ผู้เขียน หัวข้อ: ตำรายาพม่ากวาวเครือแดง: ระบุว่าใช้เป็นยาอายุวัฒนะเช่นเดียวกับกวาวเครือขาว แต่มีฤ  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 25, 2017, 02:47:39 PM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 134
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด






ตำรายาพม่ากวาวเครือแดง: ระบุว่าใช้เป็นยาอายุวัฒนะเช่นเดียวกับกวาวเครือขาว แต่มีฤทธิ์แรงกว่า
     ปัจจุบันกวาวเครือแดงประเภทที่กินได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยาแผนโบราณ และยาแผนโบราณสามัญประจำบ้าน ถือได้ว่ามีความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อได้รับอนุญาตจาก อย. ให้ขึ้นทะเบียนเป็นยาสามัญประจำบ้านด้วยแล้ว เป็นการแสดงว่า เป็นยาที่อาจกินเองได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งจากแพทย์ และการใส่กวาวเครือแดงร่วมกับสมุนไพร เช่น ตรีผลา คือ มะขามป้อม สมอไทย สมอพิเภก ก็มีในตำรับโบราณ ทั้งนี้ ตรีผลา ก็มีความเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย การทานร่วมกับกวาวเครือ จึงช่วยให้มีสมดุลที่ดี









  • หัวกวาวเครือแดง มีรสเย็นเบื่อเมา คุณสมบัติช่วยบำรุงสุขภาพร่างกาย และใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
            2. กวาวเครือ เป็นสมุนไพรที่ช่วยทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายมีอายุยืนยาวขึ้น ช่วยทำให้ร่างกายและเนื้อเยื่อเสื่อมช้าลง
            3. กวาวเครือแดง สรรพคุณช่วยเจริญธาตุไฟในร่างกาย 
            4. กวาวเครือแดงช่วยบำรุงผิวพรรณ บำรุงสุขภาพเนื้อหนังให้เต่งตึง
            5. ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกช่วยให้หน้าอกโต
            6. หัวของกวาวเครือแดงช่วยบำรุงกำหนัด หรือเพิ่มความต้องการทางเพศ ช่วยเพิ่มปริมาณของอสุจิ มีฤทธิ์เพิ่มความแข็งตัวของอวัยวะเพศ เช่นเดียวกับฤทธิ์ของซิลเดนาฟิล ซิเตรต (Sidenal Citrate) ของยาไวอากร้า (Viagra)
            7. กวาวเครือแดง สรรพคุณช่วยบำรุงหลอดเลือด ทำให้เลือดหมุนเวียน
            8. ใบ และรากกวาวเครือแดง สรรพคุณช่วยทำให้นอนหลับ
            9. ราก และต้นกวาวเครือแดง คุณสมบัติช่วยแก้โลหิต
          10. ราก และต้นกวาวเครือแดง ประโยชน์ช่วยแก้ลมอัมพาต
          11. เปลือกกวาวเครือแดงช่วยแก้อาการปวดฟัน
          12. กวาวเครือแดงมีฤทธิ์ช่วยแก้ไข้
          13. ช่วยแก้อาการร้อนใน กระหายน้ำ
          14. ช่วยขับเสมหะ
          15. แก้อาการจุกเสียด แก้อาการลงท้อง แก้สะพั้น
          16. หัวกวาวเครือแดงช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • เปลือกเถากวาวเครือแดง มีรสเย็นเบื่อเมา มีคุณสมบัติช่วยแก้พิษงู
          18. กวาวเครือแดงจัดอยู่ในตำรับยาสมุนไพร“พิกัดเนาวโลหะ” ซึ่งประกอบไปด้วย รากกวาวเครือแดง รากขันทองพยาบาท รากทองกวาว รากทองพันชั่ง รากทองโหลง รากทองหลางหนาม รากทองหลางใบมน รากใบทอง และรากจำปาทอง โดยเป็นตำรับยาที่มีคุณสมบัติช่วยแก้เสมหะ แก้ลม ลมที่เป็นพิษ ดับพิษ ช่วยชำระล้างลำไส้ สมานลำไส้ แก้โรคดี แก้โรคตับ แก้ริดสีดวงทวาร และขับระดูร้าย








     



    ผลการศึกษาวิจัย
    การค้นหาทางวิทยาศาสตร์ในกวาวเครือแดงยืนยันถึง 3 ระดับด้วยกัน คือ
          1. การค้นคว้าฤทธิ์ทางเภสัชเคมีของสารสกัดกวาวเครือแดงต่อกล้ามเนื้อเรียบอวัยวะเพศที่แยกจากหนูตัวผู้ พบว่าสารสกัดกวาวเครือแดงทุกอย่างรวมทั้งสารสกัดด้วยน้ำ มีฤทธิ์เพิ่มความแข็งตัวของอวัยวะเพศ เหมือนฤทธิ์ของซิลเดนาฟิล ซิเตรต (Sidenal Citrate) ของยาไวอากร้า (Viagra)
          2. การวิจัยทดลองในหนู ด้วยการป้อนกวาวเครือแดงแบบผงป่นละลายน้ำเข้มข้น 5 มิลลิกรัม/ซีซี ให้แก่หนูทดลองเป็นเวลา 21 วัน พบว่า ทำให้น้ำหนักตัวของหนูและปริมาณอสุจิของมันเพิ่มขึ้น และเมื่อศึกษาต่อไปถึงระยะ42 วัน พบว่าความยาวของอวัยวะสืบพันธุ์ และพฤติกรรมการผสมพันธุ์ของหนูมีเพิ่มมากขึ้น
          3. การศึกษาทางคลินิกเพื่อทราบฤทธิ์ของกวาวเครือแดงต่อสมรรถภาพทางเพศในคน โดยศึกษาในอาสาสมัครเพศชาย 17 คน มีอายุระหว่าง 30-70 ปี ที่มีประวัติหย่อนสมรรถภาพทางเพศอย่างน้อย 6 เดือน สุ่มแบ่งกลุ่มอาสาสมัครเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้ทานกวาวเครือแดงแคปซูล ขนาด 250 มิลลิกรัม/แคปซูล วันละ 4 ครั้งครั้งละ 1 แคปซูล หลังอาหารและก่อนนอน เป็นเวลา 3 เดือน ส่วนกลุ่มที่สองให้อุปโภคยาหลอก
     สรุปผลการทดลองได้ว่ากวาวเครือแดงสามารถฟื้นฟูผู้ป่วยโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ถึง 82.4% โดยปราศจากความเป็นพิษ




    กวาวเครือเป็นสมุนไพรควบคุม
         มีประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องสมุนไพรควบคุม พ.ศ.2549 โดยมีการลงนามเมื่อวันที่ 11 ม.ค.2549 ประกาศให้กวาวเครือเป็นสมุนไพรควบคุม ซึ่งคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยได้มีมติเห็นว่ากวาวเครือเป็นสมุนไพรที่มีค่าต่อการศึกษาวิจัย มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และอาจจะสูญพันธุ์ได้ จึงต้องมีการคุ้มครองและส่งเสริมการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขได้ลงนามในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.พ.2549 และจะมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ ในวันที่ 2 ส.ค.2549 เป็นต้นไป
     
           ผู้ที่ครอบครอง ใช้ประโยชน์ ดูแล เก็บรักษา หรือขนย้ายกวาวเครือดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นหัว รากใต้ดิน หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของกวาวเครือ รวมทั้งกรณีใช้ในการศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปกวาวเครือ รวมถึงกรณีกวาวเครือที่มาจากแหล่งธรรมชาติ หรือจากป่า ต้องดำเนินการ คือ
           1. มีการรายงานกรณีมีไว้ครอบครอง ใช้ประโยชน์ ดูแล เก็บรักษา หรือขนย้ายในปริมาณที่เกินกว่ากำหนด
           2. ส่งเสริมการปลูกโดยกำหนดให้กวาวเครือที่ได้จากการปลูกสามารถมีไว้ในครอบครองใช้ประโยชน์ ดูแล เก็บรักษา หรือขนย้ายที่มีได้โดยไม่ต้องรายงานไว้ในปริมาณสูงกว่ากรณีกวาวเครือจากธรรมชาติมาก
           3. กรณีใช้กวาวเครือจากธรรมชาติเพื่อการวิจัยและส่งออก ต้องปลูกทดแทนในที่เดิม
           4. กรณีใช้กวาวเครือจากธรรมชาติเพื่อการวิจัยจะต้องมีข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่ชุมชนที่เป็นถิ่นกำเนิดกวาวเครือ




    ข้อควรระวังการใช้กวาวเครือแดง

  • กวาวเครือแดง ไม่ควรรับประทานในผู้ป่วยโรคตับ และถ้าเป็นโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
          2. การรับประทานกวาวเครือแดงในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะทำให้เกิดพิษต่อตับ หรือทำให้เกิดอาการอันไม่พึงประสงค์ต่างๆ ได้
          3. องค์การอาหารและยาของไทยระบุขนาดการรับประทานกวาวเครือแดง ไม่เกิน 2 มิลลิกรัม ต่อกิโลกรัมต่อวัน






 
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : กวาวเครือเเดง

Tags : กวาวเครือเเดง