แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2
1
วันนี้ขอพูดถึงเกี่ยวกับ บ้านทาวน์โฮม โดยขอพูดถึงที่มาที่ไปของทาวน์โฮมในประเทศไทย รวมไปถึงความนิยมของบ้านประเภทนี้ในปัจจุบันกัน

ก่อนอื่นเลย อยากจะถามผู้อ่านหลายๆท่านกันว่า รู้หรือไม่ว่า ?? ทาวน์โฮม ที่เราเห็นและรู้จักกันในปัจจุบัน บ้านแบบนี้มีข้อแตกต่างกับ ทาวน์เฮาส์ กันอย่างไร แล้วรู้หรือไม่ว่า ?? บ้านทาวน์โฮม นั้นมีประวัติและพัฒนามาจากบ้านประเภทไหนในอดีต …. เชื่อว่า บางคนก็อาจจะพอเดากันได้ หรือบางคนก็อาจจะไม่รู้ .. เอาละค่ะ งั้นเรามาเริ่มกันที่ ทาวน์โฮม มาจากไหนกันก่อนละกัน

ถ้าเรามองย้อนกลับไปบ้านทาวน์โฮมในปัจจุบันนั้นมีอดีตและความเป็นมาของตัวมันเอง แรกเริ่มเดิมทีรูปแบบบ้านที่เป็นต้นกำเนิดของ ทาวน์โฮม ที่อยู่ในประเทศไทยนั้น มาจากการพัฒนา “บ้านแถว” ในสมัยก่อน บ้านแถว หรือ เรือนแถว ในอดีตก็จะมีทั้งบ้านที่สร้างบนฝั่งแล้วใช้ถนนเป็นเส้นทางสัญจร และบ้านแถวที่สร้างอยู่ริมน้ำ ริมคลองต่างๆ โดยใช้เส้นทางน้ำเป็นเส้นทางสัญจรหลัก โดยจะใช้พื้นที่ภายในเรือนบนฝั่งและพื้นที่หน้าร้านบริเวณท่าน้ำและระเบียงริมคลองเพื่อประกอบกิจการค้าขาย วัสดุในการก่อสร้างบ้านแถว หรือ เรือนแถว นั้นแต่เดิมจะสร้างจากไม้เกือบทั้งหมดทั้งตัวโครงสร้างและวัสดุตกแต่ง โดยมีการกั้นผนังแบ่งคูหา ผนังจะเป็นผนังที่ใช้ร่วมกันระหว่างบ้านทั้งสองหลัง และใช้หลังคาร่วมกันเป็นแนวยาว ต่อมาจึงพัฒนาวิธีการก่อสร้างโดยใช้วัสดุที่มีความคงทนกว่า เช่น ก่ออิฐ ฉาบปูน หรือคอนกรีตแบบในปัจจุบัน

ข้อดีของการมีทาวน์โฮม

1.ฟังก์ชั่นครบ

ทาวน์โฮมนั้นก็คือส่วนผสมที่ลงตัวของบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม ดังนั้น มันจึงสนองตอบฟังก์ชั่นการใช้งานสำหรับการพักอาศัยได้เป็นอย่างดี และถ้าคุณมีงบประมาณไม่เกิน 3 ล้านแล้วละก็ คุณสามารถตัดสินใจซื้อทาวน์โฮมได้ทันที ซึ่งในตลาดก็มีให้เราเลือกซื้อได้หลากหลาย เช่น บ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น พระราม 2 บ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น บางนา เป็นต้น

2.พื้นที่สีเขียวจัดเต็ม

หากคุณชอบใกล้ชิดกับธรรมชาติ และอยากให้พื้นที่บ้านสดชื่นด้วยสีเขียวนั้น การเป็นเจ้าของทาวน์โฮม 2 ชั้น หรือ 3 ชั้นนั้นยิ่งช่วยตอบโจทย์ข้อนี้ของคุณ โดยโครงการทาวน์โฮมที่ดีนั้นจะมีการจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ให้คุณได้ปลดปล่อยจินตนาการไปกับการทำสวนส่วนตัวบริเวณหน้าบ้าน และหลังบ้าน นอกจากนี้ ยังมีสวนส่วนกลางของโครงการที่เป็นสเปซสำหรับการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติให้แก่คุณด้วย

ทาวน์โฮมใหม่ มาทำความรู้จัก ทาวน์โฮมกัน คลิีกที่นี่ http://www.checkraka.com/

2
เงื่อนไขเครดิตเงินคืน 5% BTS MRT และร้าน7-11 ร้านบูทส์ วัตสัน
ยอดเครดิตเงินคืนจะถูกคำนวณสำหรับยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตยูโอบี โยโล่ แพลทินัม ของท่าน เมื่อท่านซื้อ เติมเงิน/เที่ยวบัตรโดยสาร BTS , MRT และเมื่อใช้จ่ายที่ 7-11 ณ สาขาที่รับบัตร Visa และร้านบูทส์ วัตสัน
จำกัดยอดเครดิตเงินคืนไม่เกิน 200 บาท/รอบบัญชี
การเครดิตเงินคืนเข้าบัญชีจะปรากฏในใบแจ้งยอดบัญชีในรอบเดือนถัดไป
ยอดใช้จ่ายบัตรเสริมจะถูกคำนวณรวมเข้ากับยอดใช้จ่ายบัตรหลัก

เงื่อนไขเครดิตเงินคืน 1%
ยอดเครดิตเงินคืนจะถูกคำนวณสำหรับยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตยูโอบี โยโล่ แพลทินัม ของท่าน ทั้งนี้ไม่รวมยอดใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในหมวดสถานีบริการน้ำมัน หมวดกองทุนและกองทุนรวมต่างๆ หมวดการซื้อประกันต่างๆ การเบิกเงินสดล่วงหน้า รายการยกเลิกสินค้าและบริการทั้งในและต่างประเทศ รายการแลกเงินตรา ต่างประเทศผ่านบัตรฯ รายการคืนเงินที่เกิดจากการขอคืนภาษีในทุกประเภท และดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ
จำกัดยอดเครดิตเงินคืนนี้รวมกันกับยอดเครดิตเงินคืน 5% จากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตยูโอบี โยโล่ แพลทินัม ที่ BTS, MRT ร้านบูทส์และวัตสันและร้าน 7-11 ไม่เกิน 2,000 บาท/รอบบัญชี
การเครดิตเงินคืนเข้าบัญชีจะปรากฏในใบแจ้งยอดบัญชีในรอบเดือนถัดไป
ยอดใช้จ่ายบัตรเสริมจะถูกคำนวณรวมเข้ากับยอดใช้จ่ายบัตรหลัก

เงื่อนไขเครดิตเงินคืนเพิ่มสูงสุด 400 บาท
สำหรับทุกยอดใช้จ่ายในประเทศเป็นสกุลเงินบาท จะได้รับเครดิตเงินคืนในอัตรา 0.2% จะคำนวณให้เฉพาะยอดใช้จ่ายสะสมรวมไม่เกิน 200,000 บาทของแต่ ละเดือนในช่วงเวลารายการส่งเสริมการขาย
รายการส่งเสริมการขายนี้สามารถทำได้เฉพาะบัตรเครดิตยูโอบีที่ออกในประเทศไทยเท่านั้น ยกเว้นบัตรเครดิตเพื่อธุรกิจ โดยผู้ถือบัตรจะต้องคงสภาพการเป็น สมาชิก และไม่ผิดนัดชำระจนถึงวันที่ธนาคารทำการเครดิตเงินคืน
ยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณในรายการส่งเสริมการขายนี้จะนับเฉพาะรายการใช้จ่ายที่ได้ชำระตามรหัส Merchant Category Code (MCC) ที่ทาง VISA และ MasterCard กำหนด และยึดถือวันที่ทำรายการขออนุมัติ (Transaction Date) เท่านั้น
ยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณเครดิตเงินคืนในรายการส่งเสริมการขายนี้ ไม่รวมยอดใช้จ่ายในหมวดน้ำมัน กองทุนต่างๆ รายการผ่อนชำระสำหรับยอดที่ยังไม่เรียกเก็บ ยอดเบิกเงินสดล่วงหน้า การโอนเงิน รายการที่ใช้จ่ายเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ รายการแลกเงินตราต่างประเทศผ่านบัตรเครดิต ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าธรรมเนียม ทุกประเภท และรายการใช้จ่ายต่างๆ ที่ถูกยกเลิกภายหลัง
ยอดใช้จ่ายของบัตรหลักและบัตรเสริมที่เรียกเก็บเงินจากผู้ถือบัตรเดียวกัน จะถูกนำมาคำนวณรวมเข้าในบัญชีของผู้ถือบัตรหลัก กรณีผู้ถือบัตรหลักหลายใบ ยอดใช้จ่ายของแต่ละบัตรหลักจะนำมาคำนวณรวมกัน
ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2560 เป็นต้นไป คะแนนสะสม UOB Reward Point พิเศษจะไม่ถูกคำนวณให้สำหรับรายการใช้จ่ายที่เกินกว่าวงเงินที่ได้รับอนุมัติสำหรับ แต่ละบัตรเครดิต ถึงแม้ว่าผู้ถือบัตรจะจ่ายเงินเข้าไปในบัตรเครดิตเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายส่วนที่เกินกว่าวงเงินบัตรเครดิตที่ได้รับอนุมัติก็ตาม

UOB YOLO Platinum รับเครดิตเงินคืนเพิ่มสูงสุด 400 บาท คลิ๊กที่นี่ https://ereport.uob.co.th/UOBWebFrontService/OnlineApp/CardReg/OnlineApp1.jsp?cid=cc_yolo_@checkraka@

3
ทุกวันนี้ปฎิเสธไม่ได้ว่าการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็น เลือกซื้อบ้านทาวน์โฮม ให้เหมาะสม หรือจะเป็นเลือกคอนโดทำเลดีๆติด/ใกล้รถไฟฟ้า

หรือถ้าต้องการพื้นที่ก็ต้องเลือกบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่สวนให้ลูกวิ่งเล่น สุดท้ายแล้วเงินในกระเป๋าจะเป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับคนเลือกซื้อที่อยู่อาศัยอยู่ดี จากผลข้อมูลของ REIC ล่าสุดได้ให้ข้อมูลว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 พบว่าจำนวนผู้ที่สนใจเลือกซื้ออสังหาฯประเภท บ้านทาวน์โฮม สูงถึง 58.7% จำนวนมากกว่าทั้ง บ้านเดี่ยว และ คอนโดมิเนียม จากเหตุผลดังกล่าวผู้เขียนจะขอสรุปสาระสำคัญถึง เทคนิคการ เลือกซื้อบ้านทาวน์โฮม เพื่ออนาคตที่ดีกว่า ดังนี้

การเลือกซื้อบ้านทาวน์โฮม ให้ฉลาดควรเลือกอย่างไร?

จากรูปแบบบ้านในปัจจุบันเริ่มมีออกมาให้เลือกอย่างหลากหลาย แต่ภายในพื้นที่อันจำกัดทำให้บ้านที่เราเลือกส่วนใหญ่ก็ถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่ขนาดแคบๆ เช่นเดียวกัน อย่างที่เห็นกันอย่างชัดเจนก็คือรูปแบบคอนโดหรืออพาร์ทเม้นท์ขนาดเล็กที่ผุดราวกับดอกเห็ด เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเมืองได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นห้องพักที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่อาศัยเพียงลำพัง มีงบประมาณจำกัด

แต่ถ้าหากเลือกได้ใครๆ ก็ต้องการมีบ้านที่แบบส่วนตัวซึ่งก็คงจะต้องนึกถึงบ้านเดี่ยวที่ครอบคลุมการใช้งานได้อย่างเต็มที่ ส่วนแบบทาวน์โฮมก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ดังนั้น ในบทความนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับทาวน์โฮมกันให้มากขึ้นทั้งในส่วนของข้อดีของการพักอาศัยและข้อเสียให้เป็นทางเลือกที่จะช่วยสำหรับการตัดสินใจ

ข้อดีของการเลือกซื้อบ้านแบบทาวน์โฮม

รูปแบบของบ้านทาวน์โฮม คือมีความ “สังคม” ขนาดเล็ก ที่เพื่อนบ้านมักจะรู้จักคุ้นหน้าคุ้มตากันเป็นอย่างดี สิ่งหนึ่งที่เราจะสัมผัสได้หากภายในสภาพแวดล้อมของผู้อยู่อาศัยเงียบสงบ มีเพื่อนบ้านที่ไว้ใจและเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง ยิ่งบ้านใครมีข้างบ้านที่เป็นเพื่อนสนิทกันด้วยแล้วยิ่งทำให้การอยู่อาศัยมีความปลอดภัยมากขึ้น ความเป็นชุมชนแบบนี้ทำให้เราทราบได้ว่าใครเป็นคนแปลกหน้า หากเราช่วยกันเป็นหูเป็นตาก็จะช่วยให้สามารถป้องกันโจรผู้ร้ายได้ดีกว่าแบบบ้านเดี่ยว

เทคนิคการ เลือกซื้อบ้านทาวน์โฮม เพื่ออนาคตที่ดีกว่า คลิ๊กที่นี่ http://www.checkraka.com/

4
ก่อนนั้นเราจะมาดูสาเหตุของการอุดตันของท่อต่างๆกันก่อน สาเหตุสำคัญที่สุดของการเกิดการอุดตันนั่นก็คือสภาพของท่อระบายน้ำนั่นเอง ยิ่งมีข้อต่อที่เป็นส่วนโค้งมากเท่าไหร่ โอกาสที่ท่อจะอุดตันก็มากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากเมื่อสิ่งปฏิกูลไหลมาถึงส่วนโค้งของท่อ ก็จะลดแรงในการไหลลงทำให้เศษต่างๆจะกองกันที่แถบทางโค้ง และการที่มีส่วนโค้งมากๆ ก็เหมือนกับการลดแรงของน้ำในการไหล ทำให้มีโอกาสที่เศษสิ่งต่างๆ จะไปถับถมกันในท่อได้ง่าย เนื่องจากน้ำไม่มีแรงจะส่งไปยังปลายท่อ เมื่อเรารู้ถึงสาเหตุแล้ว เรามาดูวิธีแก้ปัญหากันเลย

ค้นหาจุดเกิดปัญหาแล้วจัดการทะลวงมันซะ นี่เป็นวิธีที่เบสิคที่สุดแต่ถือว่าแก้ปัญหาได้ถูกจุดมากที่สุด โดยการตรวจเช็คตามข้อต่อของท่อ และทำการถอดส่วนของข้อต่อนำมาชะล้าง โดยใช้แปลงขัดล้างให้สะอาดเกลี้ยงเกลา วิธีนีจะลดอาการอุดตันได้ดีที่สุด แต่ก็มีปัญหาตรงที่งานนี้เป็นงานที่ใช้แรงมากหน่อยจึงเหมาะกับผู้ชาย (ผู้หญิงก็ทำได้นะแต่อาจลำบาก) อีกทั้งท่อนั้นต้องอยู่ในพื้นที่ที่ถอดง่าย (ถ้าท่อฝังในดินนี่ก็ไม่ต้องไปงัดมาล้างนะครับ ยังมีอีกหลายวิธี)

น้ำร้อนช่วยได้ราดลงไปเลย เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับท่อของอ่างล้างจานและชักโครกครับ เนื่องจากสิ่งที่อุดตันท่อประเภทนี้มักจะเป็นไขมัน ดังนั้นการต้มน้ำให้ร้อนพอประมาณ (ไม่ต้องถึงกับเดือดมาก ไม่เช่นนั้นถ้าท่อดันเป็นท่อ PVC ที่รับความร้อนได้ไม่เกิน 70 องศาเซลเซียส จะออกอาการบวมและเสียรูปทรง ทีนี้อาจต้องได้ยกเครื่องทำท่อใหม่) ราดลงไปจะทำให้ไขมันนั้นถูกชะล้างออกไป การทำเช่นนี้นั้นควรจะทำเป็นประจำ ไม่ใช่ตันแล้วค่อยทำ เพราะถ้าท่อตันขึ้นมาแล้ววิธีนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนัก ราดทุกสัปดาห์ก็จะดีมาก

ที่ปั๊มส้วมหลักการการใช้เครื่องมือนี้ก็ง่ายๆเลยครับ เมื่อเกิดการอุดตันให้เราใส่น้ำให้ล้นๆซักหน่อย และใช้เจ้าไม้ดูดส้วมนี่ทำการกระแทกไปเรื่อยๆ ด้วยการอัดอากาศของไม้จะทำให้เกิดแรงดันดันน้ำลงไปในท่อให้ไปกระแทกกับส่วนที่อุดตันเรื่อยๆ ถ้าสิ่งที่อุดตันนั้นเป็นการหมักหมมแล้วละก็ทำไม่นานส่วนที่หมักหมมก็จะถูกทะลวงพังทลายไปนั่นเอง

ในส่วนของชักโครกก็ทำเช่นเดียวกันได้ครับ แต่เนื่องจากบริเวณปากของชักโครกนั้นจะไม่เท่ากัน เวลาใช้ไม้ดูดส้วมธรรมดากระแทกลงไปนั้น จะมีช่องว่างระหว่างปากดูดกับหลุมชักโครกทำให้แรงอัดอากาศไม่เยอะพอที่จะทำให้ส่วนที่ตันแตกออกได้ ผมแนะนำอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์นี้ นั่นก็คือ

มันก็คือไม้ดูดส้วมนั่นแหละ แต่จะเป็นแบบสองชั้น ชั้นนอกจะกว้างๆ เหมือนกับไม้ดูดส้วมทั่วไป ชั้นที่สองนั้นจะมีปากที่แคบลงเพื่อเข้าถึงหลุมชักโครกได้ง่ายยิ่งขึ้น แรงอัดอากาศที่ได้จึงเต็มที่ ทีนี้ก็กระแทกได้ประสิทธิภาพมากกว่าแบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด

งูเหล็กก็คือชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากของเจ้าเครื่องมือ สปริงทะลวงท่อ นั่นเอง มาดูหน้าตาของมันกัน
งูเหล็ก

ตัวงูเหล็กนั้นก็จะเป็นขดสปริงที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถโค้งงอได้ตามต้องการ หลักการทำงานของเจ้างูเหล็กนั้นก็ง่ายๆเลย คือการใส่เข้าไปในท่อระบายน้ำ แล้วค่อยหมุนตามเข็มนาฬิกาช้าๆ เจ้างูเหล็กนี่ก็จะควงสว่านไปเรื่อยๆ ทะลวงเอาเศษสิ่งที่อุดตันไปเรื่อยๆ เมื่อถึงทางโค้งด้วยการที่เป็นขดลวดยืดหยุ่นจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับการเข้าถึง จะ 2 โค้ง 3 โค้งก็ยังไหว (ถ้าความยาวถึงอะนะ) ถือเป็นเครื่องมือในการทะลวงท่อที่มีประสิทธิภาพมากมาย แนะนำให้ซื้อไว้ติดบ้านไม่เสียหาย ราคาก็ไม่แพงขึ้นอยู่ตามเกรดวัสดุที่ใช้ทำ (ร้าน 20 บาทยังมีเลย แต่สั้นไปหน่อย แถมใช้ไปไม่นานก็ขึ้นสนิม ไม่น่าดู)





กำจัดไขมัน ท่อตัน สาเหตุและวิธีแก้ปัญหา ท่อตัน  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/

5
อาการของโรคติดเชื้อไข้เลือดออก

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้เลือดออกอาจจะไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย หรืออาจจะเกิดอาการรุนแรงจนเสียชีวิต เมื่อหายร่างกายจะมีภูมิต่อเชื้อนั้นตลอดชีวิต ความรุนแรงของการติดเชื้อขึ้นกับอายุ ภาวะภูมิคุ้มกัน และความรุนแรงของเชื้อ
การติดเชื้อไวรัสแดงกิ่วมีอาการได้ 3 แบบคือ
การติดเชื้อไข้แดงกิ่ว Denque Fever
ไข้เลือดออก [Dengue hemorrhagic fever-DHF]
สำหรับไข้เลือดออกแดงกิวที่ช็อก Denque Shock Syndrome DSS

การดำเนินของโรค

ข้อสำคัญของไข้เลือดออก
ให้สงสัยว่าจะเป็นไข้เลือดออกในผู้ที่มีไข้เฉียบพลัน ไข้สูง โดยที่ไม่มีอาการของไข้หวัดร่วมกับ มีจุดเลือดออกหรือทำ touniquet test
หากตับโตจะช่วยสนับสนุนว่าเป็นไข้เลือดออก
ช่วงที่วิกฤตคือช่วงที่ไข้เริ่มลง หากเกล็ดเลือดต่ำลง ร่วมกับความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้นก่อนไข้ลง ให้สงสัยว่าจะเกิดช็อค
ยาลดไข้ไม่ได้ทำให้ระยะเวลาที่เป็นไข้ลดลง การให้ยาไม่ถูกต้องอาจจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน
หากเลือดมีความเข้มข้นมากขึ้น 20% แสดงว่ามีการรั่วของพลาสม่า จำเป็นต้องได้รับน้ำเกลืออย่างเหมาะสม แต่การให้น้ำเกลือก่อนที่ จะมีการรั่วของพลาสม่าไม่เกิดประโยชน์
ภาวะ DSS เกิดจากการรั่งของพลาสม่า ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ต้องรีบให้น้ำเกลืออย่างรวดเร็ว และอาจจะจำเป็นต้องให้ Dextran 40
การให้น้ำเกลือจะให้เท่ากับพลาสม่าที่รั่ว โดยดูจากความเข้มของเลือดและปริมาณปัสสาวะที่ออก
การได้รับน้ำเกลือมากเกินไปอาจจะเกิดน้ำท่วมปอด
การเกิดภาวะเป็นกรดจะเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆตามมา

ความรุนแรงของโรคไข้เลือดออก
ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไข้เลือดออกแดงกิว จะต้องมีหลักฐานการรั่วของพลาสมา (มีความเข้มข้นของเลือด[Hct]เพิ่มขึ้น 20% หรือมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด หรือในช่องท้อง) และมีเกล็ดเลือดต่ำกว่า 100,000 ความรุนแรงของโรคไข้เลือดออกจัดได้เป็น 4 ระดับ
Grade 1 ผู้ป่วยไม่ช็อก เป็นไข้เลือดออกโดยที่ไม่มีจุดเลือดออก ทำ touniquet test ให้ผลบวก
Grade 2 ผู้ป่วยไม่ช็อก มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง มีเลือดกำเดาไหล หรืออาเจียนเป็นเลือด
Grade 3 ผู้ป่วย่ช็อก มีความดันโลหิตต่ำ ชีพขจรเร็ว pulse pressure แคบ เหงื่อออก กระสับกระส่าย
Grade 4 ผู้ป่วย่ช็อกรุนแรง วัดความดันโลหิตไม่ได้






การดำเนินของโรค การป้องกันไข้เลือดออก การดูแลผู้ป่วย ไข้เลือดออก  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/

6
มาดูวิธีแก้ปัญหาท่อน้ำตันง่าย ๆ ไม่ต้องเรียกช่าง วิธีแก้ปัญหาน้ำตันด้วยน้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา โซดาไฟ และของใกล้ตัวที่ช่วยแก้ปัญหาท่อน้ำตันได้อย่างดีเยี่ยม

หากกำลังประสบปัญหาท่อน้ำตัน อย่าเพิ่งกริ๊งกร๊างไปหาช่างซ่อม เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีแก้ปัญหาท่อน้ำตันง่าย ๆ มาบอกต่อ โดยวิธีแก้ไขท่อน้ำตันด้วยตัวเองและของใช้ในบ้าน เช่น น้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา โซดาไฟ และของอื่น ๆ อีกมากมายที่อยู่ใกล้มือ อยากรู้ว่าท่อน้ำตันทำอย่างไร ? ก็ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยจาก 12 วิธีแก้ไขปัญหาท่อน้ำตัน

1. ที่ปั๊มส้วมช่วยได้ในเบื้องต้น
วิธีการแก้ไขเบื้องต้นปัญหาท่อน้ำอุดตันนั่นก็คือ การใช้ที่ปั๊มส้วม แต่จะให้ดีต้องปั๊มด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยการครอบที่ปั๊มลงไปที่ปากท่อ นำผ้าเปียกมาคลุมไว้รอบ ๆ ที่ปั๊มแล้วทำการปั๊มขึ้น-ลงประมาณ 6-10 ครั้ง เพื่อดึงเอาสิ่งที่อุดตันอยู่ในท่อขึ้นมา

2. น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดา
หากเกิดปัญหาท่อน้ำอุดตันแนะนำให้เทเบกกิ้งโซดาประมาณ ½ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วเทน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวงตามลงไปและทิ้งไว้สักพัก จากนั้นให้ราดน้ำร้อนลงไปในท่อซ้ำอีกครั้ง

3. เบกกิ้งโซดาและเกลือ
วิธีนี้คล้ายกับวิธีที่ 2 แต่เปลี่ยนจากน้ำส้มสายชูเป็นเกลือ โดยเทเบกกิ้งโซดาประมาณ 1 ถ้วยตวงและเกลือ ½ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วปล่อยทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นเทน้ำร้อนลงไปในท่ออีก 2 ถ้วยตวง

4. ไม้แขวนเสื้อใช้ทะลวงท่อ
หากเราสามารถมองเห็นเศษขยะที่อุดตันอยู่ในท่อได้ ให้นำไม้แขวนเสื้อมาคลายออกให้เป็นลวดยาว ๆ งอปลายขึ้นเล็กน้อยเพื่อทำเป็นหัวตะขอเกี่ยว จากนั้นนำลวดด้านที่มีหัวเกี่ยวหย่อนลงไปในท่อเพื่อเกี่ยวเศษขยะที่อุดตันท่อขึ้นมา

5. เครื่องดูดฝุ่น ดูดหมดทุกสิ่งอุดตัน
ถ้าที่บ้านมีเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถใช้ทำงานได้ทั้งพื้นที่เปียกและพื้นที่แห้ง แนะนำให้เปิดระบบการทำงานเครื่องดูดฝุ่นให้เป็นแบบเปียก จากนั้นเปิดน้ำหล่อท่อเอาไว้แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นจ่อลงไปที่ปากท่อ แล้วดูดสิ่งอุดตันท่อออกมาให้หมด

6. โซดาไฟ กัดคราบสกปรกให้หลุดออกจากท่อน้ำ
วิธีนี้ควรใช้แก้ปัญหาส้วมอุดตันเท่านั้นและควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกันด้วย ได้แก่ ถุงมือยาง แว่นป้องกันสายตา และหน้ากากอนามัย แล้วก็ลงมือผสมโดยการเทน้ำเย็นลงในถังประมาณ ¾ แกลลอน ตามด้วยโซดาไฟอีก 3 ถ้วยตวง ใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน เมื่อเกิดฟองฟู่และไอร้อนก็รีบเทลงในชักโครก ทิ้งไว้ 20-30 นาที แล้วค่อยเทน้ำต้มเดือดราดลงไป

7. น้ำยาล้างจาน ล้างคราบไขมันให้หายเกลี้ยง
แม้การใช้น้ำยาล้างจานอาจจะดูเป็นวิธีที่ค่อนข้างเบาแต่กลับได้ผลเกินคาด โดยเทน้ำยาล้างจานลงไปในท่อประมาณ ¼ ถ้วยตวง แล้วตามด้วยน้ำต้มเดือด น้ำยาล้างจานจะลงไปกัดคราบไขมันให้หลุดออกจากท่อ แต่ถ้าจะให้ดีแนะนำให้สวมถุงมือยาง แล้วล้วงมือลงไปดึงเศษขยะที่ติดอยู่ออกมา ก็จะช่วยแก้ปัญหาท่ออุดตันได้ดีกว่า





วิธีแก้ปัญหาน้ำตัน กำจัดไขมัน ด้วยน้ำส้มสายชู  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่http://www.bcithailand.net/

7
วิธีในการป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษทางน้ำมีหลายวิธี โดยที่เราสามารถมีส่วนร่วมในการรักษาสภาพที่ดีของแหล่งน้ำได้โดย

– ไม่ทิ้งของเสียลงสู่แหล่งน้ำ และทางระบายน้ำสาธารณะ

– บำบัดน้ำเสียขั้นต้น ก่อนระบายลงแหล่งน้ำหรือท่อระบายน้ำ

– ช่วยกันลดปริมาณการใช้น้ำ และลดปริมาณขยะในบ้านเรือน

– ลดหรือหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช ในกิจกรรมทางการเกษตร หรือสารเคมีที่ใช้ในบ้านเรือน

– ควรนำน้ำเสียกลับมาใช้ประโยชน์

– สำรวจเพื่อลดปริมาณน้ำเสียของแต่ละขั้นตอนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม

– สร้างจิตสำนึกของประชาชนในตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาคุณภาพแหล่งน้ำ และประหยัดการใช้น้ำเท่าที่จำเป็น

1. น้ำดีไล่น้ำเสีย

เป็นวิธีการใช้น้ำที่มีคุณภาพดีช่วยผลักดันน้ำเน่าเสียออกไปและช่วยให้น้ำเน่าเสียเจือจางลง พระราชดำรินี้ได้นำมาแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียใน คลองของกรุงเทพมหานคร โดยใช้น้ำจากแม่น้ำเจือจางน้ำเน่าเสียและชักพาสิ่งสกปรกจากคลองต่างๆ ทำให้คลองสะอาดขึ้นได้เป็นอย่างดี

“…การจัดระบบควบคุมระดับน้ำในคลองสายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดระบบน้ำในกรุงเทพมหานคร นั้น สมควรวางระบบให้ถูกต้องตามสภาพการณ์และลักษณะภูมิประเทศ ซึ่งควรแบ่งเป็น 2 แผนด้วยกัน คือ แผนสำหรับใช้กับในฤดูฝนหรือฤดูน้ำมาก เพื่อประโยชน์ในการป้องกันน้ำท่วม และเพื่อบรรเทาอุทกภัยเป็น สำคัญ แผนการระบายน้ำในฤดูแล้งนั้นก็ต้องจัดอีกแบบหนึ่งต่างกันไป เพื่อการกำจัดหรือไล่น้ำเน่าเสียออกจาก คลองเป็นหลัก ซึ่งทั้งสองระบบนี้ ควรพิจารณาถึงวิธีการระบายน้ำโดยอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกให้มากที่สุด ทั้งนี้ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการควบคุมระดับน้ำตามลำคลองเหล่านี้…”

2. เครื่องกรองน้ำธรรมชาติ

เป็นการใช้ผักตบชวาซึ่งเป็นวัชพืชที่ต้องการกำจัดอยู่แล้ว มาทำหน้าที่ดูดซับความสกปรก รวมทั้งสารพิษจากน้ำเน่าเสีย โดยทรงใช้หลัก อธรรมปราบอธรรม และทรงเปรียบเทียบบึงมักกะสันเป็นเสมือน “ไต” ของกรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่กำจัดสิ่งสกปรกในน้ำเน่าเสียที่ไหลตามคลองสามเสน ให้ผ่านกรองโดยธรรมชาติให้เป็นน้ำที่มีคุณภาพดีขึ้น แล้วระบายออกไปยังคลองสามเสน และคลองแสนแสบ

“…ในกรุงเทพฯ ต้องมีพื้นที่หายใจ แต่ที่นี่เราถือเป็นไตกำจัดสิ่งสกปรกและโรค สวนสาธารณะถือว่าเป็นปอด แต่นี่เป็นเหมือนไตฟอกเลือด ถ้าไตทำงานไม่ดีเราตาย อยากให้เข้าใจหลักของความคิดอันนี้…”

3. สระเติมอากาศชีวภาพบำบัด

ทรงใช้ระบบการจัดการน้ำเสียโดยใช้เครื่องจักรกลเติมอากาศเพิ่มออกซิเจนละลายน้ำ ซึ่งใช้ออกซิเจนตามธรรมชาติจากพืชน้ำ และสาหร่าย แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ บ่อบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ (Aeroted Lagoon) โดยได้นำมาทดลองใช้ที่บึงพระราม 9 ซึ่งเป็นบึงขนาดใหญ่อยู่ใจกลาง กรุงเทพมหานครตลอดเวลา เพื่อให้แบคทีเรียทำการย่อยสลายอินทรีย์ในน้ำเสียโดยปฏิกิริริยาแบบการให้ออกซิเจนต่อเนื่อง จากนั้นจะไหลไปยัง บ่อกึ่งไร้อากาศเพื่อบำบัดสารอินทรีย์ที่หลงเหลือในบ่อน้ำ เมื่อน้ำใสแล้วจะระบายน้ำทิ่งลงคลองลาดพร้าวตามเดิม ผลปรากฏว่าคุณภาพน้ำในคลองดีขึ้น

4. การผสมผสานระหว่างพืชน้ำกับระบบเติมอากาศ

ใช้ธรรมชาติผสมผสานกับเทคโนโลยี โดยการสร้างบ่อดักสารแขวนลอย ปลูกต้นกกอียิปต์ เพื่อใช้ดับกลิ่นและปลูกต้นผักตบชวาเพื่อดูดสิ่ง สกปรกและโลหะหนัก ต่อจากนั้นใช้กังหันน้ำชัยพัฒนาและแผงท่อเติมอากาศให้กับน้ำเสียตามความเหมาะสม ตลอดจนให้ตกตะกอนก่อน ปล่อยลงแหล่งน้ำ โดยนำมาทดลองที่หนองโสน จังหวัดสกลนคร ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณภาพน้ำในหนองโสนใสและสะอาดยิ่งขึ้น

5. หลักธรรมชาติ บำบัดธรรมชาติ

การบำบัดน้ำเสียด้วยระบบบ่อบำบัดและพืชน้ำประกอบด้วยระบบ 4 ระบบ คือ ระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย ระบบบ่อชีวภาพ ระบบหญ้ากรอง และระบบบำบัดน้ำเสียโดยใช้ป่าชายเลน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำหลักธรรมชาติเหล่านี้ มาใช้กับธรรมชาติ “….อย่างที่บอกว่าเอาน้ำเสียมาใช้ในการทำการเกษตรกรรมทำได้ แต่ที่ทำนั้นต้องมีสัก 5,000 ไร่ ขอให้ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ มาช่วยร่วมกันทำ ทำได้แน่…”

และได้พระราชทานแนวทางหรือวิธีการว่า

“…ทางใต้ออสเตรเลียมีโครงการเอาน้ำเสียนี้ไปใส่ในคลองแล้วใส่ท่อไปใกล้ทะเลแล้วทำเป็น สระเป็นบ่อใหญ่มาก เป็นพื้นที่ตั้งเป็นร้อยไร่ หลายร้อยไร่ เขาก็ไปทำให้น้ำนั้นหายสกปรก แล้วก็เทลงทะเล….”




ปัญหา น้ำเน่าเสีย การรักษาสภาพที่ดี ของแหล่งน้ำ  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่http://www.bcithailand.net/

8
อื่นๆ / หากสงสัยว่าเป็น ไข้เลือดออก
« เมื่อ: ธันวาคม 05, 2017, 10:12:49 AM »
การรักษาโรคไข้เลือดออก

ในขณะนี้ยังไม่มียาชนิดใด ที่สามารถต่อต้านไวรัสที่มีฤทธิ์เฉพาะสำหรับเชื้อไข้เลือดออกได้ แพทย์จะให้การรักษาโดยรักษาไปตามอาการในแบบประคับประคองไปก่อนเท่านั้น แต่ทั้งนี้ก็จะเกิดผลดีได้ หากแพทย์สามารถทำการวินิจฉัยพบโรคได้ตั้งแต่เกิดขึ้นในระยะแรกๆ อีกทั้งแพทย์จะต้องมีความเข้าใจถึงธรรมชาติของโรคและให้การรักษารวมทั้งการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาที่ผู้ป่วยยังคงอยู่ในช่วงวิกฤตประมาณ 24-48 ชั่วโมงที่มีการรั่วไหลของพลาสมา

สิ่งนี้ทุกคนควรจำให้ขึ้นใจ ไม่ว่าจะป่วยด้วยอาการมากน้อยแค่ไหนก็ใช้ยาชนิดนี้ในผู้ป่วยไข้เลือดออกไม่ได้ รวมถึงยากลุ่ม NSAIDS เพราะในยากลุ่มนี้มีคุณสมบัติจับตัวกันเป็นก้อนเลือด ซึ่งยานี้อาจไปกระตุ้นอาการเลือดออกให้มากกว่าเดิมได้นั่นเอง

ป่วยมีไข้แค่ใหน จึงต้องนำส่งโรงพยาบาล ?

อาการเริ่มแรกของไข้เลือดออกก็แทบจะไม่ต่างจากไข้หวัดธรรมดาเลย แต่ไข้เลือดออกจะไม่มีอาการไอและไม่มีน้ำมูก จึงทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นอาการของหวัดจึงไม่ค่อยตื่นตัว แต่จะมารู้ตัวอีกครั้งก็เมื่อมีอาการ เลือดออกมากผิดปกติและมีไข้ อาเจียน ปวดท้อง ปัสสาวะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด มือ เท้าเย็น ตาลาย เหงื่อออกมาในช่วงที่ไข้ลด อาการเหล่านี้คืออาการชนิดที่รุนแรงจึงต้องรีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์โดยด่วนเพราะคนไข้อาจเกิดอาการช็อคหมดสติได้

หากสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก ไม่ควรประมาท! แต่ควรรีบไปหาแพทย์ให้วินิจฉัยทันที เพื่อป้องกันอันตรายในระยะวิกฤต จนอาจส่งผลถึงชีวิต
ไข้เลือดออกรักษาได้ (ถ้ารู้ตัวแต่เนิ่นๆ)

บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าโรคไข้เลือดออก ก็สามารถรักษาไข้หายขาดได้แล้ว ซึ่งจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น… ก็สังเกตุได้จากอาการไข้ที่ลดลงภายใน 24-48 ชั่วโมง คนไข้จะรู้สึกตัว ร่าเริง เริ่มทานอาหารได้บ้างเล็กน้อย นั่นจะเป็นอาการบ่งบอกว่าผู้ป่วยกำลังจะหายจากโรคไข้เลือดออกแล้วนั่นเอง

วิธีดูแลผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก

ในช่วงที่ผู้ป่วยมีไข้สูง บางรายอาจมีอาการชักได้พร้อมกัน โดยพาะเด็กที่เคยมีประวัติการชักมาก่อน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้ยาลดไข้ และยาลดไข้นั้นควรใช้ยาพาราเซตามอลเท่านั้น ที่สำคัญห้ามใช้ยาแอสไพรินเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกร็ดเลือดในร่างกายเสียการทำงาน อีกทั้งยังทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารและทำให้เลือดออกมาได้ง่ายขึ้น
ควรชดเชยน้ำให้แก่ผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีไข้ และมีอาการเบื่ออาหาร รวมทั้งมีอาการอาเจียน จึงทำให้ขาดน้ำในปริมาณที่มาก ดังนั้นจึงควรชดเชยน้ำด้วยการให้ดื่มน้ำผลไม้หรือสารละลายผงน้ำตาลเกลือแร่
หมั่นติดตามอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพื่อป้องกันภาวะช็อกได้ทันเวลา
ต้องให้ผู้ป่วยอยู่ในที่ปลอดยุง ควรมีมุ้งลวดหรือกางมุ้งเพื่อป้องกันยุง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

ควรให้ผู้ป่วยอยู่ในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
ควรให้ผู้ป่วยพักผ่อนมาก ๆ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน
ดื่มน้ำหรือเกลือแร่ให้มากพอ โดยสังเกตที่สีปัสสาวะจะเป็นสีเหลืองอ่อน หากปัสสาวะสีเข้ม ต้องดื่มน้ำเพิ่มขึ้น
เช็ดตัวผู้ป่วยด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น ควรรักษาอุณหภูมิร่างกายผู้ป่วยไม่ให้สูงถึง 39 องศาเซลเซียส กรณีที่มีไข้ ห้ามเช็ดตัวหรืออาบน้ำด้วยน้ำเย็น เพราะผู้ป่วยอาจสั่นได้




หากสงสัยว่าเป็น ไข้เลือดออก  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/

9
ผู้ป่วยยืนยันการตรวจพบเชื้อไข้เลือดออกเดงกี   6,600   9,961   13,018   7,699   11,148
ผู้ป่วยอาการคล้ายไข้เลือดออกเดงกี   32,526   41,995   58,093   42,578   46,312
อัตราการป่วย (%)   20.29%   23.72%   22.41%   18.08%   24.07%
ในปีนี้สภาพอากาศร้อนเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา สิ่งที่น่าห่วง คือ โรคไข้เลือดออก ซึ่งมีสาเหตุจากยุงลาย มีข้อมูลการศึกษาทางวิชาการพบว่าขณะนี้ตัวลูกน้ำยุงลายจะกลายเป็นตัวยุงเร็วกว่าอดีตที่ใช้เวลาประมาณ 7 วัน จะใช้เวลาลดลงเป็นประมาณ 5 วัน จึงทำให้ปริมาณยุงตัวโตเต็มวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการวิเคราะห์สถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกในปี 2558 พบว่าโรคมีสัญญาณอาจเกิดการระบาดในปีนี้ได้ โดยในช่วงเดือนมกราคมจนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเข้ารักษาในโรงพยาบาลสะสมรวม 102,762 ราย เสียชีวิต 102 ราย มากที่สุดในภาคกลางมีร้อยละ 46 ของผู้ป่วยทั้งหมด รองลงมาคือที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ น้อยที่สุดคือที่ภาคใต้ พบทั้งในเมือง และชนบท โดยสถิติผู้ป่วยใน 10 เดือนแรกปีนี้สูงกว่าช่วงเดียวกันในปี 2552 ถึงร้อยละ 199 เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกในปีนี้ พบทุกกลุ่มอายุ แต่มีแนวโน้มพบในเด็กอายุ 10-14 ปีมากขึ้น

สาเหตุ

เชื้อไวรัสเดงกีที่ทำให้เกิดไข้เลือดออกมี 4 สายพันธุ์ ซึ่งในประเทศไทยถือว่าโรคไข้เลือดออกเป็นโรคประจำถิ่น มีครบทุกสายพันธุ์ หากติดเชื้อสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง จะทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานสำหรับสายพันธุ์นั้นได้ตลอดชีวิต แต่ป้องกันสายพันธุ์อื่นได้ไม่เกิน 1 ปี ดังนั้นคนคนหนึ่ง ยังสามารถติดเชื้อสายพันธุ์ที่เหลือได้ และการติดเชื้อครั้งที่ 2 นี้ มักเกิดอาการที่รุนแรงมากกว่าการติดเชื้อครั้งแรก
แม้ว่าเคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อนก็สามารถเป็นซ้ำได้หากไม่ได้ป้องกันยุงลายกัด หรือไม่ได้กำจัดลูกน้ำ และทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่เป็นภาชนะใส่น้ำ หรือภาชนะที่มีน้ำขังในบ้าน และบริเวณรอบบ้าน

โดยทั่วไปโรคนี้จะพบชุกชุมในฤดูฝน ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ๆ อาจพบโรคนี้ได้ประปรายตลอดทั้งปี การที่มีโรคนี้ชุกชุมในฤดูฝน เพราะมีจำนวนยุงเพิ่มมากขึ้น และเพราะการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และความชื้น จะมีผลต่อจำนวนครั้งของการกัด นอกจากนี้ในฤดูฝน เด็กอาจจะอยู่ในบ้านในเวลากลางวันมากขึ้น โอกาสที่เด็กจะถูกยุงกัดจะมากขึ้นได้

โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อเดงกีมีการระบาดอยู่แล้ว 4 สายพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งการระบาดสายพันธุ์ไหนจะมากกว่ากันขึ้นอยู่กับพื้นที่ บางครั้งอาจเกิดความเข้าใจกันไปว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งแท้จริงเป็นสายพันธุ์ที่มีอยู่แล้วในประเทศไทย
โรคนี้เกิดขึ้นได้ทั้งฤดูฝน และฤดูแล้ง ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลายของอุณหภูมิการเก็บกักน้ำใช้ในภาวะแล้งหากไม่ถูกวิธี ปิดฝาไม่สนิทอาจกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้ และอย่างที่บอกไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อเดงกี มียุงลายบ้าน และยุงลายสวนเป็นพาหะนำโรค ซึ่งยุงเหล่านี้หากินตอนกลางวันการแพร่ระบาด นอกจากจะมียุงลายเป็นพาหะสำคัญ คนที่เป็นโรคไข้เลือดออกยังเป็นสื่อกลางแพร่เชื้อ ยิ่งช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางย้ายถิ่นช่วงนี้จากการติดตามสถานการณ์โรคพบว่า มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น เป็นการแพร่เชื้อโดยแอบแฝง ซึ่งการแพร่เชื้อลักษณะนี้มีสัดส่วนมากกว่าการเกิดจากยุง”

นอกจากไข้เลือดออกที่เกิดจากเชื้อเดงกี ยังมีไข้เลือดออกมาเบิร์ก หรือมาร์บวก ซึ่งเชื่อว่านำเชื้อโดยลิงแอฟริกัน ไข้เลือดออกชนิดนี้มีอันตรายรุนแรงมากๆ ผู้ที่ติดเชื้อจะเสียชีวิตลงในเวลารวดเร็ว ขณะนี้พบในประเทศแองโกลา ทวีปแอฟริกาไม่พบในประเทศไทย ไข้เลือดออกแต่ละคนจะมีอาการไม่เหมือนกันแล้วแต่สภาพของแต่ละบุคคลที่จะตอบสนองกับเชื้อนั้นๆ ส่วนสายพันธุ์ที่ 4 ความรุนแรงโดยเฉลี่ยจะมีไม่มากต่างจากสายพันธุ์ 2 และ 3 ที่มีความรุนแรงกว่า




ไข้เลือดออก ภัยร้ายที่กำลังรุนแรง   เพิ่มเติมคลื๊กที่นี่https://www.bciworld.net/

10
อื่นๆ / กำจัดลูกน้ำ ในภาชนะขังน้ำชนิดต่างๆ
« เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2017, 09:23:51 PM »
การควบคุมชั่วคราวเพื่อฆ่ายุงลายตัวแก่ในบริเวณที่มีการระบาด เพื่อไม่ให้ยุงที่มีเชื้อไปกัดหรือวางไข่ต่อที่อื่นๆ อีก

แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
1. ยุงลายในประเทศไทยที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก ได้แก่ ยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) และยุงลายสวน (Aedes albopictus)

2. แหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลายทั้งสองชนิดแตกต่างกัน โดยลูกน้ำของยุงลายบ้านจะอยู่ในภาชนะขังน้ำชนิดต่างๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งที่อยู่ภายในบ้าน และบริเวณรอบๆ บ้าน เช่น โอ่งน้ำดื่มน้ำใช้ บ่อซีเมนต์เก็บน้ำในห้องน้ำ ถ้วยหล่อขาตู้กับข้าวกันมด แจกัน ภาชนะเลี้ยงพลูด่าง จานรองกระถางต้นไม้ ยางรถยนต์เก่า และเศษวัสดุต่างๆ ที่มีน้ำขัง เป็นต้น เมื่อปี ค.ศ. 2007 นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันเครกเวนเตอร์ สามารถถอดรหัสพันธุกรรมของยุงลายบ้านได้เป็นผลสำเร็จ นับเป็นยุงชนิดที่สองในโลกที่ได้รับการศึกษาจีโนมอย่างสมบูรณ์ พบว่าสายพันธุกรรมประกอบไปด้วยเบสจำนวน 1.38 ล้านคู่ สร้างโปรตีนทั้งหมด 15,419 ชนิด

3. ลูกน้ำยุงลายสวนมักเพาะพันธุ์อยู่ในแหล่งธรรมชาติ เช่น โพรงไม้ โพรงหิน กระบอกไม้ไผ่ กาบใบพืชจำพวกกล้วย พลับพลึง หมาก ตลอดจนแหล่งเพาะพันธุ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น และอยู่บริเวณรอบๆ บ้านหรือในสวน เช่น ยางรถยนต์เก่า รางน้ำฝนที่อุดตัน ถ้วยรองน้ำยางพาราที่ไม่ใช้แล้ว หรือแม้แต่แอ่งน้ำบนดิน ยุงลายสวนตัวเมียจะไม่วางไข่บนน้ำโดยตรงเหมือนยุงชนิดอื่นๆ และมีความสามารถในการกัดได้รวดเร็วมาก ส่วนใหญ่คนที่ถูกกัดจะตบไม่ทัน

การกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย
1. ปิดปากภาชนะเก็บน้ำด้วยผ้า ตาข่ายไนล่อน อะลูมิเนียม หรือวัสดุอื่นที่สามารถปิดปากภาชนะเก็บน้ำนั้นได้อย่างมิดชิด จนยุงไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปวางไข่ได้

2. หมั่นเปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน ซึ่งเหมาะสำหรับภาชนะเล็กๆ ที่มีน้ำไม่มากนัก เช่น แจกันดอกไม้สด ทั้งที่เป็น
แจกันที่หิ้งบูชาพระ แจกันที่ศาลพระภูมิ หรือแจกันประดับตามโต๊ะ รวมทั้งภาชนะและขวดประเภทต่างๆ
ที่ใช้เลี้ยงต้นพลูด่าง ฯลฯ

3. ใส่ทรายในจานรองกระถางต้นไม้ ใส่ให้ลึกประมาณ 3 ใน 4 ของความลึกของจานกระถางต้นไม้นั้น เพื่อให้ทรายดูดซึมน้ำส่วนเกินจากการรดน้ำต้นไม้ไว้ ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับกระถางต้นไม้ที่ใหญ่และหนัก ส่วนต้นไม้เล็กอาจใช้วิธีเทน้ำที่ขังอยู่ในจานรองกระถางต้นไม้ทิ้งไปทุก 7 วัน

4. การเก็บทำลายเศษวัสดุ เช่น ขวด ไห กระป๋อง ฯลฯ และยางรถยนต์เก่าที่ไม่ใช้ หรือคลุมให้มิดชิดเพื่อไม่ให้รองรับน้ำได้

5. บริเวณที่ปลูกต้นไม้ หากมีต้นไม้เยอะๆ ก็ทำให้มียุงเยอะ เพราะยุงจะชอบเกาะพักอยู่ในที่มืดๆ อับๆ ควรแก้ไขให้ดูโปร่งตาขึ้น ถ้าเป็นต้นไม้ประดับในบริเวณบ้าน ก็ต้องคอยสังเกตุว่ารดน้ำมากไปจนมีน้ำขังอยู่ในจานรองกระถางหรือเปล่า พยายามเทน้ำทิ้งบ่อยๆ

วิธีกำจัดลูกน้ำ
วิธีทางเคมี และชีวภาพที่นำมาใช้กำจัดลูกน้ำ ได้แก่
1. แบคทีเรียกำจัดลูกน้ำ Bacillus thuringiensis israelensis และ Bacillus sphaericus
2. สารหยุดยั้งการเจริญเติบโตของแมลง เช่น methoprene
3. ยาฆ่าแมลงในกลุ่มสารออร์แกโนฟอสเฟต เช่น temephos
4. น้ำมันแร่ (mineral oils)
5. แผ่นฟิล์มโมเลกุลเดียว (monomolecular films)

ทรายกำจัดลูกน้ำ
1. ทรายกำจัดลูกน้ำ เป็นทรายที่ถูกเคลือบด้วยสารเคมีที่มีชื่อสามัญว่า “ทีมีฟอส” (temephos) เป็นสารเคมีสังเคราะห์ในกลุ่มออร์แกโนฟอสเฟต ใช้ใส่ในน้ำเพื่อกำจัดลูกน้ำยุงลาย อัตราส่วนที่ใช้ คือ ทรายกำจัดลูกน้ำ 1 กรัมต่อน้ำ 10 ลิตร หากใช้ทรายกำจัดลูกน้ำตามอัตราที่กำหนดให้นี้จะไม่มีอันตรายต่อผู้บริโภค
2. เป็นสารออกฤทธิ์ทำลายระบบประสาท และการหายใจของลูกน้ำยุงต่างๆ สารทีมีฟอสมีความเป็นพิษสูงต่อตัวอ่อนของยุง รวมทั้งแมลงอื่นๆ เช่น ริ้น แมลงวันฝอยทราย แมลงหวี่ขน แมลงวันริ้นดำ และเหา จากการศึกษาพบว่ามีพิษน้อยต่อคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ แต่ยังมีความเป็นพิษสูงต่อนกบางชนิด
3. ทรายกำจัดลูกน้ำที่ผลิตออกมาจำหน่ายมีหลายชื่อการค้า เช่น อะเบท (ABATE) เคมฟลีท แซนดาเบต (Chemfleet Sandabate) ลาวิฟอส เอสจี (Lavifos SG) เป็นต้น
4. ทรายกำจัดลูกน้ำได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลกว่า ปลอดภัยสำหรับการใส่ในน้ำดื่ม แต่มีข้อจำกัดที่ราคาค่อนข้างแพง



กำจัดลูกน้ำ ในภาชนะขังน้ำชนิดต่างๆ    เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/

11
วิธีกำจัดลูกน้ำยุง

เลี้ยงปลาไว้กินลูกน้ำ

ปลาที่นิยมเลี้ยงกันไว้กินลูกน้ำก็คือ ปลาหางนกยูง ปลาสอด ปลากัด โดยมักจะเลี้ยงปลาเหล่านี้ไว้ในโอ่ง หรือบ่อซีเมนต์ ไว้สำหรับกินลูกน้ำในน้ำ ซึ่งจะช่วยควบคุมยุงลายได้ทางหนึ่ง โดยให้ใส่ปลาหางนกยูง 2-10 ตัวต่อภาชนะ แต่หากกลัวว่าปลาจะยิ่งเพาะพันธุ์มากขึ้น ก็ให้เลือกเลี้ยงเฉพาะปลาหางนกยูงตัวผู้ก็ได้

ใช้แบคทีเรียกำจัดลูกน้ำ

แบคทีเรียพวกนี้จะเป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในดินตามธรรมชาติ จึงไม่เป็นพิษต่อคนและสัตว์ โดยหาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาด ซึ่งจะมีชื่อเรียกทางการค้าแตกต่างกันไป เช่น Bactimos, Teknar, VectoBac, Larvitab ฯลฯ และมีหลายสูตรให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมกับชนิดของแหล่งน้ำ และชนิดของลูกน้ำยุง

นอกจากนี้ น้ำอีเอ็มที่ใช้แก้น้ำเสียก็สามารถกำจัดลูกน้ำยุงลายได้เช่นกัน เพราะอีเอ็มมีประสิทธิภาพในการปรับสภาพน้ำ ลดความเป็นกรด – ด่างในน้ำ ทำให้ลูกน้ำยุงลายไม่สามารถอยู่ได้ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม

ใช้ทรายอะเบทกำจัดยุงลาย

บางคนเรียกทรายอะเบท ว่า ทรายกำจัดลูกน้ำยุงลาย หรือ ทรายเคมีฟอส วิธีการใช้ก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่นำทรายอะเบท 1 กรัม ใส่ในน้ำ 10 ลิตร (อัตราส่วน 1 กรัมต่อน้ำ 10 ลิตร หรือ 20 กรัม) ก็จะช่วยกำจัดลูกน้ำอย่างได้ผล โดยจะป้องกันไม่ให้เกิดลูกน้ำได้นานประมาณ 1-2 เดือนเลยทีเดียว

ใช้วิธีกาลักน้ำ

หากโอ่ง กระป๋อง ถัง หรือบ่อซีเมนต์อะไรก็ตามในบ้านของคุณมีลูกน้ำว่ายไปว่ายมาอยู่ กลัวจะกำจัดไม่หมด ลองใช้วิธีนี้ดูนี้ เริ่มจากเตรียมสายยางยาวประมาณ 2 เท่า ของความสูงภาชนะ และเติมน้ำให้เต็มตลอดสายยางไว้ จากนั้นใช้มือหมุนกวนภาชนะประมาณ 2-3 รอบ เพื่อให้ตะกอนสกปรก รวมทั้งลูกน้ำที่กระจัดกระจายอยู่ในภาชนะจะถูกแรงหมุนเหวี่ยงของน้ำ กวาดไล่มารวมอยู่ที่กึ่งกลางของพื้นภาชนะ จากนั้นจึงใช้สายยางที่เตรียมไว้ดูดเอาลูกน้ำ ตัวโม่ง และตะกอนกำจัดทิ้งไปพร้อม ๆ กันซะ ทีนี้ภาชนะของคุณก็จะสะอาดและปลอดลูกน้ำยุงลายแน่นอน

นอกจากวิธีการกำจัดลูกน้ำของยุงแล้ว ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ก็ยังได้แนะนำวิธีง่าย ๆ ที่ประหยัดและปลอดภัยด้วยการใช้ “สารลดแรงตึงผิว” เป็นตัวช่วยกำจัดตัวยุงได้ด้วย โดยสารลดแรงตึงผิวนี้จะทำให้เยื่อบุรูหายใจ (spiracle) ของแมลงสูญเสียสภาพการควบคุมความสมดุลของน้ำภายในตัวแมลง (dehydration) และทำให้แมลงตายในที่สุด

อ๊ะ ๆ อย่าเพิ่งทำหน้างงว่าจะไปหาสารลดแรงตึงผิวได้ที่ไหน เพราะความจริงสารลดตึงผิวมีใช้กันอยู่ทุกบ้านแน่นอน ก็อย่างเช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน สบู่เหลว นั่นไงล่ะ เอาล่ะ…ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากกว่านี้ ไปดูวิธีการกันเลยจ้า



เลี้ยงปลาไว้กินลูกน้ำเพื่อ กำจัดลูกน้ำ    เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/

12
โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดจากยุงเป็นพาหนะของโรค นอกจากเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทย ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศในเขตร้อนชื้น และก่อให้เกิดความกังวลต่อผู้ปกครองเวลาเด็กมีไข้ บทความนี้จะบรรยายถึงโรคไข้เลือดออกในแง่การดูแลผู้ป่วยซึ่งมีหัวข้อต่อไปนี้

อุบัติการณืของโรคไข้เลือดออกยุงลาย
เมื่อ คศ 1970มีการระบาดของไข้เลือดออกเป็นครั้งคราว epidermic 9 ประเทศ ปัจจุบันไข้เลือดออก มีการระบาดเพิ่มมากขึ้น ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันไข้เลือดออก เป็นโรคประจำท้องถิ่น endemic ของประเทศมากว่า 100 ประเทศในแถบแอฟริกา อเมริกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ western pacific โดยมีความรุนแรงมากในแถบ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ western pacific
ประชากรประมาณ 2500 ล้านคนในประเทศที่มีการระบาดจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้เลือดออก ประมาณว่าจะมีการติดเชื้อปีละ 50 ล้านคน และต้องนอนโรงพยาบาลมากกว่า 500000 คนต่อปี อัตราการเสียชีวิตประมาณร้อยละ 2.5 แต่อาจจะสูงถึงร้อยละ 20 หากให้การรักษาอย่างดีอัตราการเสียชีวิตอาจจะลดลงต่ำกว่าร้อยละ1

สาเหตุไข้เลือดออก
โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย Aedes aegyti ตัวเมียบินไปกัดคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออก โดยเฉพาะช่วงที่มีไข้สูง เชื้อไ/วรัสแดงกีจะเพิ่มจำนวนในตัวยุงประมาณ 8-10 วัน เชื้อไวรัสแดงกี่จะไปที่ผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงกัดคนก็จะแพร่เชื้อสู่คน เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 2-7 วันในช่วงที่มีไข้ หากยุงกัดคนในช่วงนี้ก็จะรับเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็ก โรคนี้ระบาดในฤดูฝน ยุงลายชอบออกหากินในเวลากลางวันตามบ้านเรือน และโรงเรียน ชอบวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขัง เช่นยางรถยนต์ กะลา กระป๋อง จานรองขาตู้กับข้าว แต่ไม่ชอบวางไข่ในท่อน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง
เมื่อไรจึงจะสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก
อาการของไข้เลือดออกไม่จำเพาะ อาการมีได้หลายอย่าง ในเด็กอาจจะมีเพียงอาการไข้และผื่น ใผู้ใหญ่อาจจะมีไข้สูง ปวดศรีษะ ปวดตามตัว ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ หากไม่คิดโรคนี้อาจจะทำให้การรักษาช้า ผู้ป่วยอาจจะสียชีวิต ลักษณะที่สำคัญของไข้เลือกออกคือ
ไข้สูงเฉียบพลันประมาณ2-7 วัน
เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดศีรษะ ร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย
บางรายอาจจะมีจุดเลือดสีแดงออกตามลำตัว แขนขา อาจจะใรเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามรายฟัน และถ่านอุจาระดำเนื่องจากเลือดออกในทางเดินอาหาร และอาจจะช็อค
ในรายที่ช็อคจะสังเกตเมื่อไข้ลงผู้ป่วยกลับแย่ลง ซึม มือเท้าเย็น เหงื่อออก หมดสติ และอาจจะเสียชีวิต
การเจาะเลือดตรวจวินิจฉัย

การรักษาไข้เลือดออก
ไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับโรคไข้เลือดออก การรักเพียงประคับประคองอย่างใกล้ชิดโดยการเฝ้าระวังภาวะช็อค และเลือดออก และการให้สารน้ำอย่างเหมาะสมก็จะทำให้อัตราการเสียชีวิตลดลงต่ำกว่าร้อยละ 1

วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก
การผลิตวัคซีนกำลังอยู่ในขั้นพัฒนา แต่มีปัญาเนื่องเชื้อมี 4 สายพันธุ์ คาดการณ์ว่าจะสำเร็จและใช้ได้ในอนาคตอันใกล้ การป้องกันและการควบคุม


วิธีที่จะป้องกันและควบคุม ไข้เลือดออก   เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/

13
อุบัติการณืของโรคไข้เลือดออกยุงลาย
เมื่อ คศ 1970มีการระบาดของไข้เลือดออกเป็นครั้งคราว epidermic 9 ประเทศ ปัจจุบันไข้เลือดออก มีการระบาดเพิ่มมากขึ้น ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันไข้เลือดออก เป็นโรคประจำท้องถิ่น endemic ของประเทศมากว่า 100 ประเทศในแถบแอฟริกา อเมริกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ western pacific โดยมีความรุนแรงมากในแถบ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ western pacific
ประชากรประมาณ 2500 ล้านคนในประเทศที่มีการระบาดจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้เลือดออก ประมาณว่าจะมีการติดเชื้อปีละ 50 ล้านคน และต้องนอนโรงพยาบาลมากกว่า 500000 คนต่อปี อัตราการเสียชีวิตประมาณร้อยละ 2.5 แต่อาจจะสูงถึงร้อยละ 20 หากให้การรักษาอย่างดีอัตราการเสียชีวิตอาจจะลดลงต่ำกว่าร้อยละ1

สาเหตุไข้เลือดออก
โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย Aedes aegyti ตัวเมียบินไปกัดคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออก โดยเฉพาะช่วงที่มีไข้สูง เชื้อไ/วรัสแดงกีจะเพิ่มจำนวนในตัวยุงประมาณ 8-10 วัน เชื้อไวรัสแดงกี่จะไปที่ผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงกัดคนก็จะแพร่เชื้อสู่คน เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 2-7 วันในช่วงที่มีไข้ หากยุงกัดคนในช่วงนี้ก็จะรับเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็ก โรคนี้ระบาดในฤดูฝน ยุงลายชอบออกหากินในเวลากลางวันตามบ้านเรือน และโรงเรียน ชอบวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขัง เช่นยางรถยนต์ กะลา กระป๋อง จานรองขาตู้กับข้าว แต่ไม่ชอบวางไข่ในท่อน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง
เมื่อไรจึงจะสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก
อาการของไข้เลือดออกไม่จำเพาะ อาการมีได้หลายอย่าง ในเด็กอาจจะมีเพียงอาการไข้และผื่น ใผู้ใหญ่อาจจะมีไข้สูง ปวดศรีษะ ปวดตามตัว ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ หากไม่คิดโรคนี้อาจจะทำให้การรักษาช้า ผู้ป่วยอาจจะสียชีวิต ลักษณะที่สำคัญของไข้เลือกออกคือ
ไข้สูงเฉียบพลันประมาณ2-7 วัน
เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดศีรษะ ร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย
บางรายอาจจะมีจุดเลือดสีแดงออกตามลำตัว แขนขา อาจจะใรเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามรายฟัน และถ่านอุจาระดำเนื่องจากเลือดออกในทางเดินอาหาร และอาจจะช็อค
ในรายที่ช็อคจะสังเกตเมื่อไข้ลงผู้ป่วยกลับแย่ลง ซึม มือเท้าเย็น เหงื่อออก หมดสติ และอาจจะเสียชีวิต
การเจาะเลือดตรวจวินิจฉัย

การรักษาไข้เลือดออก
ไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับโรคไข้เลือดออก การรักเพียงประคับประคองอย่างใกล้ชิดโดยการเฝ้าระวังภาวะช็อค และเลือดออก และการให้สารน้ำอย่างเหมาะสมก็จะทำให้อัตราการเสียชีวิตลดลงต่ำกว่าร้อยละ 1

วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก
การผลิตวัคซีนกำลังอยู่ในขั้นพัฒนา แต่มีปัญาเนื่องเชื้อมี 4 สายพันธุ์ คาดการณ์ว่าจะสำเร็จและใช้ได้ในอนาคตอันใกล้ การป้องกันและการควบคุม

วิธีที่จะป้องกันและควบคุมไข้เลือดออกที่ดีที่สุดคือการควบคุมการแพร่กระจายของยุงลาย
กำจัดแหล่งเพราะพันธุ์ยุง เช่น กะละ ยาง กระป๋อง



วิธีที่จะป้องกันและควบคุม ไข้เลือดออก  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/

14
บ้านที่มีข้าวของเครื่องใช้มากมาย ต้องจัดสรรพื้นที่บ้านโดยใช้ชั้นวางของเป็นตัวช่วย แต่หากเราจะใช้ชั้นวางของที่เห็นทั่วๆ ไป บ้านหรือห้องของเราก็จะดูธรรมดาเหมือนบ้านคนอื่น อยากให้ทุกบ้านมีชั้นวางของสวยๆ เก๋ๆ ไม่เหมือนใคร เลยรวบรวมแบบชั้นวางของ 15 แบบมาให้ลูกบ้านสนุก โฮมเก็บไว้เป็นไอเดียดีๆ ลองหาซื้อหรือสั่งทำชั้นวางในสไตล์ที่เราชอบ แล้วชั้นวางของที่คุณดีไซน์ก็อาจกลายเป็นของประดับชิ้นเด่นประจำบ้านไปเลย

ไอเดียที่แขวนผ้าเช็ดตัวที่ประยุกต์มาจากการนำบันไดไม้ เหมาะมากสำหรับห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัด

ชั้นไม้สีขาวออกแบบให้มีลักษณะเข้ามุมกับห้องพัก ช่วยประหยัดพื้นที่บริเวณผนัง และยังเพิ่มลูกเล่นให้กับห้องได้เป็นอย่างดี

ชั้นวางของที่ออกแบบเป็นกล่องรูปทรงต่างๆ วางต่อกัน จึงเลือกเก็บของได้หลายประเภท หลายไซต์

ชั้นวางของสุดเก๋ ทำจากไม้เก่าเพิ่มความคลาสสิกให้กับห้องน้ำ แถมยังวางของได้หลากหลายประเภทอีกด้วย

ใช้พื้นที่ใต้บันไดบ้านให้เกิดประโยชน์ด้วยการต่อเติมเป็นชั้นเก็บของ ที่สามารถทำเป็นมุมนั่งอ่านหนังสือได้อีกด้วย

ขวดแยมผลไม้เหลือใช้อย่าทิ้ง ใส่ไอเดียทำให้เป็นที่เก็บของแบบติดผนัง เก๋ไก๋ ไฉไลเหลือเกิน

ชั้นวางของข้างหัวเตียง ที่นำอิฐบล็อกมาดัดแปลง ประหยัดและสวยงามแบบดิบๆ

ฉากกั้นข้างบันไดที่เปลี่ยนความคิดจากการทำฉากทึบเป็นการเจาะช่องไว้สำหรับวางของ หนังสือได้ด้วย

โต๊ะทำงานที่เพิ่มการดีไซน์ให้เชื่อมต่อกับส่วนของผนัง กลายเป็นชั้นวางของแบบติดผนังไปด้วยในตัว ยิ่งคิด ยิ่งสะดวกต่อการใช้งาน

แม้แต่เคาน์เตอร์ประกอบอาหารในห้องครัวก็ยังไม่เว้น ดีไซน์ชั้นวางของด้านล่างเคาน์เตอร์ สายวางท่อระบายน้ำก็ไม่ได้ดูน่าเกลียด แถมยังใช้ประโยชน์วางของใช้ในครัวได้อีกด้วย

ชั้นวางของในห้องครัวทำจากเหล็ก ความสูงจากเพดานถึงพื้น ดูเป็นดีไซน์เท่ๆ เข้ากับบ้านทุกแบบ

ชั้นวางของดีไซน์ล้ำ ที่มีการออกแบบลดหลั่นความสูงต่ำ สวยไม่ซ้ำใคร

ที่เก็บของแบบติดผนัง หลากหลายรูปทรง หลากหลายรูปแบบ จะถือเป็นงานศิลปะตกแต่งผนังก็ยังได้

ผนังว่างๆ เพิ่มชั้นเก็บของดีไซน์เรียบๆ แต่ใช้งานได้จริงอย่างผลงานชิ้นนี้ก็ทำให้มีที่เก็บของในบ้านเพิ่มมากขึ้น

ที่เก็บของที่ผสมผสานระหว่างตู้กับบันไดเข้าด้วยกัน เท่ เก๋ สุดชิค

เป็นยังไงกันบ้างคะ บางไอเดียก็สร้างเซอร์ไพรส์ให้เลยใช่ไหมคะ บอกแล้วว่าทุกบ้านควรมี และจริงๆ ก็ทำกันได้ง่ายๆ นะคะ




ขายไม้เก่า ชั้นเก็บของ ที่ควรมีไว้ในบ้าน  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่http://supawanoldwood.com/

15
อื่นๆ / กำจัดไขมัน ทางระบายน้ำอุดตัน
« เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2017, 11:12:22 AM »
ปัญหาที่ดูเหมือนเล็ก แต่มองข้ามไม่ได้ “ท่อตัน ” ปัญหาที่ทุกคนฟังแล้วก็คงส่ายหน้า เพราะแทบทุกบ้าน ทุกคอนโดฯ คงจะได้เจอะเจอกันอย่างแน่นอน

..ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ดูเหมือนเล็กเพราะมีวิธีแก้ไขมากมาย แต่ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ และถ้าไม่แก้ก็สามารถลามไปเป็นปัญหาใหญ่อย่างน้ำท่วมห้องได้ด้วยเช่นกัน ทำให้ปัญหาระบบน้ำในอาคารนั้น เป็นเรื่องที่ไม่อาจที่จะมองข้ามไปได้เลยทีเดียว วันนี้ทางทีมงานก็มีวิธีรับมือกับเหล่าบรรดา “ปัญหาทางระบายน้ำอุดตัน” ในจุดต่างๆ มาฝากกัน เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ถึงสาเหตุและวิธีการป้องกัน เพื่อแก้ไขปัญหากวนใจในการอยู่อาศัยค่ะ

ภายในบ้านเรานี้ประกอบด้วยห้องต่างๆ ทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ระเบียง ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะ..ว่าห้องส่วนใหญ่ที่กล่าวมานั้น จำเป็นต้องเดินระบบน้ำไว้แทบทุกห้อง เพราะในแต่ละวัน ” น้ำ ” เป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องใช้ภายในบ้านเรือน จากสถิติปัจจุบันมีอัตราการใช้น้ำในบ้านอยู่ที่ประมาณ 150-200 ลิตร/คน/วัน ซึ่งพอเราใช้น้ำล้างจาน อาบน้ำ ซักผ้า ชำระของเสียต่างๆ ไปแล้วนั้นก็ต้องมีการระบายออกจากบ้าน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ของน้ำที่ใช้ไป ..ลองคิดเล่นๆ ว่าหากในบ้านมีผู้อยู่อาศัย 2 คนก็ต้องมีน้ำเสียในแต่ละวันที่เพิ่มขึ้นอีกเท่านึง หรือถ้าเป็นน้ำเสียจากคอนโดฯ ที่อยู่กันเป็นพันยูนิต ก็คงจะต้องมีระบบระบายน้ำและของเสียที่มีประสิทธิภาพในการระบายมากยิ่งขึ้นทีเดียว แล้วอาคารที่เราอยู่อาศัยมีวิธีระบายน้ำเสียอย่างไรล่ะ? จะอธิบายด้วยภาพกราฟฟิคง่ายๆ ตามนี้ค่ะ

ระบบระบายน้ำของแต่ละอาคารไม่ว่าจะบ้านหรือคอนโดฯ จะมีการต่อท่อระบายน้ำออกมาจากห้องต่างๆ หลักๆ คือ ห้องน้ำ ห้องครัว หลังคาและระเบียงแล้วน้ำเสียทั้งหมดจะไหลไปรวมกันที่บ่อพัก (สำหรับน้ำจากโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างจานจะไปผ่านถังดักไขมันและถังบำบัดก่อน) เพื่อระบายออกไปสู่ทางระบายน้ำสาธารณะต่อไป..เพื่อนๆ ลองคิดต่อว่าหากมีการอุดตันที่จุดใดจุดหนึ่งแล้วทำให้น้ำระบายออกสู่ทางระบายน้ำสาธารณะไม่ได้ ก็จะทำให้น้ำเอ่อกลับขึ้นมาในที่พักอาศัยของเราได้นะคะ แล้วการอุดตันนี้เกิดมาจาก สาเหตุ อะไรกันบ้าง จะแยกให้ดูกันทีละจุดพร้อม แนวทางแก้ไข ค่ะ

ขอขอบคุณรูปประกอบจาก SCG

– เริ่มกันที่ “ห้องน้ำ” ..การอุดตันของระบบท่อในห้องน้ำทั้งที่ อ่างล้างหน้า และท่อระบายน้ำที่พื้น ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาของการตุดตันจากเส้นผมที่หลุดร่วงจากการอาบน้ำ สระผม หรือมาจากไขสบู่ ไขมัน ยาสีฟัน เศษอาหารต่างๆ ที่ไปเกาะอยู่ตามท่อทำให้น้ำระบายออกไม่ได้

–> สาเหตุนี้สามารถแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ด้วยการนำสิ่งที่อุดตันออก อย่างเส้นผมก็เก็บทิ้ง หรือใช้ลวดเหล็กเกี่ยวสิ่งที่อุดตันออก ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็ลองใช้งูเหล็กทะลวงเข้าไปก็ได้ แต่ถ้าจะใช้งูเหล็กแนะนำให้เป็นผู้มีความชำนาญจะดีกว่า เพราะถ้าใช้ไม่เป็นท่ออาจจะแตกได้ นอกจากนี้ก็มีวิธีแก้อีกคือ ใช้น้ำยาทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ให้เลือกดูสูตรเฉพาะท่ออุดตันนะคะ จะได้ไม่กัดกร่อนท่อค่ะ ส่วนการป้องกันการอุดตันคือเลือกใช้ตะแกรงปิดท่อระบายน้ำแบบถี่ๆ ไม่ให้สิ่งสกปรกหลุดเข้าในท่อได้

ขอขอบคุณรูปประกอบจาก SCG

– อีกปัญหาหนึ่งคือการอุดตันใน โถส้วม ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากสิ่งสกปรกที่ย่อยสลายยาก อย่าง กระดาษทิชชู่ และผ้าอนามัย

–> ปัญหานี้แก้ได้ง่ายๆ ด้วยการใช้ไม้ยางปั๊ม เพื่อให้เกิดแรงดัน ซึ่งจะดันสิ่งอุดตันให้ไหลผ่านท่อลงไป แต่การทิ้งสิ่งที่ย่อยสลายยากลงไปในโถส้วมบ่อยๆ จะทำให้ถังบำบัดสำเร็จรูป (บ่อเกรอะ-บ่อซึม) เต็ม ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาที่แก้ไขยากขึ้นในอนาคต สามารถป้องกันได้โดยการติดตั้ง Cleanout (CO) คือ ช่องเปิดสำหรับการทำความสะอาดภายในท่อในกรณีที่อุดตัน สามารถติดตั้งได้ทั้งท่อส้วมและท่อระบายน้ำทิ้งจากการชำระล้างหรืออาบน้ำเลยค่ะ



กำจตัด น้ำเน่าเสีย วิธีธรรมชาติกำจัดไขมัน ทางระบายน้ำอุดตัน เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/

หน้า: [1] 2