virus ที่โรงพยาบาลสงขลา. วารสารวิชาการเขต 2541;9:65-71.
  • Weekly epidemiological record. Japanese Encephalitis. 2015;90:69-88.
  • อ.นพ.วินัย รัตนสุวรรณ.โรคไข้สมองอักเสบ.บทความความรู้สู่ประชาชน.ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล
  • รศ.ดร.สุวรรณ ธีระวรพันธ์.สมุนไพรป้องกันยุง.จุลสารข้อมูลสมุนไพร.ปีที่24 ฉบับที่3.2550.หน้า1-5,15