แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 7
1
จุดเด่นของถนนข้าวสาร ที่เราทุกคนรู้จักกันดีก็คือ ร้านสำหรับนั่งชิลล์ฟังเพลง ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลากหลายสไตล์ อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของกรุงเทพที่ถือว่าเป็นย่านของนักท่องเที่ยวและยังมีบรรดาอาหารไทยที่ขายกันตลอดคืนอีกด้วย และจุดเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ ปาร์ตี้ นั่นเอง

ดังนั้น ในวันนี้เราจะมาแนะนำร้านในถนนข้าวสารว่ามีร้านไหนที่น่าสนใจกันบ้าง

1. Mulligans Irish Bar (มูลลิแกนส์ ไอริช บาร์)

ร้าน Mulligans Irish Bar เป็นร้านยอดฮิตอันดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร้านนี้เป็นร้านอาหารกึ่งผับ ตกแต่งร้านแบบบ้านไม้โคโลเนียลสไตล์ยุโรป มีพื้นที่บาร์กว้างถึง 10 กว่าเมตรให้มานั่งชิลล์กัน และยังมีที่นั่งแบบอื่น ๆ ให้เลือกอีกมากมาย

อาหารที่นี่มีบริการทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ เครื่องดื่มที่นี่ก็มีให้เลือกหลากหลาย นอกจากนี้ทางร้านยังมีการจัดโปรโมชั่นเอาใจนักดื่มกับ โปรโมชั่น Happy Hours เอาใจนักดื่มกันถึง 2 รอบ คือตั้งแต่เวลาบ่าย 3 จนถึง 2 ทุ่ม และเวลาตี 2-ตี 4 พร้อมสนุกสนานไปกับแนวเพลงสากลมีทั้งแบบแสดงสดและเปิดแผ่น

ร้านตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของ Buddy Lodge เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด นอกจากนั้นหากลูกค้าท่านไหนจัดหนักกลับบ้านไม่ไหว ทาง Buddy Lodge ยังมีห้องพักให้บริการอีกด้วย

2. Brick Bar (บริค บาร์)

ร้าน Brick bar อีกหนึ่งร้านยอดฮิต แนวเพลงของร้านนี้ เน้นไปทางแนวเร้กเก้ แนวสกาวาไรตี้ ที่มีทั้งแบบเปิดแผ่นและแสดงสด มีวงเจ๋ง ๆ มาสลับสับเปลี่ยนกันไป วันละ 3 วง เหมาะสำหรับขาแดนซ์ทั้งหลายที่ชื่นชอบดนตรีแนวนี้



ผับในย่านถนนข้าวสารที่คุณควรไปเยือนซักครั้ง ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://tomorrowland.club/ผับ/

2
่บริการให้คำปรึกษาแนะนำแนวทางในการออกแบบระบบการประเมินผลความสำเร็จในการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ตั้งแต่ระดับองค์กร ระดับหน่วยงาน ระดับบุคคลหรือในระดับโครงการ

รวมทั้งการประเมินผลความสำเร็จตามภารกิจในการจัดตั้งองค์การของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การถ่ายทอดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ลงไปสู่การปฏิบัติได้จริง อาทิ เช่น ออกแบบการประเมินผลสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Executive Performance Evaluation หรือ CEO Assessment) ออกแบบระบบประเมินผลและตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร (Key Performance Indicators หรือ KPIs) เป็นต้น

องค์กรส่วนใหญ่ได้นำระบบการประเมินผลการดำเนินงาน (Performance Evaluation) มาใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การถ่ายทอดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติได้จริง โดยมุ่งเน้นการวัดผลในสิ่งที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อให้องค์กรเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานและบรรลุเป้าหมายขององค์กร

ทริสเป็นที่ปรึกษาด้านการประเมินผลการดำเนินงาน ตั้งแต่ปี 2538 โดยมุ่งมั่นพัฒนา ปรับปรุง และประยุกต์เทคนิควิธีการต่างๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน เช่น Balanced Scorecard, Economic Value Management (EVM) หรือ Benchmarking เป็นต้น มาใช้สร้างหลักเกณฑ์และแบบจำลองที่เป็นมาตรฐาน


ที่ปรึกษาด้านการประเมินผลการดำเนินงาน ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.tris.co.th/articles-and-knowledge/3technic/

3
ชักโครกในห้องน้ำเท่าไหร่ก็ไม่ลงซะที วันนี้ เลยนำเอาเคล็ดลับดีๆ มาฝากกัน โดยส้วมตันสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเพราะท่อตัน ส้วมเต็ม ท่อหายใจอุดตัน น้ำท่วม ฯลฯ การแก้ปัญหาก็ต้องแก้ให้ตรงจุด ถ้าใช้อยู่คนเดียวก็อาจเดาได้ไม่ยาก คงมาจากการใช้งานของเราเอง หรือถ้าไม่ใช่ก็ต้องสังเกตเหตุการณ์แวดล้อม ดังนี้

ท่อตัน
สาเหตุ: ส่วนมากเกิดจากการทิ้งของที่ไม่ใช่ของเสียลงในโถส้วม ไม่ว่าจะเป็นเศษผม เศษอาหาร หรือแม้แต่ทิชชู ซึ่งอาจไปกระจุกอยู่ และทำให้เกิดการอุดตันได้

วิธีแก้ไข : การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ใช้ไม้ที่ปลายเป็นจุกยาง (คงคุ้นภาพกันดี) กระทุ้งลงไป โชคดีอาจแรงพอให้ขยะพวกนั้นหลุดออกไปได้ แต่อย่าเพิ่งวางใจ อาจไปติดอยู่ที่ส่วนอื่นของท่อแทน บางคนเลยเลือกใช้ “โซดาไฟ” (NaOH / Sodium Hydroxide) ซึ่งหาซื้อได้ไม่ยาก ใส่ลงไปในโถเพื่อช่วยย่อยสิ่งปฏิกูลที่ติดค้างอยู่ แต่ก็ไม่สามารถจัดการกับ “สารอนินทรีย์” ได้อยู่ดี… สุดท้ายถ้าไม่ไหว คงต้องเรียกผู้ให้บริการด้านนี้เพื่อใช้เครื่องมือเฉพาะมาจัดการปัญหาให้สิ้นซากไป

ส้วมเต็ม
สาเหตุ: ใช้งานมาเป็นเวลานาน หรือถังบำบัดมีขนาดเล็กเกินไป

วิธีแก้ไข : เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่ใช่เพราะสาเหตุอื่น เช่น ท่อตัน หรือน้ำท่วม รวมทั้งถ้าลองนึกดูแล้วจำไม่ได้ว่าสูบส้วมไปครั้งสุดท้ายเมื่อไร ก็เรียกรถสูบส้วมมาได้เลย แต่ถ้าพิจารณาแล้วมันเต็มบ๊อยบ่อย ก็ต้องเช็กที่ถังบำบัดว่าเล็กไปหรือเปล่า หรือว่าทำงานผิดพลาดตรงไหน เช่น เชื้อจุลินทรีย์ที่มีหน้าที่ย่อยสลายสิ่งปฏิกูลในถังนั้นอาจตายไปเยอะ ก็ซื้อมาเติมกันได้

ท่อหายใจอุดตัน
สาเหตุ: อย่าเพิ่งงงว่าคือท่ออะไร ลองไปด้อมๆ มองๆ ดูแถวๆ บ่อบำบัด จะมีท่อเล็กๆ โผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน นั่นคือท่อที่ไว้ระบายแก๊สออกจากระบบบำบัด ถ้าแก๊สระบายออกมาไม่ได้ ของใหม่ก็เข้าไปไม่ได้ เหมือนกับเราเป่าลมเข้าขวดแล้วมันไม่เข้านั่นเอง

วิธีแก้ไข: ถ้าอยู่ต่ำไปก็ต่อขึ้นมาให้สูง จะได้ไม่มีเศษอะไรเข้าไปอุดตันได้ง่ายๆ ถ้าจะให้ดีก็ควรหุ้มตาข่ายไว้ที่ปลายท่อด้วย

น้ำท่วม
สาเหตุ: น้ำจากธรรมชาติเข้าไปอยู่ในระบบบำบัด ไม่ว่าจะจากทางไหนก็ตาม พอเต็มไปด้วยน้ำแล้ว ก็เลยไม่มีพื้นที่ให้ของเสียของเรานั่นเอง ปัญหานี้โดยมากจะเกิดกับบ่อบำบัดแบบเก่า ที่เห็นเป็นท่อปูนวางซ้อนๆ กันลงไปในดิน

วิธีแก้ไข : ถ้าเป็นบ่อปูนแบบที่บอก คงต้องรอให้น้ำลดมากพอที่จะไม่ทำให้น้ำดินดันเข้าไปในบ่อ จึงจะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม ส่วนถังบำบัดสำเร็จรูป แค่ขอให้มั่นใจว่าปิดฝาสนิทดีแล้ว รวมถึงท่อหายใจอยู่สูงกว่าระดับน้ำ เท่านี้ก็ไม่มีปัญหาเวลาน้ำท่วมแล้ว

สำหรับบริการสูบส้วม สามารถสอบถามได้ที่หน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ค่าบริการคิดตามปริมาณลูกบาศก์เมตร


ชักโครกกดไม่ลง สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเพราะท่อตัน ส้วมเต็ม ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/ท่อตัน/

4
ทำความรู้จักปากกา S Pen รุ่นใหม่ที่มากับ Galaxy Note 9 จะมีฟีเจอร์อะไรใหม่ ๆ น่าสนใจบ้างนะ

หากพูดถึงจุดเด่นของ Samsung Galaxy Note 9 ที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกันอยู่นั้น หลัก ๆ คงจะเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจาก S Pen รุ่นใหม่ที่ถือว่าเป็นปากกาคู่ใจของ Galaxy Note 9 โดย S Pen ใหม่นี้มีการปรับปรุงและเพิ่มฟีเจอร์ลูกเล่นต่าง ๆ ให้โดดเด่นกว่ารุ่นก่อน ๆ ค่อนข้างมากเลยทีเดียว และในวันนี้เราจะพาไปทำความรุ้จักกับเจ้า S Pen ของ Galaxy Note 9 กัน ว่ามีฟีเจอร์อะไรเด็ด ๆ น่าสนใจกันบ้าง

1. เชื่อมต่อแบบ Bluetooth

ปากกา S Pen รุ่นใหม่ที่มากับ Galaxy Note 9 รองรับการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth Low-Energy (BLE) ระยะไกลสุด 10 เมตร พร้อมความสามารถใหม่ ๆ อีกมากมาย

2. ควบคุมการเล่นสื่อบันเทิง

ปุ่มบน S Pen สามารถใช้กดเพื่อควบคุมการเล่นเพลงหรือวิดีโอได้ โดยการกด 1 ครั้งจะใช้สั่ง Play/Pause และถ้ากดย้ำ 2 ครั้งจะเป็นการเลื่อนไปเล่นไฟล์ถัดไป

Galaxy Note 9 ปากกา S Pen

3. สั่งชัตเตอร์ถ่ายรูป

กดปุ่มบน S Pen เพื่อสั่งกดชัตเตอร์ถ่ายรูปได้ จะถ่ายเซลฟี่หรือรูปหมุ่ก็สามารถกดได้แม้ S Pen จะอยู่ห่างจาก Galaxy Note 10 ไกลสุดถึง 10 เมตร



ทำความรู้จัก S Pen ของ มือถือ Galaxy Note 9 มีฟีเจอร์ใหม่อะไรบ้าง ? ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/it/

5
ใครอยากทำขนมขายมาทางนี้ ! พบกับเมนูแยมโรลทำขาย สูตรขนม แป้งนุ่มสอดไส้แยมหรือครีมก็อร่อย ทำกินเล่นก็ได้ ทำขายกำไรงาม

อ๊ะ ๆ มาถึงตอนนี้หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมบางคนเรียกแยมโรล แล้วทำไมบางคนเรียกเค้กโรล (Cake Roll) สรุปคือทั้งคำว่าแยมโรล กับเค้กโรล คือขนมชนิดเดียวกัน ต้นกำเนิดของแยมโรลมาจากขนมของฝรั่งที่ชื่อว่า สวิสโรล (Swiss Roll) หลายคนอาจตั้งข้อสังเกตว่าต้องมีต้นกำเนิดจากสวิสเซอร์แลนด์แน่นอน ความจริงสวิสโรลไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์นะคะ ขนมชนิดนี้แพร่หลายทั้งในยุโรป อเมริกา รวมทั้งเอเชียด้วย ความต่างระหว่างสวิสโรลคือไส้ในจะรองพื้นด้วยครีมฟู และวางผลไม้สดหรือใส่เจลลี่ลักษณะคล้ายแยมลงไปด้านบนแบบหนา ๆ ส่วนแยมโรล หรือเค้กโรลในบ้านเรามีลักษณะเป็นแผ่นเค้กม้วน ตัดเป็นชิ้น ข้างในทาแยม หรือทาครีมหวาน ๆ อาจเรียกเป็น ครีมโรล (Cream Roll) หรืออาจเรียกแยมโรลไส้ครีมก็ได้

เอาล่ะ… หลังจากรู้ต้นกำเนิดของแยมโรลมาพอหอมปากหอมคอ มาถึงตรงนี้ใครอยากทำ เค้กโรล ทำขายบ้างเอ่ย นำเสนอวิธีทำแยมโรลทำขาย เช่น แยมโรลช็อกโกแลต แยมโรลส้ม แยมโรลกาแฟ ทั้งนี้นอกจากขายปลีกแล้ว ถ้าใครมีแรงงานมากพอยังสามารถทำเป็นแยมโรลขายส่งได้ด้วย

1. แยมโรลส้ม (เค้กโรลส้ม)
แยมโรลไส้ครีมใคร ๆ ก็ทำขายเยอะแล้ว ลองเปลี่ยนมาทำแยมโรลส้ม เนื้อแป้งหอมกลิ่นส้มสอดไส้ซอสส้มโฮมเมด พอม้วนเสร็จก็เอาไปพักในตู้เย็นจนเค้กเซตตัว แล้วค่อยเอาออกมาตัดชิ้น

ส่วนผสม ไข่แดง (ขนาดถาดพิมพ์ 11×15 นิ้ว)
• ไข่แดง 3 ฟอง
• น้ำตาลทราย 35 กรัม (ประมาณ 1/4 ถ้วยตวง)
• น้ำมันพืช 35 กรัม (ประมาณ 1/4 ถ้วยตวง)
• น้ำส้ม 60 กรัม (1/3 ถ้วยตวง)
• กลิ่นส้ม
• แป้งเค้ก 80 กรัม (2/3 ถ้วยตวง)
• ผงฟู 1 ช้อนชา
• สีผสมอาหารสีส้ม ประมาณ 15-20 หยด

ส่วนผสม ไข่ขาว
• ไข่ขาว 3 ฟอง
• น้ำตาลทราย 30 กรัม (ประมาณ 1/4 ถ้วยตวง)
• ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
• แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา

ส่วนผสม ซอสส้ม
• น้ำเปล่า 150 กรัม
• น้ำส้มซันควิก 35 กรัม
• น้ำตาลทราย 50-60 กรัม
• แป้งข้าวโพด หรือแป้งกวนไส้ 15 กรัม
• เนยสดรสเค็ม 15 กรัม



สูตรแยมโรลทำขาย ขนม เค้กเนื้อนุ่มกินเพลินหลากไส้ ทำง่ายกำไรดี ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

6
ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ เตรียมขนมอะไรดี ? ก็คงต้องเป็นเมนูขนมมงคล 9 อย่าง สูตรขนมไทย ชื่อไพเราะแถมความหมายดี เหมาะกับงานทำบุญถวายพระและเลี้ยงแขก

งานขึ้นบ้านใหม่สำรับคาวพร้อมแล้ว ขาดแต่ขนมมงคลนี่แหละ เอาล่ะ… ใครอยากได้สูตรขนมไทยมงคล 9 ชนิดเพราะเป็นเลขดีเลขสวยตามมาส่องสูตรเลยจ้า ขอนำเสนอวิธีทำขนมมงคล 9 อย่าง ได้แก่ ขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ขนมถ้วยฟู จ่ามงกุฎ ทองเอก และเสน่ห์จันทร์ ทั้งนี้ขนมมงคลสามารถใช้ในวันสำคัญต่าง ๆ ได้ด้วยนะคะ รวมทั้งเป็นของขวัญมงคลด้วย

1. ขนมชั้น

ขนมชั้นเป็นขนมไทยที่ถือเป็นขนมมงคลขึ้นบ้านใหม่ เพราะหมายถึงความความเจริญก้าวหน้า ได้เลื่อยยศหรือตำแหน่ง เชื่อกันว่าจะต้องหยอดขนมให้ได้ 9 ชั้นเพราะถือเคล็ดเลข 9 จึงเป็นมงคลกับเจ้าภาพ

ส่วนผสม ขนมชั้น

• แป้งมันสำปะหลัง 200 กรัม
• แป้งข้าวเจ้า 25 กรัม
• แป้งเท้ายายม่อม 25 กรัม
• กะทิ 750 กรัม
• น้ำตาลทราย 400 กรัม
• กลิ่นใบเตย 1 ช้อนชา
• สีผสมอาหารตามชอบ
• พิมพ์ซิลิโคนรูปดอกไม้

วิธีทำขนมชั้น

1. ใส่กะทิ 200 กรัมลงในหม้อ เติมน้ำตาลทรายลงไป นำขึ้นตั้งไฟคนให้น้ำตาลละลาย ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น
2. ใส่แป้งมันสำปะหลัง แป้งข้าวเจ้า และแป้งเท้ายายม่อมลงอ่างผสม คนผสมให้เข้ากัน ค่อย ๆ เทกะทิที่เหลือลงไป กะปริมาณแค่พอให้นวดแป้งให้เป็นก้อนได้ นวดประมาณ 5 นาที
3. เทกะทิที่เหลือทั้งหมดและน้ำเชื่อมลงไป คนผสมให้เข้ากัน กรองด้วยตะแกรงจนไม่มีเม็ดแป้ง เติมกลิ่นใบเตยลงไป คนผสมพอเข้ากัน
4. แบ่งแป้งขนมชั้นเทใส่ถ้วย และหยดสีผสมอาหารลงไปตามชอบ คนผสมจนเข้ากัน
5. ตั้งไฟลังถึงรอน้ำเดือด และนำพิมพ์ดอกไม้วางลงไปบนซึ้ง หยอดแป้งลงไป (จะหยอดสีเดียวหรือหลากสีก็ตามชอบ)
6. นึ่งขนมชั้นละประมาณ 5 นาที หรือจนสุก หยอดจนครบจำนวนชั้นตามต้องการ
7. พอสุกนำออกมาพักไว้พออุ่นหรือเย็นค่อยแกะออกจากพิมพ์ จัดเสิร์ฟ



สูตร ขนม มงคล 9 อย่าง ขนมไทยคู่งานบุญ ความหมายดีรับวันขึ้นบ้านใหม่  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

7
เดี๋ยวนี้มองไปทางไหนก็มีแต่คนสวย ผิวดี หน้าใส หุ่นเป๊ะกันทั้งนั้น มองไปก็คิดไปว่าเราเองก็อยากสวยแบบนั้นบ้างเหมือนกันเนอะ แต่ถ้าจะไปทำสวยแบบไม่คิดถึงเงินในกระเป๋าเลยก็คงไม่ไหว แถมเราเองก็ไม่ใช่กูรูด้านความงามอะไรขั้นนั้น ถ้าอยากมีหน้าวีเชป ก็คงนึกถึงเซอร์วิสสุดฮิตอย่างโบท็อกซ์ก่อนอย่างแรก แต่เราก็เพิ่งรู้..

ว่าโบท็อกซ์ไม่ได้ช่วยให้หน้าเราเรียวขึ้นได้อย่างเดียวนะ เพราะมันช่วยกำจัดเหงื่อกับกลิ่นตัวเราได้ด้วย แถมช่วยได้อีกตั้งหลายอย่างอ่ะแก! วันนี้เราก็เลยจะพาไปบุกเดอะบลูมคลินิกกันให้รู้ลึกรู้จริงเรื่องโบท็อกซ์ ว่าสรุปแล้วมันช่วยเราเรื่องอะไรได้บ้าง (แอบกระซิบว่าที่เราเลือกไปที่นี่ เพราะราคาไม่แพงนี่แหละ ที่สำคัญคือมันเป็นคลินิกทำสวยครบวงจรที่ได้มาตรฐาน แถวๆเมเจอร์รัชโยธินนี่เองค่ะ) Botox ของที่นี่มีให้เลือกว่าจะใช้โบท็อกซ์จากประเทศเกาหลี

1 ขวด
100 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 3,900 บาทเอง กรี๊ดเว่อร์! หรือจะเลือกใช้โบท็อกซ์สัญชาติอเมริกา Botulax ก็เริ่มต้นที่ 10,000 บาทค่า คุ้มไม่รู้ว่าจะคุ้มยังไงแล้ววว ว่าแล้วก็มาดูกันเลยดีกว่าว่าโบท็อกซ์ช่วยเราเรื่องอะไรได้บ้าง 1ลดริ้วรอยบนใบหน้า โบท็อกซ์ลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เพราะสีหน้าของคนเราที่เปลี่ยนไป เกิดจากการขยับตัวการทำงานของกล้ามเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม ซึ่งจะทำให้เกิดรอยตีนกา และรอยย่นรอบดวงตา (crow’s feet), การขมวดคิ้ว ทำให้เกิดรอยย่นบริเวณหน้าผาก (forehead line) รอยย่นระหว่าง คิ้ว (glabella), รอยย่นรอบปาก (perioral fold) และร่องแก้ม รวมไปถึงลำคอ (platysma) ได้ด้วยโบท็อกซ์ที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องผ่าตัด แถมวยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกได้เร็ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราได้แน่นอนค่ะ

2.โครงหน้า
การปรับโครงหน้า (ลดกราม) กล้ามเนื้อกรามเป็นกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ เมื่อเราฉีดโบท็อกซ์ไปยับยั้งการทำงานของกล้ามนื้ไปสักระยะ เมื่อกล้ามเนื้อตรงส่วนนั้นไม่ถูกใช้งาน มันก็จะมีขนาดเล็กลง ทำให้มุมกรามของเราเล็ก หน้าไม่กลม ไม่บาน ดูเรียว วีเชปขึ้นได้

3.ลดขนาดน่อง
ปัญหาขาเบียดของผู้หญิงนี่เป็นปัญหาใหญ่มานานมากก เพราะนอกจากจะทำให้ดูอ้วนแล้ว เวลาใส่กางเกงก็ขาเบียดจนไม่มั่นใจไปอีก แต่การทำศัลยกรรมขาก็ยาก เพราะเราต้องใช้ขาตลอดเวลา ทำให้ถ้าต้องผ่าตัดหรือเป็นแผล จะต้องใช้เวลาฟื้นตัวหลังรักษานาน แต่อีกทางเลือกที่ทำให้ขาเราเล็กลงได้ก็คือการฉีดโบท็อกซ์ลดน่อง ทำให้น่องเล็กลง ขาก็ดูเรียวขึ้น หลังการฉีดโบท็อกซ์จะมีอาการปวดบวมในจุดที่ฉีดเล็กน้อยและอาจมีรอยช้ำ ซึ่งจะหายเป็นปกติประมาณ 1-2 สัปดาห์ ขาจะเริ่มเรียวเล็กเข้ารูปดูเป็นธรรมชาติประมาณ 4-6 สัปดาห์ และจะกลับมาเป็นปกติประมาณ 4-6 เดือน เพราะขาเป็นส่วนของร่างกายที่ใช้งานหนักมาก ทำให้โบท็อกซ์ที่ฉีดเข้าไปหมดฤทธิ์เร็วกว่าส่วนอื่น ดังนั้นควรฉีดโบท็อกซ์เป็นประจำ 3 ครั้งต่อ1 ปี เพื่อไม่ให้น่องและขากลับมาเป็นเหมือนเดิม

4.คิ้ว
โบท็อกซ์ยังช่วยแก้ไขข้อบกพร่องของใบหน้าส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ดูดีขึ้นได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นรอยย่นบริเวณดั้งจมูก ปลายจมูกบาน หรือยกปลายจมูกให้ตั้งขึ้น รอยหยักรอยบุ๋มบริเวณคาง การปรับคางให้ยาวขึ้น การปรับความโค้งของคิ้วในรูปแบบต่างๆ ยับยั้งกล้ามเนื้อในบางจุด ก็จะทำให้รูปคิ้วเปลี่ยนไปได้ ทำให้ดวงตาดูกลมโตขึ้น

5.ลดปริมาณเหงื่อที่รักแร้และผ่ามือ
การฉีด Botox เป็นวิธีใหม่ล่าสุดสำหรับการรักษาเหงื่อที่ออกมามากผิดปกติ เพราะมีการรายงานว่าได้ผลดีน่าประทับใจ เพราะตัวยาออกฤทธิ์ไปป้องกันการสั่งงานของเส้นประสาทไปยังต่อมเหงื่อที่ผิวหนังได้ด้วย แพทย์ก็เลยใช้วิธีนี้ในการรักษาภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติทั้งที่ฝ่ามือ และรักแร้ โดยอาศัยกลไกการสกัดกั้นการสั่งงานของเส้นประสาทไปยังต่อมเหงื่อ ในวงการแพทย์ฉีด Botox เพื่อรักษากลิ่นตัวและกลิ่นรักแร้ตั้งแต่ปี 1997 โดยฉีดที่รักแร้แต่ละข้างในขนาดที่เหมาะสม ทำให้เหงื่อแห้งสนิทได้ภายใน 7 วัน และผลการฉีดจะอยู่ประมาณ 4 – 12 เดือน แล้วจะเริ่มมีเหงื่อออกมาอีกครั้ง ซึ่งเราก็แก้ได้ด้วยการไปฉีดยาซ้ำได้อีก



โบท็อกหน้าเรียว การปรับโครงหน้า (ลดกราม) สวยเป๊ะไม่พึ่งมีดหมอ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/botoxวุฒิศักดิ์/

8
เมืองไทยเรามีชื่อเสียงมากเรื่องอาหารการกิน ตั้งแต่อาหารถิ่นในทุกภูมิภาค ร้านอาหารดังที่ได้รับรางวัลมากมายหลายร้าน รวมถึงร้านอาหาร คาเฟ่ก๋ๆ และของกินอร่อยริมทาง

เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักชิมจากทั่วโลก โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีนั้น มีร้านอาหารมากกว่า 3000 ร้าน ไล่เรียงมาตั้งแต่อำเภอเมือง อ่างศิลา บางแสน บางพระ ศรีราชา เกาะสีชัง แหลมฉบัง มาถึงพัทยา บางเสร่ บ้านอำเภอ จนสิ้นสุดสัตหีบ ล้วนแล้วแต่มีเมนูประจำถิ่นที่น่าสนใจมากมายหลากหลาย ทั้งของหวาน ของทานเล่น หรือแม้แต่เมนูกับข้าวอาหารคาวก็น่าสนใจ ซึ่งวันนี้เราจะขอยกตัวอย่าง 3 เมนูอาหารถิ่นชลบุรีที่น่าสนใจ มาแนะนำให้คุณได้รู้จักกัน

เริ่มต้นที่อาหารประจำจังหวัดชลบุรี นั่นก็คือ ปลาคก เป็นเมนูสำหรับทานกับข้าวต้มหรือข้าวสวย ทำจากปลาตะเพียนต้มกับผักกาดดอง ตะไคร้ กระเทียม พริกแห้งและเกลือ ใส่ปลาไว้บนสุด เคี่ยวไฟอ่อนๆรวมกันกับน้ำเป็ดพะโล้นานไม่น้อยกว่า 2 วัน เพื่อให้ก้างปลานิ่มจนทานปลาได้ทั้งตัว

ต่อกันด้วยเมนูของว่างทานเล่นกับ แจงลอน อาหารพื้นบ้านของชาวชลบุรี มีเครื่องปรุงเช่นเดียวกับห่อหมก ต่างกันที่แจงลอนจะใส่มะพร้าวขูดไม่ต้องคั้นกะทิออก และไม่ใส่ผักเหมือนห่อหมก แต่จะมีน้ำพริกผสมกับเนื้อปลาและมะพร้าวขูด นำมาปั้นเป็นก้อนกลมๆขนาดพอดี เสียบไม้ย่าง เมื่อสุกจะมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน

ตบท้ายด้วยเมนูขนมท้องถิ่น ขนมหน้าหมู ขนมหน้าถั่ว ตัวขนมทั้งสองทำแบบเดียวกัน คือทำจากแป้งข้าวจ้าว แป้งมัน และน้ำตาลทราย เมื่อนึ่งได้ที่จึงใส่ส่วนที่เป็นหน้าลงไป หน้าถั่วคือใส่ถั่วโรยหน้าเลย ส่วนหน้าหมูทำจากหมูสับ ถั่วลิสงคั่วป่น และต้นหอมซอย โรยหน้าแล้วนึ่งต่ออีก 10-15 นาทีก็เสร็จ และปิดท้ายที่ขมโบราณขึ้นชื่ออย่าง ขนมก้นถั่ว ขนมพื้นบ้านทำจากแป้งข้าวจ้าว แป้งมัน น้ำตาลมะพร้าว ผสมให้เข้ากัน นำใส่ถ้วยตะไลที่มีถั่วทองใส่รองไว้ที่ก้นถ้วย แล้วนำไปนึ่งประมาณ 15-20 นาที ขนมมีลักษณะเนื้อนุ่มขาวเนียน รสชาติหวานมัน กลมกล่อม เรียกชื่อขนมตามลักษณะที่ปรากฏ ขนมก้นถั่ว คือมีถั่วทอง (ถั่วเขียวผ่าซีก) ที่ก้นถ้วยนั่นเอง

ทั้ง 4 เมนูนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้วจังหวัดชลบุรี ยังมีอีกหลายเมนูอร่อย ที่รอผู้มาเยือนได้แวะมาลิ้มลองสัมผัส แต่ถ้าหากว่าคุณไม่รู้จะเริ่มต้นจากอะไรที่ไหน ทาง ททท.สำนักงานพัทยา ก็ได้จัดทำคู่มือพาชิมไว้ในรูปแบบของหนังสือ ที่มีชื่อว่า Food Journey @ CHONBURI เรื่องกิน เรื่องเที่ยว เรื่องเดียวกัน รวมร้านเด็ด 100 ร้านทั่วจังหวัดชลบุรี ที่จะทำให้คุณอิ่ม อร่อย และสนุกไปกับการท่องเที่ยว เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการเลือกใช้บริการ และด้านท้ายเล่ม เราได้รวบรวมคูปอง ส่วนลด สิทธิพิเศษทั้งจากร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวไว้ให้ด้วย


รวม ร้านอาหาร เด็ด 100 ร้านทั่วจังหวัดชลบุรี ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/ร้านอาหาร/

9
การตกแต่งมุมพักผ่อน นอกจากต้นไม้ ดอกไม้แล้ว เฟอร์นิเจอร์ก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา หรือหมอนอิง ต่างเพิ่มสไตล์และความสวยงามให้มุมพักผ่อนได้ทั้งนั้น ซึ่งวันนี้ Gurubaan ก็มีไอเดียสุดชิคที่จะมาเสริมมุมผ่อนคลายของคุณให้ชิวกว่าเดิมนั่นก็คือ โซฟาชิงช้า ที่เข้าได้กับทุกสไตล์ของบ้านไม่ว่าจะอยู่ในบ้าน ระเบียง หรือกลางสวนก็สร้างความสุขให้เราไม่น้อยเลยหละค่ะ



เพิ่มเสน่ห์ให้พื้นที่ระเบียงหน้าบ้านด้วยการแขวนโซฟาชิงช้า ไว้นั่งเล่นพักผ่อนแบบเพลินๆ ในวันที่แสนน่าเบื่อ


ตกแต่งระเบียงสวยตามแบบฉบับสาวหวาน ด้วยชิงช้าโทนสีพาสเทล คู่กับหมอนอิงลายหวานๆ และกระถางต้นไม้เล็กๆ สร้างบรรยากาศสดชื่นแบบสุดๆ



โซฟาชิงช้าที่ทำจากไม้ เสริมความสบายด้วยหมอนอิง เบาะรองนั่ง และตกแต่งด้วยดอกไม้ช่วยให้มีชีวิตชีวามากขึ้น



ไอเดียนี้สร้างจากไม้เก่า แต่เพิ่มเบาะหมอนอิงเข้าไป เพิ่มความสบาย ไว้นอนชิวนอนเล่นได้เลย



ไอเดียนี้ใครจะลองทำเองก็ได้นะคะ เพราะทำจากไม้พาเลทเก่า และใช้โซ่มาทำเป็นชิงช้า เสริมด้วยหมอนอิง จะเอาไว้สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ หรือเป็นมุมอ่านหนังสือก็ดีไม่น้อยเลยค่ะ



โซฟาชิงช้าสุดคูลอีกหนึ่งแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เสริมความเก๋ด้วยเบาะนุ่มๆ พร้อมหมอนอิง ให้ความรู้สึกสบายตาสบายใจ



อีกหนึ่งโซฟาชิงช้ามุมระเบียงหน้าบ้าน ตัวนี้เหมาะมากสำหรับใครที่ชอบนอนอ่านหนังสือเล่นเพลินๆ จากมุมธรรมดาก็กลายเป็นมุมโปรดได้จริงๆ



ดูหรูหราไปอีกกับโซฟาชิงช้าสีขาว เพิ่มความสวยงามด้วยเบาะนุ่มๆ พร้อมหมอนอิงสีขาว ตกแต่งด้วยต้นไม้เล็กๆ ช่วยเสริมมุมผ่อนคลายของคุณให้ชิวไปอีก


ผูกโซฟาชิงช้าไว้มุมระเบียงหน้าบ้าน ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจะเพลินขนาดไหน ยิ่งเวลายามเย็นแดดร่มลมตกด้วยนะ ฟินไปเลยค่ะ


ไอเดียโซฟาชิงช้าสุดคลาสสิคที่สามารถนั่งได้หลายคน ตกแต่งด้วยเบาะ และหมอนอิงไว้ประดับ จะช่วยให้นั่งสบายขึ้นกว่าเดิม




โซฟาชิงช้าสุดชิค เพื่อมุมพักผ่อนให้บ้าน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/บ้าน/

10
หลังจากที่มีข่าวเกี่ยวกับมือถือเรือธงรุ่นใหม่จาก Vivo ในชื่อ Vivo NEX (Vivo APEX) ที่มีกำหนดการเปิดตัวในเดือนนี้ ซึ่งจะมาพร้อมกับชิปเซ็ตตัวแรงอย่าง Qualcomm Snapdragon 845 และหน่วยความจำ RAM ขนาด 8 GB นั้น ล่าสุด ได้มีผลทดสอบ Benchmark บน Vivo NEX อีกรุ่น ซึ่งน่าจะเป็นรุ่น Vivo NEX S

Vivo NEX S

จากการทดสอบ Benchmark จะเห็นว่า Vivo NEX S รุ่นนี้ จะเป็นสเปค ที่ต่ำกว่า Vivo NEX ตัวเรือธง ซึ่งจะใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 710, หน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB และทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 (Oreo) โดยคาดกันว่า Vivo NEX S รุ่นนี้ น่าจะเป็นคู่แข่งกับ Xiaomi Mi 8 SE ที่มีข่าวลือว่า จะใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 710 เหมือนกัน

ยังพบข้อมูลของ Vivo NEX S ว่า จะมาพร้อมกับ Adapter ขนาด 22.5W แถมให้ในกล่องแพ็กเกจอีกด้วย Vivo NEX S จะรองรับระบบการชาร์จเร็ว Quick Charge 4+ อีกด้วย

ส่วนราคาของ Vivo NEX S คาดว่า จะอยู่ที่ 5,000 หยวน หรือราว ๆ 25,000 บาท ซึ่งถูกกว่า Vivo NEX ตัวท็อป ที่คาดว่าจะมีราคาอยู่ที่ 7,000 หยวน โดยทั้ง 2 รุ่นมีกำหนดการเปิดตัวที่ประเทศจีนในวันที่ 12 มิถุนายนนี้






Vivo NEX S มือถือจอไร้ขอบ ไม่มีแหว่ง กับผลทดสอบ Benchmark อาจใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 710 และ RAM 4 ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/มือถือ/

11
การที่เราจะนำ สุนัข เข้ามาอยู่ในครอบครัว เชื่อว่าในแต่ละครอบครัวก็ย่อมมีสาเหตุของการรับเจ้าหมามาเลี้ยงแตกต่างกันไป บางบ้านอาจจะต้องการเพิ่มสมาชิกตัวน้อยมาเป็นเพื่อนคู่ใจ เฝ้าบ้านให้อุ่นใจ อยู่เป็นเพื่อนข้างกายให้คลายเหงา แต่ไม่ว่าจะนำเขาเข้ามาเลี้ยงด้วยเหตุผลใดก็ตาม สุดท้ายการรับเขาเข้าเป็นสมาชิกในครอบครัว ก็คือความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่อีกหนึ่งชีวิตค่ะ

เราจะต้องทำตัวอย่างไรดี เมื่อมีเจ้าหมาตัวเล็กอีกตัวก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต อยู่ร่วมชายคาบ้านเดียวกัน และสุนัขเหล่านี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตเราบ้างรึเปล่า รวมถึงตัวเราเองนั้นต้องปรับตัวในการใช้ชีวิตร่วมกับเขาอย่างไร ลองมาดูวิถีการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่าง คน กับ สุนัข ผู้ที่ซึ่งเปรียบเสมือนเพื่อนแท้ข้ามสายพันธุ์ของมนุษย์กันค่ะ

1.ความสัมพันธ์ของผู้เลี้ยง และสุนัขเหมือนพ่อแม่ลูก
สุนัขมีความผูกพันกับมนุษย์มามากกว่า 15,000 ปีที่แล้ว เป็นเพื่อนที่แสนดีกับมนุษย์มาตลอด เป็นเพื่อนแท้ที่ให้ความรักกับมนุษย์โดยไม่มีข้อกังขาใดๆ แต่ในวันนี้ได้มีงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จาก University of Veterinary Medicine ที่เวียนนา ออกมายืนยันแล้วว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสุนัข และผู้เลี้ยงนั้นมีความความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก กับความสัมพันธ์ของพ่อแม่ลูกที่พบในมนุษย์ โดยสุนัขสามารถปรับตัวในการอยู่กันกับมนุษย์ได้เป็นอย่างดี บางคนถึงกับเลือกเอาสุนัขมาเป็นคู่หลักของชีวิตแทนมนุษย์ด้วยกันเองก็มี

2.เปลี่ยนให้เรามีความอดทนมากขึ้น
Petcitiz เชื่อว่าในวันแรกที่เพื่อนๆ พาเจ้าตูบตัวใหม่เข้ามาอยู่ร่วมกันในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสุนัขวัยเด็ก หรือวัยกลางคน คงต้องพบกับอาการตื่นเต้นของเขากันบ้าง เช่น ร้อง หรือหอนในเวลากลางคืน เดินสำรวจบ้านเห่าไปเรื่อยเปื่อย ทำเอาเราไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันอยู่ 1–2 อาทิตย์ บางคนอาจจะทนไม่ไหวจนต้องนำเขาไปคืน หรือนำไปให้ผู้อื่นเลี้ยง แต่ความเป็นจริงแล้วถ้าเราอดทน ใจเย็นกับทุกพฤติกรรมของเขาแล้วค่อยๆ ฝึกวินัยไปทีละนิด จากน้องหมาแสนดื้อรั้นก็จะพูดง่ายมากขึ้น ทำตามคำสั่ง ไม่สร้างความเดือดร้อน อีกทั้งยังคอยอยู่ใกล้ๆ คอยมอบความรักความอบอุ่นให้แก่กัน เชื่อเถอะค่ะว่าเขาจะเข้าใจ และน่ารักมากขึ้นอย่างแน่นอน

3.เปลี่ยนให้เรามีวินัยมากขึ้น
การที่เราและสุนัขจะอยู่ร่วมกันได้อย่างดี จำเป็นต้องมีกฎระเบียบในบ้าน ซึ่งการจะให้เขาทำตามกฎระเบียบของบ้านเรานั้น ผู้เลี้ยงจะต้องทำตามกฎระเบียบของตัวเองให้ได้เสียก่อน เช่น จากเดิมที่ชอบตื่นสาย นอนไม่เป็นเวลา ใช้ชีวิตไม่มีแบบแผน แต่เมื่อเลี้ยงสุนัข ความรับผิดชอบต่ออีกชีวิตหนึ่ง ทำให้เราต้องตื่นเป็นเวลามากขึ้น พาเขาออกไปขับถ่าย ให้กินข้าวตามเวลา พาไปออกกำลังกายเป็นประจำ ฝึกวินัยเจ้าหมาให้อยู่ในระเบียบ ซึ่งการมีวินัยนี้จะช่วยป้องกันการเกิดพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก ก้าวร้าว ไม่ทำตามคำสั่ง แถมยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเรากับสุนัขด้วยค่ะ

4.เปลี่ยนให้เรารู้จักให้อภัยและปล่อยวาง
ในหลายๆ ครั้งที่เจ้าตูบได้ทำผิดพลาด เผลอทำข้าวของเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการกัดแทะเฟอร์นิเจอร์ สายไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า รองเท้า กระเป๋า หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ ที่เราพยายามบอกว่าห้ามกัดห้ามซน เตือนกี่ครั้งก็ยังคงทำอยู่ร่ำไป จนในบ้างครั้งเราก็อยากจะทำโทษให้หลาบจำ แต่เมื่อเห็นเจ้าตูบทำหน้างง ตากลม เอียงคอ ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นทำอะไรผิด แล้วใครที่ไหนจะลงโทษได้ลง แล้วยิ่งถ้าเป็นการตี หรือดุเสียงดังๆ แล้วล่ะก็ อาจจะไปเสริมสร้างพฤติกรรมก้าวร้าวของเขาขึ้นมาก็ได้ สิ่งที่ควรจะทำคือ การปล่อยวางและให้อภัยในสิ่งที่เขาทำ ค่อยบอกค่อยสอนไปพร้อมกับความอดทน เพราะถ้าเราเกิดควบคุมอารมณ์ไม่ได้ จนลืมตัวทำร้ายเขา เราอาจจะสูญเสียความไว้ใจจากเพื่อนผู้ซื่อสัตย์ไปชั่วชีวิตเลยนะคะ



สุนัขกับการใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์ที่ผู้มี สัตว์เลี้ยง ควรศึกษาความสัมพันธ์ของผู้เลี้ยง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/สัตว์เลี้ยง/

12
ไม่ว่าใครก็อยากมีผิวขาวใส และหากจะขาวใสขึ้นได้ในราคาประหยัด ปลอดภัย ก็คงเป็นที่น่าสนใจไม่น้อย วันนี้เราเลยหยิบเอาสูตรผิวขาวจากวัตถุดิบธรรมชาติรอบตัวมาฝาก ทำยังไงบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1.ขมิ้น

ขมิ้น เป็นสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณเด่นในเรื่องของการดูแลรักษาผิวพรรณ ซึ่งในยุคโบราณจะนำไปทำเป็นเครื่องประทินผิวและยังเป็นยาสมุนไพรรักษาอาการของผด ผื่นคันได้ด้วย จนถึงยุคปัจจุบันก็ยังคงนิยมใช้กันอยู่ เพราะขมิ้นจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว จะช่วยให้ผิวพรรณแลดูกระจ่างใสมากขึ้น

2.น้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง มักจะถูกนำไปเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลายชนิด เพราะน้ำผึ้งมีคุณสมบัติช่วยสมานผิว ช่วยกักเก็บน้ำให้คงความชุ่มชื้นต่อผิว ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นอยู่เสมอและยังปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ น้ำผึ้งจึงมักเป็นตัวเลือกที่ดีในการดูแลผิว เพราะสามารถคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราได้

3.มะเขือเทศ

มะเขือเทศ ช่วยบำรุงและดูแลผิวพรรณได้หลายทาง ทั้งกินทั้งพอกบนใบหน้าก็ได้ เพราะประโยชน์ของมะเขือเทศมีมากมาย มีทั้งวิตามินเอ วิตามินซี และสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ขอแนะนำสูตรการใช้มะเขือเทศในการดูแลผิวหน้าง่ายๆ โดยคั้นเอาน้ำมะเขือเทศเตรียมไว้ นำสำลีชุบน้ำมะเขือเทศทาให้ทั้งใบหน้าและนวดเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก ก็จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นได้ นับเป็นสูตรหน้าใสที่ต้องลอง

4.มะขามเปียก

มะขามเปียก เป็นสมุนไพรที่มีอยู่ในครัวเรือนกันแทบทุกบ้านเลยก็ว่าได้ ด้วยมะขามเปียกมีรสชาติเปรี้ยวและมีฤทธิ์เป็นกรด จึงมี AHA ที่สามารถใช้ขัดผิวได้ จะช่วยให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออกได้เป็นอย่างดี สามารถนำมาพอกหน้าและพอกผิวกายได้ ก็จะทำให้ผิวกลับมาเนียนนุ่มและดูกระจ่างใส ซึ่งการพอกหน้าด้วยมะขามเปียกมีด้วยกันหลายสูตร แต่ขอแนะนำสูตรง่ายๆ คือ นำมะขามเปียก 1 ก้อน มาผสมนมสดรสจืดและน้ำผึ้ง ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก เป็นสูตรหน้าใสที่ได้รับความนิยมอย่างมากเลยล่ะ

5.ไพล

ไพลเป็นสุมนไพรที่มีมาแต่โบราณเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับขิง ข่า คู่กับความสวยงามของสาวๆ มาจนถึงปัจจุบัน ไพลมักเป็นสมุนไพรที่ถูกนำไปเป็นส่วนผสมของยาอบสมุนไพร ที่ช่วยสมานผิว ทำให้ผิวเต่งตึง ลดริ้วรอย จุดด่างดำและป้องกันการเกิดสิว เพียงนำไพลมาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วปั่นผสมร่วมกันกับดินสอพองจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเติมน้ำสะอาดที่ต้มสุกแล้ว 1 ถ้วยตวง ปั่นให้เข้ากัน แล้วปั้นเป็นก้อนตากแดดให้แห้งเก็บใส่ขวดโหลไว้ ตอนใช้ก็นำมาผสมน้ำเล็กน้อยแล้วพอกไว้ก่อนนอน เป็นทั้งสูตรหน้าใสและป้องกันสิวในตัวเลยทีเดียว

เคล็ดลับพอกหน้าง่ายๆ เหล่านี้ สาวๆ ทำตามได้ไม่ยากเลยค่ะ หาสมุนไพรชนิดไหนได้ง่าย ก็ใช้สมุนไพรชนิดนั้นตามความสะดวกได้เลย รับรองงานนี้ผิวสวยและขาวใสชัวร์





เคล็ดลับดูแลผิวให้ ขาวใส มีออร่า สวยสะกดตาด้วยวัตถุดิบรอบตัว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/

13
ในที่สุดก็เจอวิธีทอดไข่ชะอมให้ฟูหนา เคล็ดลับทำง่ายด้วยหม้อบ้าน ๆ นี่แหละ ทอดเสร็จหนาเป็นนิ้ว อร่อยเต็มปากเต็มคำ ทำได้เองที่บ้าน

จากที่เคยกินเมนูไข่เจียวชะอมแบนแห้งแนบกับจาน ลองเปลี่ยนมาทอดในหม้อเล็ก ๆ กันดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทอดไข่ชะอมให้ฟูหนา ทำง่าย ๆ แค่ใช้หม้อบ้าน ๆ เนื้อหนานุ่มกรอบนอก กินกับน้ำพริกกะปิ หรือแกงส้มก็ได้ทั้งนั้น ต่อไปนี้ไม่ต้องไปกินที่ร้านกันแล้ว ทำเองง่าย ๆ เลย

วิธีทอดไข่ชะอมให้ฟู ๆ หนา ๆ น่ากิน

• ใครชอบกินไข่ชะอม มีวิธีทอดไข่ชะอมให้ฟู ๆ หนา ๆ น่ากิน เย็นนี้ตำน้ำพริกกะปิรอได้เลย

ส่วนผสม ไข่ชะอม

• ไข่ไก่ 3 ฟอง
• เกลือป่น
• พริกไทยดำ
• ซีอิ๊วขาว
• ชะอม
• น้ำมันพืช

วิธีทอดไข่ชะอม

• ล้างทำความสะอาดชะอม ใช้มีดสับชะอมจนละเอียด ตอกไข่ใส่ชาม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ พริกไทย จากนั้นก็ใส่ชะอมตามลงไป ตีผสมให้เข้ากัน

วิธีทอดไข่ชะอม

• ตั้งน้ำมันให้ร้อน ใช้หม้อเล็ก ๆ สำหรับทอดจะได้รูปทรงที่สวย พอน้ำมันร้อนก็เทไข่ชะอมลงไปทอด ใช้ตะหลิวตะล่อม ๆ แล้วกลับอีกด้านทอดต่อให้สุก

วิธีทอดไข่ชะอม

• หั่นพอดีคำ ยิ่งถ้ามีน้ำพริกกะปิแล้วก็อร่อยแน่ ๆ

วิธีการทำไข่ทอดชะอม



สูตรอาหาร ทอดไข่ชะอมให้ฟูหนา ใช้หม้อทอดง่าย ๆ ทำได้เองไม่ง้อเชฟ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/สูตรอาหาร/

14
วิธีจัดการกับปัญหาหลังคารั่วเบื้องต้นด้วยตัวเองง่ายๆ ในหน้าฝนนี้ หากเอาไม่อยู่ต้องรีบพึ่ง “ช่างใหญ่” โดยด่วน ก่อนที่บ้านจะกลายเป็น “น้ำตก”
• ปัญหาหลังคารั่วเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ลมพายุ กิ่งไม้หรือของแข็งร่วงใส่ ใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น

ฝนตกหยิมๆ ยายฉิมเก็บเห็ด แต่ถ้าฝนตกแรงๆ แล้วหลังคารั่วล่ะก็ ต้องกลายเป็นปัญหาใหญ่ของบ้านแน่นอน จากหลังคาบ้านที่มีไว้กันแดดกันฝน ดูเหมือนคราวนี้จะไม่ใช่อีกต่อไป เพราะกลายเป็นจุดศูนย์รวมของน้ำตกทันที งานนี้มีแต่พังกับพังถ้าไม่รีบซ่อมโดยด่วน

สาเหตุของการเกิดรอยรั่วซึมบริเวณหลังคาและรางน้ำฝน

รอยรั่วบนหลังคาเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ อาจเกิดจากอุบัติเหตุจากธรรมชาติ เช่น กิ่งไม้ร่วงใส่ ลมพายุ ใบไม้ทับถม หรือแม้แต่การเลือกใช้กระเบื้องที่มีรอยแตกหักมามุงหลังคา องศาในการมุงหลังคา การหันทิศทางของแผ่นกระเบื้อง การมุงไม่สนิท สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็ทำให้เกิดรอยรั่วได้ทั้งนั้น

ความเสียหายที่อาจเกิดเมื่อหลังคารั่ว

จะเกิดน้ำไหลผ่านหลังคา จนมาถึงเพดาน หากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานก็จะทำให้บ้านกลายเป็นแหล่งขยายพันธุ์ของเชื้อรา ส่งผลให้คนในบ้านมีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ อีกทั้งยังทำให้บ้านมีคราบน้ำ ดูสกปรกอีกด้วย

วิธีรับมือเบื้องต้น

• หากมีน้ำหยดลงมาบริเวณฝ้าเพดาน ถ้าใช้ฝ้าเพดานชนิดที่สามารถเปิดได้ ก็ควรเปิดเช็ครอยรั่วว่ามาจากส่วนใดของหลังคา เพื่อที่จะได้แจ้งช่างซ่อมได้ถูกจุด

• ในกรณีที่มีรอยรั่วไม่มาก สามารถซ่อมได้ด้วยตนเอง ให้ซื้อวัสดุสำหรับงานซ่อมรอยรั่ว หรือวัสดุกันซึมมาอุดรอยรั่วเบื้องต้น ก่อนที่จะโทรตามช่างเพื่อซ่อมแซมหลังคาครั้งใหญ่

• หมั่นทำความสะอาดหลังคาอยู่เสมอ เพราะหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดรอยรั่ว คือ การผุพังของวัสดุอันเกิดมาจากการทับถมของซากใบไม้ และกิ่งไม้เป็นระยะเวลานาน การทำความสะอาดพื้นที่เหล่านี้จะช่วยให้หลังคาไม่ต้องแบกรับน้ำหนักที่มากเกินไป อีกทั้งยังสามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วเวลาที่ฝนตกหนักๆ อีกด้วย

• การเลือกใช้รางน้ำฝนที่มีขนาดไม่สัมพันธ์กับหลังคา เช่น ขอบรางด้านนอกสูงกว่าด้านใน จึงทำให้ปริมาณน้ำฝนไหลย้อนกลับเข้าสู่ตัวบ้านจนเกิดรอยร้าว ทางแก้เบื้องต้น คือ เจาะรูระบายเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำฝนล้นรางตามมา


วิธีจัดการกับปัญหาหลังคาบ้านรั่วเบื้องต้นด้วยตัวเองง่ายๆ ในหน้าฝนนี้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/บ้าน/

15
กระเป๋าโน๊ตบุ๊ค แบบไหนดีนะ? ปัจจัยสำคัญในการเลือก กระเป๋าโน๊ตบุ๊ค ควรมีลักษณะที่สามารถรองรับแรงกระแทกได้ดี ป้องกันฝุ่น ละอองฝน และซัพพอร์ตกล้ามเนื้อช่วงที่รองรับน้ำหนักกระเป๋า เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น เมื่อต้องสะพายเป็นเวลานาน

กระเป๋าโน๊ตบุ๊ค แบบไหนดีนะ?

กระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊คถือเป็น Accessory ชิ้นสำคัญสำหรับคนวัยทำงานอย่างเรา เหมาะกับผู้ที่ต้องยกเครื่องออกไปทำงานข้างนอกบ่อยๆ หรือพบปะลูกค้าเป็นประจำ ช่วยให้ง่ายต่อการพกพา ทั้งยังสามารถปกป้องเครื่องจากการกระแทก ละอองฝน และสามารถใส่อุปกรณ์ เช่น สายชาร์จ เมาส์ หูฟัง หรืออุปกรณ์ชิ้นอื่นๆ อีกมากมาย ปัจจุบันกระเป๋าใส่ Laptop ก็มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแบบถือ สะพายหลัง สะพายไหล่ สะพายข้าง มีซิปเปิด-ปิด หรือเปิดจากปากกระเป๋าด้านบน รวมถึงรูปลักษณะดีไซน์ สีสัน และราคาที่แตกต่างกัน หากใครกำลังมองหา Accessory ชิ้นนี้มาใช้งาน วันนี้ Potatotechs จะมาแนะนำเทคนิคการเลือกซื้อกระเป๋าใส่ โน๊ตบุ๊ค ให้เหมาะกับการใช้งานของคุณค่ะ

1.ลักษณะดีไซน์ และรูปแบบของกระเป๋า

กระเป๋าสำหรับใส่ Laptop ก็จะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ แบบ Messenger Bag (กระเป๋าเอกสาร) และแบบ Backpack Bag (กระเป๋าเป้) ปัจจุบันคนจะนิยมใช้แบบกระเป๋าเป้มากกว่า เนื่องด้วยสะดวกสบายในการใช้งานใช้สะพายหลังหรือถือได้ มีขนาดใหญ่ ใส่ของได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ใช้กับ Laptop ขวดน้ำดื่ม แฟ้มเอกสาร ฯลฯ หากเดินทางโดยใช้บริการรถไฟฟ้า หรือรถสาธารณะ กระเป๋าเป้แบบสะพายจะตอบโจทย์ความสะดวกมากที่สุดค่ะ

2.วัสดุที่ใช้ผลิตกระเป๋าและความทนทาน

กระเป๋าสำหรับใส่ โน๊ตบุ๊ค จำเป็นต้องลุยได้ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดออก ฉะนั้น วัสดุที่ใช้ในการทำกระเป๋าควรแบบกันน้ำได้ เช่น ผ้าไนลอน หนังพียู เป็นต้น นอกจากจะช่วยป้องกันเวลาฝนตกได้แล้ว ยังช่วยป้องกันเครื่องหากเกิดน้ำกระเด็น หรือน้ำหกใส่อีกด้วย ทางที่ดีหากกระเป๋าที่คุณเลือกใช้มีช่องสำหรับใส่ Laptop แยกจากช่องใส่ของปกติอื่นๆ ด้วยจะดีมาก เพราะหากขวดน้ำที่ใส่กระเป๋าเกิดหกหรือรั่ว จะกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง ควรตรวจสอบเรื่องของความทนทาน บริเวณรอยเย็บ ซิป รวมถึงฐานที่รองรับน้ำหนักกระเป๋าด้วยนะคะ

3.เลือกขนาดของกระเป๋าให้เข้ากับโน๊ตบุ๊ค

สำรวจว่าโน๊ตบุ๊ค หรือ Laptop ของคุณมีขนาดหน้าจอเท่าไร โดยปกติแล้วก็จะอยู่ที่ประมาณ 10-17 นิ้ว ควรเลือกกระเป๋าที่มีช่องใส่ขนาดพอดี หรือใกล้เคียงกับเครื่อง ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป หากช่องที่ใส่ใหญ่เกินไปจะทำให้เครื่องเลื่อนไปมาได้ ถ้าช่องใส่เล็กเกินไปตัวเครื่องก็จะล้นออกมานอกกระเป๋า ปิดซิปไม่ได้ เป็นต้น



แนวทางการเลือกกระเป๋า โน๊ตบุ๊ค ให้เหมาะกับการใช้งาน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/โน๊ตบุ๊ค/

หน้า: [1] 2 3 ... 7