แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 4
1
ไม่ว่าใครก็อยากมีผิวขาวใส และหากจะขาวใสขึ้นได้ในราคาประหยัด ปลอดภัย ก็คงเป็นที่น่าสนใจไม่น้อย วันนี้เราเลยหยิบเอาสูตรผิวขาวจากวัตถุดิบธรรมชาติรอบตัวมาฝาก ทำยังไงบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1.ขมิ้น

ขมิ้น เป็นสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณเด่นในเรื่องของการดูแลรักษาผิวพรรณ ซึ่งในยุคโบราณจะนำไปทำเป็นเครื่องประทินผิวและยังเป็นยาสมุนไพรรักษาอาการของผด ผื่นคันได้ด้วย จนถึงยุคปัจจุบันก็ยังคงนิยมใช้กันอยู่ เพราะขมิ้นจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว จะช่วยให้ผิวพรรณแลดูกระจ่างใสมากขึ้น

2.น้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง มักจะถูกนำไปเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลายชนิด เพราะน้ำผึ้งมีคุณสมบัติช่วยสมานผิว ช่วยกักเก็บน้ำให้คงความชุ่มชื้นต่อผิว ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นอยู่เสมอและยังปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ น้ำผึ้งจึงมักเป็นตัวเลือกที่ดีในการดูแลผิว เพราะสามารถคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราได้

3.มะเขือเทศ

มะเขือเทศ ช่วยบำรุงและดูแลผิวพรรณได้หลายทาง ทั้งกินทั้งพอกบนใบหน้าก็ได้ เพราะประโยชน์ของมะเขือเทศมีมากมาย มีทั้งวิตามินเอ วิตามินซี และสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ขอแนะนำสูตรการใช้มะเขือเทศในการดูแลผิวหน้าง่ายๆ โดยคั้นเอาน้ำมะเขือเทศเตรียมไว้ นำสำลีชุบน้ำมะเขือเทศทาให้ทั้งใบหน้าและนวดเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก ก็จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นได้ นับเป็นสูตรหน้าใสที่ต้องลอง

4.มะขามเปียก

มะขามเปียก เป็นสมุนไพรที่มีอยู่ในครัวเรือนกันแทบทุกบ้านเลยก็ว่าได้ ด้วยมะขามเปียกมีรสชาติเปรี้ยวและมีฤทธิ์เป็นกรด จึงมี AHA ที่สามารถใช้ขัดผิวได้ จะช่วยให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออกได้เป็นอย่างดี สามารถนำมาพอกหน้าและพอกผิวกายได้ ก็จะทำให้ผิวกลับมาเนียนนุ่มและดูกระจ่างใส ซึ่งการพอกหน้าด้วยมะขามเปียกมีด้วยกันหลายสูตร แต่ขอแนะนำสูตรง่ายๆ คือ นำมะขามเปียก 1 ก้อน มาผสมนมสดรสจืดและน้ำผึ้ง ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก เป็นสูตรหน้าใสที่ได้รับความนิยมอย่างมากเลยล่ะ

5.ไพล

ไพลเป็นสุมนไพรที่มีมาแต่โบราณเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับขิง ข่า คู่กับความสวยงามของสาวๆ มาจนถึงปัจจุบัน ไพลมักเป็นสมุนไพรที่ถูกนำไปเป็นส่วนผสมของยาอบสมุนไพร ที่ช่วยสมานผิว ทำให้ผิวเต่งตึง ลดริ้วรอย จุดด่างดำและป้องกันการเกิดสิว เพียงนำไพลมาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วปั่นผสมร่วมกันกับดินสอพองจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเติมน้ำสะอาดที่ต้มสุกแล้ว 1 ถ้วยตวง ปั่นให้เข้ากัน แล้วปั้นเป็นก้อนตากแดดให้แห้งเก็บใส่ขวดโหลไว้ ตอนใช้ก็นำมาผสมน้ำเล็กน้อยแล้วพอกไว้ก่อนนอน เป็นทั้งสูตรหน้าใสและป้องกันสิวในตัวเลยทีเดียว

เคล็ดลับพอกหน้าง่ายๆ เหล่านี้ สาวๆ ทำตามได้ไม่ยากเลยค่ะ หาสมุนไพรชนิดไหนได้ง่าย ก็ใช้สมุนไพรชนิดนั้นตามความสะดวกได้เลย รับรองงานนี้ผิวสวยและขาวใสชัวร์



เคล็ดลับดูแลผิวให้ ขาวใส มีออร่า สวยสะกดตาด้วยวัตถุดิบรอบตัว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/

2
มื้อเย็น กินอะไรดี ? ลองทำน้ำพริกปลาแซลมอนสักถ้วยไหมคะ แคลอรีเบา ๆ เนื้อปลาแซลมอนเน้น ๆ จัดผักต้มผักลวกให้เยอะ ๆ กินเถอะ ไม่อ้วนแน่นอน

ตอนเย็นอยากเจริญอาหารแต่ก็ไม่อยากอ้วน มาทำน้ำพริกปลาแซลมอน เมนูน้ำพริกแคลอรีต่ำหอมอร่อยจากเครื่องที่คั่วเอง ทำง่าย ๆ วัตถุดิบไม่กี่อย่าง เตรียมผักต้มผักลวกไว้ให้เยอะ ๆ รับรองอิ่มท้องแม้ไม่ต้องพึ่งข้าว

น้ำพริกปลาแซลมอน

สวัสดีค่ะ ชวนมาทำน้ำพริกปลาแซลมอนอร่อย ๆ ดีต่อสุขภาพ และง่ายต่อการทำ ทานกับผักสด ๆ หรือกินกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวยก็อร่อยค่ะ

ส่วนผสมและเครื่องปรุง

• เนื้อปลาแซลมอน 200 กรัม
• พริกอ่อน 2 เม็ด
• พริกขี้หนู 10 เม็ด
• หอมแดง 5 หัว
• กระเทียม 10 กลีบ
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
• น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

*รสชาติเพิ่มเติมตามแต่ชอบค่ะ*

วิธีทำน้ำพริกปลาแซลมอน

• นำพริกขี้หนู พริกอ่อย กระเทียม และหอมแดงไปย่างหรือคั่วในกระทะ ส่วนวันนี้ตาเอาไปใส่ในกระทะแล้วคั่วให้สุก ไหม้นิด ๆ จะได้หอม

• นำปลาแซลมอนไปย่าง หรือนาบกับกระทะแบบในภาพค่ะ (ส่วนพริกที่เห็นพอดีมีหลังบ้าน ก็เอามาทำน้ำพริกด้วยซะเลย)

• เมื่อย่างพริก หอม และกระเทียมจนสุกได้ที่แล้ว นำมาใส่ครกเลยค่ะ หอมมากมาย

• แล้วก็ตำค่ะ ตำให้ละเอียดแต่ไม่ต้องละเอียดมาก พอหยาบ ๆ

• นำเนื้อปลาแซลมอนมาใส่ครกตำด้วย

• ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย

• น้ำปลา

• เติมรสเปรี้ยวด้วยน้ำมะนาว

• ใช้ช้อนคนส่วนผสมให้เข้ากันดี ชิมรสตามชอบค่ะ

• เสร็จแล้วค่ะ ไม่มีอะไรจะง่ายเท่าทำน้ำพริกปลาแซลมอนอีกแล้วค่ะ อร่อยด้วย เตรียมผักใส่จานรอไว้เลยค่ะ

• รับประทานกับข้าวเหนียวก็อร่อยค่ะ ลองทำกันดูนะคะ ขอบคุณที่แวะมาคุยกันค่ะ

เอาล่ะ ใครทำกำลังมองหาสูตรน้ำพริกดี ๆ รสชาติโดน ๆ ไว้กินเป็นอาหารลดน้ำหนักมื้อเย็นอยู่ล่ะก็ น้ำพริกปลาแซลมอนถ้วยนี้เหมาะมาก ๆ




สูตรอาหาร น้ำพริกปลาแซลมอน เมนูมื้อเย็นกินไม่อ้วนประโยชน์แน่น ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/สูตรอาหาร/

3
 สำหรับใครที่กำลังมองหา แบบบ้านชั้นเดียว สวยๆ วันนี้ Gurubaan ได้คัดสรรมาให้คุณเลือกถึง 5 สไตล์ด้วยกัน ต้องบอกเลยว่าแต่ละแบบที่เราคัดมา จะทำให้คุณได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของความเป็นธรรมชาติได้แบบสุดๆ ไปเลยค่ะ

หากคุณคิดอยากจะสร้างบ้านสักหลังไว้สำหรับพักผ่อน อยู่กับครอบครัวเล็กๆ ของคุณ เราขอแนะนำให้สร้าง บ้านชั้นเดียว ค่ะ เพราะใช้งบประมาณไม่มาก และเหมาะกับครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิก 1-3 คน หรืออาจจะมากกว่านี้ก็ได้ แต่อาจต้องเพิ่มงบในการสร้าง และเตรียมพื้นที่ให้มีขนาดกว้างพอที่จะรองรับสมาชิกได้ทุกคน สำหรับสไตล์การตกแต่งบ้านประเภทนี้มีให้เลือกยาวเป็นหางว่าว แต่คุณไม่ต้องเสียเวลาไปดูหรอกค่ะ เพราะเราได้คัดแบบบ้านในสไตล์สวยเก๋มาไว้ให้คุณแล้ว รับรองว่าถูกใจทุกคนแน่นอนค่ะ

1.แบบบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านชั้นเดียว ยกพื้นต่ำสไตล์ร่วมสมัย ดีไซน์โดดเด่นด้วยหลังคาทรงมนิลา เล่นระดับจั่วบ้านสองชั้น ทำให้ดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจ บ้านสไตล์นี้ได้รับความนิยม และถูกนำมาสร้างตามโครงการบ้านจัดสรรต่างๆ กันเป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยรูปแบบที่มีเอกลักษณ์ เน้นฟังก์ชั่นการใช้สอยเป็นสำคัญ จึงจะพบเห็นแบบบ้านสไตล์นี้ได้โดยทั่วไป ตัวบ้านประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ เหมาะกับผู้ที่มีครอบครัวขนาดใหญ่ เนื่องด้วยบ้านมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง การตกแต่งมีการยกพื้นต่ำเล็กน้อย ผนังใช้สีเหลืองอ่อน ผสมผสานกับไม้ฝาสีน้ำตาลเข้ม ส่วนของด้านล่างจะมีการตกแต่งด้วยอิฐ ดูมีมิติ ไม่แข็งทื่อเกินไป การออกแบบภายในจะเน้นไปในทิศทางสีขาวเรียบ เพดานแบบหลุม พร้อมโคมไฟระย้า ให้ความสว่างในทุกค่ำคืน เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะอาหาร และเก้าอี้สีขาวทรงยุโรป เชื่อมต่อกับห้องครัวแบบเปิดได้อย่างเหมาะสม สำหรับบริเวณหน้าบ้านจะมีพื้นที่ขนาดกว้างขวาง สามารถสร้างพื้นที่สีเขียวเสริมบรรยากาศให้บ้านน่าอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสวนน้ำตก หรือปลูกไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่นกับบ้านก็ทำได้ค่ะ

2.แบบบ้านสไตล์คอทเทจ

บ้านคอทเทจดีไซน์สุดคลาสสิค ออกแบบอย่างเรียบง่าย กะทัดรัด เหมาะสำหรับสร้างเป็นบ้านพักหลังน้อยในพื้นที่ชนบท ไม่ว่าจะเป็นสวนป่า สนามหญ้า หรือริมแม่น้ำลำธาร ส่วนพื้นที่ด้านหลังยังมีเฉลียงเล็กๆ ไว้สำหรับวางเก้าอี้นั่งเล่น นั่งชิล สูดอากาศจากธรรมชาติได้อย่างเต็มปอด ด้านการตกแต่งหลังคาจะทำเป็นทรงหน้าจั่ว มุงด้วยกระเบื้องโทนสีส้มอิฐ ดังนั้น การตกแต่งอื่นๆ จึงไปในโทนเดียวกัน ซึ่งผนังภายนอกก็ใช้อิฐมอญแดง และงานไม้เข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง เสาด้านหน้า เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งที่ทำจากไม้ บรรยากาศของบ้านกลมกลืนเข้ากับธรรมชาติได้ดี การตกแต่งภายในเน้นความอบอุ่นที่เรียบง่าย แต่ก็มีสีสันให้ไม่รู้สึกจำเจกับงานไม้จนเกินไป ถึงแม้จะเป็นบ้านขนาดเล็ก แต่ก็ดูโปร่งโล่งด้วยการทำช่องรับแสงขนาดใหญ่ จะทำให้เห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างเต็มอิ่มยามพักผ่อน และไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดอีกด้วยค่ะ

3.แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น (หลังคาทรงเพิงหมาแหงน)

แค่ฟังชื่อก็อยากจะหอนตามแล้ว บรู๊วว ซึ่งหลังคาทรงเพิงหมาแหงน เป็นทรงหลังคาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการระบายน้ำฝนที่ดี บวกกับแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ทำให้ดูมีเสน่ห์ไม่น้อย ด้วยการออกแบบเป็นทรงกล่อง ผนังภายนอกตกแต่งด้วยไม้ฝาสีขาว ด้านหน้าทางเข้ามีเฉลียงไม้แนวกว้างพร้อมที่นั่งเล่น การตกแต่งภายในเน้นความทันสมัย โทนสีเรียบๆ ไม่หวือหวา ปูพื้นห้องโถงด้วยพรมสีเทา ทาสีผนังด้วยโทนสีเหลืองอ่อน ฝ้าเพดานสีขาว และตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ด้วยงานไม้โทนสีเข้มทึบ เพื่อให้ได้โทนสีที่ตัดกันกับตัวห้อง คุณสามารถเพิ่มลูกเล่นให้กับห้องนั่งเล่นได้ด้วยการเพิ่มช่องรับแสงขนาดกว้าง จะช่วยให้พื้นที่ภายในห้องนั่งเล่นดูโปร่ง และได้รับแสงสว่างธรรมชาติจากภายนอกอย่างเต็มที่ ผู้อยู่อาศัยสามารถสัมผัสกับบรรยากาศแห่งการพักผ่อนได้ทุกช่วงเวลาของวัน ส่วนบริเวณหน้าบ้านควรปูพื้นด้วยสนามหญ้าตกแต่งด้วยแปลงพุ่มไม้ หรือแซมด้วยไม้พุ่มยืนต้น เมื่อสีเขียวรวมเข้ากับตัวบ้านสีขาวแล้ว ทำให้ดูลงตัวมากๆ เลยค่ะ

4.แบบบ้านสไตล์เมดิเตอเรเนียน

แบบบ้านสไตล์นี้ได้รับอิทธิพลมาจากบ้านพักตากอากาศริมทะเลเมดิเตอเรเนียน เหมาะสำหรับพื้นที่ธรรมชาติใกล้แหล่งน้ำ หรือป่าไม้ ตัวบ้านถูกดีไซน์ให้เน้นความโปร่งโล่งเป็นพิเศษ และมีจุดเด่นที่ความขรุขระของพื้นผิวผนังปูน ซึ่งให้ความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติ สะท้อนความสวยงามออกมาแบบดิบๆ ผสมผสานเข้ากับงานไม้และงานเหล็กได้อย่างงดงาม นอกจากการทำผนังปูนสีขาวผิวขรุขระแล้ว ยังสร้างความอบอุ่นในห้องโถงด้วยพรมสีเทา จึงจะดูเป็นเอกลักษณ์ในสไตล์เมดิเตอเรเนียน ภายในถูกออกแบบให้มีช่องรับแสงขนาดใหญ่ทางด้านหลัง ช่วยสร้างความรู้สึกสะดวกสบายให้แก่ผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี ด้านการตกแต่งเน้นงานไม้เพื่อให้บ้านดูอบอุ่นมากขึ้น ภายนอกมีเฉลียงไม้ สระว่ายน้ำ เก้าอี้ และชายคาสำหรับบังแดดเพื่อสร้างเป็นพื้นที่ในร่ม จึงทำให้โซนนี้เป็นโซนพักผ่อนที่ชิลสุดๆ ไปเลยค่ะ

5.แบบบ้านสไตล์สแกนดิเนเวีย

สไตล์การออกแบบบ้านหลังนี้มีจุดประสงค์หลักคือ การได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ดังนั้น จึงควรปลูกสร้างในบริเวณที่มีบรรยากาศรายล้อมด้วยธรรมชาติ เน้นความโปร่งโล่ง โดยการติดกระจกรอบบ้าน เพื่อช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภายในและภายนอก เมื่ออาศัยอยู่ในบ้านก็จะไม่รู้สึกอึดอัด สามารถเห็นวิวภายนอกได้อย่างเต็มตา ดื่มด่ำกับวิวสวยภายนอกได้แบบ 360 องศา สำหรับลักษณะบ้าน โครงสร้างจะยกสูงจากพื้นเล็กน้อยเพื่อให้รับกับภูมิประเทศที่ไม่ราบเรียบ ตัวบ้านใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก และทาด้วยสีดำทั้งหลัง หน้าบ้านสร้างเฉลียงขนาดกว้าง เป็นจุดพักผ่อนไว้นอนอาบแดดชิลๆ หากมีสระว่ายน้ำด้วยก็จะทำให้บ้านหลังนี้ดูพิเศษมากขึ้น นับได้ว่าเป็นบ้านที่จัดเต็มในด้านการพักผ่อนจริงๆ ค่ะ อยากได้สักหลังแล้วสิ…



รวมไอเดียแบบ บ้านชั้นเดียว น่าอยู่ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/บ้านชั้นเดียว/

4
ดูเหมือนกับ Samsung ยังไม่ทิ้งตลาด Notebook ในต่างประเทศ เห็นได้จากการเปิดตัวคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เป็นทรง Ultrabook พับจอได้ 360 องศามีชื่อว่า Notebook 9 (2018) ซึ่งมีัขนาดให้เลือกทั้ง 13.3 นิ้วน้ำหนัก 995 กรัม และ 15 นิ้ว น้ำหนัก 1,250 กรัมด้วยกัน

ขุมพลังของเครื่องรุ่นนี้ใช้ CPU จาก Intel Core i7 รุ่นที่ 8 ใหม่ล่าสุด ให้ RAM ใส่ได้สูงสุด 16GB พร้อมกับความจำขนาด 1TB แต่สำหรับรุ่น 15 นิ้วคุณจะได้การ์ดจอจาก Nvidia MX150 ขนาด 2GB (GDDR5) ทำให้น้ำหนักตัวมากกว่าเดิม และแบตเตอรี่มีขนาด 6 Cell ทำให้ใช้งานได้ยาวนาน

นอกจากนี้หน้าจอยังใช้ชนิด RealViewDisplay มีความละเอียด Full HD (1920×1080) แต่กลับประหยัดไฟกว่าเดิม และพับได้ 360 องศาเฉพาะรุ่น 13 นิ้ว พร้อม Thunder Bolt 3 และมี ลำโพงขนาด 1.5 วัตต์ 2 ตัวด้วยกัน ซึ่งคอมพิวเตอร์รุ่นนี้เผยโฉฒอย่าเงเป็นทางการในงาน CES 2018 และพร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาส 1 ปีหน้านี้




Samsung เผยโฉม โน๊ตบุ๊ค 9 (2018) Notebook พับจอได้มาพร้อมปากกา S Pen ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/โน๊ตบุ๊ค/

5
หลายคนมักพูดว่าสุนัขที่ถูกทอดทิ้งคือสุนัขที่น่าสงสาร เช่นเดียวกับน้อง หมา สายพันธุ์เยอรมันเชฟเพิร์ดตัวนี้ ที่ถูกทิ้งจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมของสายพันธุ์ จนต้องเป็นหมาขี้โรคไปโดยปริยายแต่ก็เหมือนโชคเข้าข้างเจ้าสุนัขที่ถูกทอดทิ้งตัวนี้เช่นกัน เพราะมันได้ถูกคนใจดีเข้าช่วยเหลือและดูแล ให้มันกลับมาอยู่ในสภาพที่ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ซึ่งคนที่ยื่นมือมาช่วยเจ้าหมาถูกทิ้งนี้ก็คือ หน่วยงานของอาสาสมัครช่วยเหลือสัตว์ในเขต 5 รัฐฮุสตัน ได้รับแจ้งว่ามีสุนัขจรจัดจำนวนมาก โดย Sam Arkey และ Eric Holliday ได้ออกไปพื้นที่ดังกล่าวแต่ก็ไม่พบสุนัขอยู่ในบริเวณนั้นเลย จนถึงตอนที่พวกเขากำลังกลับไปที่รถ จึงได้พบเข้ากับสุนัขตัวหนึ่งเข้า มันกำลังนอนขดตัวและมีสภาพผอมโซเป็นอย่างมาก เมื่อพวกเขาเห็นสุนัขตัวนี้จึงตัดสินใจช่วยมันอย่างระมัดระวัง เพราะดูเหมือนว่ามันอยู่ในอาการหวาดระแวงคนแปลกหน้า ดูเหมือนกับว่ามันคงเคยเจอเข้ากับสถานการณ์อันเลวร้ายมา พวกเขาจึงค่อยๆเข้าไปทำการช่วยเหลือเจ้าสุนัขตัวนี้ด้วยวิธีที่อ่อนโยนที่สุด

เมื่อช่วยมันออกมาจากสถานที่นั้นได้แล้ว พวกเขาจึงเริ่มสำรวจตามเนื้อตัวของเจ้าสุนัขที่ถูกทอดทิ้งตัวนี้ ปรากฏว่าตามเนื้อตัวของมันมีบาดแผลจำนวนมาก และมีเศษของมีคมบาดอยู่ที่ขาหลังของมันอีกด้วย ถ้าพวกเราไม่ไปพบมันเข้า ก็ไม่มั่นใจว่ามันจะมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่วันกัน

พวกนำตัวเจ้าสุนัขตัวนี้ไปส่งยังโรงพยาบาล และได้รับผลวินิจฉัยจึงพบว่ามันเป็นโรคโลหิตจาง และมีน้ำหนักไม่ถึง 10 กิโลกรัม และอายุราว 6-9 เดือนเท่านั้น ซึ่งปกติแล้วสุนัขพันธุ์นี้ควรจะมีน้ำหนักอยู่ในช่วง ประมาณ 20-25 กิโลกรัม ซึ่งก็หมายความว่าเจ้าสุนัขตัวนี้อยู่ในขั้นวิกฤตคือผอมมากนั่นเอง พวกเขาจึงต้องให้อาหารอ่อนและเหลว
ทุกๆ 2 ชั่วโมงเพื่อให้กระเพาะของพวกมันค่อยๆปรับสภาพให้คุ้นชินกับอาหาร และดูเหมือนว่ามันสามารถกินอาหารได้ดี แถมทุกคนก็ยังเอาใจช่วยอีกด้วย

ต่อมามันถูกรับกลับมาอยู่กับ Amy Boram Wilson เพื่อรักษาตัวและฟื้นฟูระยะยาวต่อไป ภายหลังการฟื้นฟูประมาณ 2 เดือน มันจึงถูกรับเลี้ยงไปอยู่โดย Jack และ Jan Long ซึ่งพวกเขาคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมอยู่นานกว่าจะได้ทั้งคู่มารับเลี้ยงไป มันถูกตั้งชื่อว่า Frannie และดูเหมือนว่ามันมีความสุขมากที่ได้อยู่ในบ้านใหม่ที่แสนอบอุ่นหลังนี้



หนุ่มใจดี ลงทุนเปลี่ยนชีวิต หมา จรผอมแห้งให้กลับมาสดใสอีกครั้ง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/หมา/

6
กำจัดไขมัน การเกิดการอุดตันนั่นก็คือสภาพของท่อระบายน้ำ นับเป็นปัญหาที่เกือบทุกบ้านจำเป็นต้องเจอแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่อในห้องครัว ห้องน้ำ หรือแม้แต่ท่อชักโครกเองก็ตาม มันจะดูหงุดหงิดใจแค่ไหนถ้าอยู่ดีๆชักโครกก็เต็ม ราดน้ำลงไปก็มีแต่ลอยล่องขึ้นมา ล้างจาน อาบน้ำ น้ำก็ไม่ไหลลงท่อตามที่ควรจะเป็น ส่งผลให้คราบต่างๆติดพื้นห้องน้ำ อ่างล้านจาน ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์อีกต่างหาก ดังนั้น วันนี้ผมได้รวบรวมเทคนิควิธีสารพัดสารเพในการแก้ปัญหาท่อตันมาฝากทุกท่านกัน ไปดูและนำไปใช้กันเลย

ก่อนนั้นเราจะมาดูสาเหตุของการอุดตันของท่อต่างๆกันก่อน สาเหตุสำคัญที่สุดของการเกิดการอุดตันนั่นก็คือสภาพของท่อระบายน้ำนั่นเอง ยิ่งมีข้อต่อที่เป็นส่วนโค้งมากเท่าไหร่ โอกาสที่ท่อจะอุดตันก็มากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากเมื่อสิ่งปฏิกูลไหลมาถึงส่วนโค้งของท่อ ก็จะลดแรงในการไหลลงทำให้เศษต่างๆจะกองกันที่แถบทางโค้ง และการที่มีส่วนโค้งมากๆ ก็เหมือนกับการลดแรงของน้ำในการไหล ทำให้มีโอกาสที่เศษสิ่งต่างๆ จะไปถับถมกันในท่อได้ง่าย เนื่องจากน้ำไม่มีแรงจะส่งไปยังปลายท่อ เมื่อเรารู้ถึงสาเหตุแล้ว เรามาดูวิธีแก้ปัญหากันเลย

ค้นหาจุดเกิดปัญหาแล้วจัดการทะลวงมันซะ นี่เป็นวิธีที่เบสิคที่สุดแต่ถือว่าแก้ปัญหาได้ถูกจุดมากที่สุด โดยการตรวจเช็คตามข้อต่อของท่อ และทำการถอดส่วนของข้อต่อนำมาชะล้าง โดยใช้แปลงขัดล้างให้สะอาดเกลี้ยงเกลา วิธีนีจะลดอาการอุดตันได้ดีที่สุด แต่ก็มีปัญหาตรงที่งานนี้เป็นงานที่ใช้แรงมากหน่อยจึงเหมาะกับผู้ชาย (ผู้หญิงก็ทำได้นะแต่อาจลำบาก) อีกทั้งท่อนั้นต้องอยู่ในพื้นที่ที่ถอดง่าย (ถ้าท่อฝังในดินนี่ก็ไม่ต้องไปงัดมาล้างนะครับ ยังมีอีกหลายวิธี)

น้ำร้อนช่วยได้ราดลงไปเลย เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับท่อของอ่างล้างจานและชักโครกครับ เนื่องจากสิ่งที่อุดตันท่อประเภทนี้มักจะเป็นไขมัน ดังนั้นการต้มน้ำให้ร้อนพอประมาณ (ไม่ต้องถึงกับเดือดมาก ไม่เช่นนั้นถ้าท่อดันเป็นท่อ PVC ที่รับความร้อนได้ไม่เกิน 70 องศาเซลเซียส จะออกอาการบวมและเสียรูปทรง ทีนี้อาจต้องได้ยกเครื่องทำท่อใหม่) ราดลงไปจะทำให้ไขมันนั้นถูกชะล้างออกไป การทำเช่นนี้นั้นควรจะทำเป็นประจำ ไม่ใช่ตันแล้วค่อยทำ เพราะถ้าท่อตันขึ้นมาแล้ววิธีนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนัก ราดทุกสัปดาห์ก็จะดีมาก



กำจัดไขมัน การเกิดการอุดตันนั่นก็คือสภาพของท่อระบายน้ำ เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.bciworld.net/

7
จุดเกิดปัญหาแล้วจัดการทะลวงมันซะ นี่เป็นวิธีที่เบสิคที่สุดแต่ถือว่าแก้ปัญหาได้ถูกจุดมากที่สุด โดยการตรวจเช็คตามข้อต่อของท่อ และทำการถอดส่วนของข้อต่อนำมาชะล้าง โดยใช้แปลงขัดล้างให้สะอาดเกลี้ยงเกลา วิธีนีจะลดอาการอุดตันได้ดีที่สุด แต่ก็มีปัญหาตรงที่งานนี้เป็นงานที่ใช้แรงมากหน่อยจึงเหมาะกับผู้ชาย (ผู้หญิงก็ทำได้นะแต่อาจลำบาก) อีกทั้งท่อนั้นต้องอยู่ในพื้นที่ที่ถอดง่าย (ถ้าท่อฝังในดินนี่ก็ไม่ต้องไปงัดมาล้างนะครับ ยังมีอีกหลายวิธี)

น้ำร้อนช่วยได้ราดลงไปเลย เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับท่อของอ่างล้างจานและชักโครกครับ เนื่องจากสิ่งที่อุดตันท่อประเภทนี้มักจะเป็นไขมัน ดังนั้นการต้มน้ำให้ร้อนพอประมาณ (ไม่ต้องถึงกับเดือดมาก ไม่เช่นนั้นถ้าท่อดันเป็นท่อ PVC ที่รับความร้อนได้ไม่เกิน 70 องศาเซลเซียส จะออกอาการบวมและเสียรูปทรง ทีนี้อาจต้องได้ยกเครื่องทำท่อใหม่) ราดลงไปจะทำให้ไขมันนั้นถูกชะล้างออกไป การทำเช่นนี้นั้นควรจะทำเป็นประจำ ไม่ใช่ตันแล้วค่อยทำ เพราะถ้าท่อตันขึ้นมาแล้ววิธีนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนัก ราดทุกสัปดาห์ก็จะดีมาก

ที่ปั๊มส้วมหลักการการใช้เครื่องมือนี้ก็ง่ายๆเลยครับ เมื่อเกิดการอุดตันให้เราใส่น้ำให้ล้นๆซักหน่อย และใช้เจ้าไม้ดูดส้วมนี่ทำการกระแทกไปเรื่อยๆ ด้วยการอัดอากาศของไม้จะทำให้เกิดแรงดันดันน้ำลงไปในท่อให้ไปกระแทกกับส่วนที่อุดตันเรื่อยๆ ถ้าสิ่งที่อุดตันนั้นเป็นการหมักหมมแล้วละก็ทำไม่นานส่วนที่หมักหมมก็จะถูกทะลวงพังทลายไปนั่นเอง

ในส่วนของชักโครกก็ทำเช่นเดียวกันได้ครับ แต่เนื่องจากบริเวณปากของชักโครกนั้นจะไม่เท่ากัน เวลาใช้ไม้ดูดส้วมธรรมดากระแทกลงไปนั้น จะมีช่องว่างระหว่างปากดูดกับหลุมชักโครกทำให้แรงอัดอากาศไม่เยอะพอที่จะทำให้ส่วนที่ตันแตกออกได้ ผมแนะนำอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์นี้ นั่นก็คือ

มันก็คือไม้ดูดส้วมนั่นแหละ แต่จะเป็นแบบสองชั้น ชั้นนอกจะกว้างๆ เหมือนกับไม้ดูดส้วมทั่วไป ชั้นที่สองนั้นจะมีปากที่แคบลงเพื่อเข้าถึงหลุมชักโครกได้ง่ายยิ่งขึ้น แรงอัดอากาศที่ได้จึงเต็มที่ ทีนี้ก็กระแทกได้ประสิทธิภาพมากกว่าแบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด

งูเหล็กก็คือชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากของเจ้าเครื่องมือ สปริงทะลวงท่อ นั่นเอง มาดูหน้าตาของมันกัน
งูเหล็ก

ตัวงูเหล็กนั้นก็จะเป็นขดสปริงที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถโค้งงอได้ตามต้องการ หลักการทำงานของเจ้างูเหล็กนั้นก็ง่ายๆเลย คือการใส่เข้าไปในท่อระบายน้ำ แล้วค่อยหมุนตามเข็มนาฬิกาช้าๆ เจ้างูเหล็กนี่ก็จะควงสว่านไปเรื่อยๆ ทะลวงเอาเศษสิ่งที่อุดตันไปเรื่อยๆ เมื่อถึงทางโค้งด้วยการที่เป็นขดลวดยืดหยุ่นจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับการเข้าถึง จะ 2 โค้ง 3 โค้งก็ยังไหว (ถ้าความยาวถึงอะนะ) ถือเป็นเครื่องมือในการทะลวงท่อที่มีประสิทธิภาพมากมาย แนะนำให้ซื้อไว้ติดบ้านไม่เสียหาย ราคาก็ไม่แพงขึ้นอยู่ตามเกรดวัสดุที่ใช้ทำ (ร้าน 20 บาทยังมีเลย แต่สั้นไปหน่อย แถมใช้ไปไม่นานก็ขึ้น



กำจัดไขมัน มาดูสาเหตุของการอุดตันของท่อต่างๆ เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ http://www.bcithailand.net/

8
นอกจากน้ำจะเน่าเสียเป็นปรกติจากอินทรียวัตถุแล้ว แต่ถ้ามีการหมักหมมมากเข้าๆ ก็จะยิ่งเพิ่มความหลากหลายของเชื้อโรค โดยเฉพาะกลุ่มแบคทีเรีย วิบริโอ ฮาร์วีไอ, ซูโดโมแนส ฟลูออเรสเซน

เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งส่วนใหญ่เมื่อเลี้ยงกุ้งไปสักระยะหนึ่งจะพบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการหมักหมมของเสียที่พื้นบ่อ สร้างปัญหาน้ำเน่าน้ำเสีย จนส่งผลกระทบต่อตัวกุ้งจนลอยหัวเต็มขอบบ่อ เพราะโดยปรกติกุ้งนั้นจะชอบหากินอยู่ที่พื้นดินไม่ลอยตัวให้เห็นเด่นชัดให้เป็นเหยื่อล่อนกหรือศัตรูอื่นๆให้เห็นได้ง่ายๆ แต่เนื่องด้วยสภาพพื้นบ่อที่บูดเน่าจนเกิดก๊าซพิษต่างๆ สะสมในปริมาณมากจนมีความเข้มข้นมากพอที่จะมาแทนที่ ออกซิเจนให้ลดน้อยถอยลงไปตามสัดส่วนของของเสียที่เกิดขึ้น

ของเสียต่างๆเหล่านี้ที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดน้ำเน่าเสียมาจากขี้กุ้ง อาหารกุ้ง ที่ถูกขับถ่ายและถูกใส่ลงไปในบ่อทุกวัน เนื่องด้วยกุ้งนั้นจะต้องกินอาหารเป็นประจำทุกวัน ยิ่งเจ้าของบ่อไม่มีการเช็คยอ เช็คอาหารที่เหลือตกค้างก็จะยิ่งไม่รู้ว่าอาหารที่ให้ไปนั้นกุ้งกินหมดหรือไม่ มีผลเสียทั้งทำให้สิ้นเปลืองต้นทุนเรื่องอาหารและเกิดการสะสมบูดเน่าของอินทรียวัตถุ โดยเฉพาะยิ่งเป็นช่วงระยะปลายฝนต้นหนาวด้วยแล้ว กิจกรรมของจุลินทรีย์ต่างๆ จะทำงานน้อยลง แต่ฝนที่ชะล้างเอาอินทรีย์วัตถุ (organic matter) ลงไปไม่สมดุลยิ่งทำให้น้ำเกิดการเน่าเสียบูดเน่าได้ง่าย

นอกจากน้ำจะเน่าเสียเป็นปรกติจากอินทรียวัตถุแล้ว แต่ถ้ามีการหมักหมมมากเข้าๆ ก็จะยิ่งเพิ่มความหลากหลายของเชื้อโรค โดยเฉพาะกลุ่มแบคทีเรีย วิบริโอ ฮาร์วีไอ, ซูโดโมแนส ฟลูออเรสเซน ด้วยแล้วจะทำให้เกิดการเรืองแสงขึ้นในบ่อ เหมือนที่เราเคยได้ยินลูกชิ้นเรืองแสง จากข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์และทีวีเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียเช่นเดียวกันแต่อาจจะแตกต่างในเรื่องของชนิดไปบ้างเท่านั้น วิธีการแก้ไขปัญหาทำได้ไม่ยากเพียงดูแลรักษาความสะอาดที่พื้นบ่ออย่างสม่ำเสมอด้วยการเติมเสริมจุลินทรีย์ที่ทำการย่อยสลายของเสียโปรตีนจากขี้กุ้งอาหารกุ้งโดยตรงคือ บาซิลลัส ซับธิลิส (ชื่อการค้า “บาซิลลัส MT”) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ผ่านการคัดเลือกมาแบบเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่เอาแต่จุลินทรีย์หรือยีสต์ที่หลากหลายที่ย่อยได้แต่ แป้ง คาร์บอน น้ำตาลแต่ไม่เก่งในการย่อยโปรตีนที่มีมากในบ่อเลี้ยงกุ้ง




วิธีการแก้ปัญหา น้ำเน่าเสีย สารเรืองแสงในบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกราม เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.bciworld.net/

9
การทำงานของบ่อเกรอะ ก็โดยการใช้แบคทีเรียมาย่อยสลาย(กิน)ของเสีย ในแบบไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งเรียกแบคทีเรียพวกนี้ว่า Anarobic Bacteria หลังจากการย่อยสลาย จะเหลือตะกอนที่ตกจมในบ่อเกรอะ และตะกอนที่แขวนลอยไหลไปเข้าบ่อซึมไม่มากนัก กับก๊าซมีเธน และ”ฮโดรเจนซัลไฟด์หรือก๊าซไข่เน่า

การทำงานของบ่อซึมก็โดยที่รับน้ำที่ไหลล้นออกมาจากบ่อเกรอะ มาพักไว้ให้ค่อยๆ ซึมเข้าไปในดินรอบๆถังลงไปเป็นน้ำใต้ดิน (น้ำบาดาลนั่นแหละครับ) บ่อนี้หากคนออกแบบละเอียดจะเขียนให้ใส่อิฐหักหรือทรายลงไปรอบๆถังกลม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวการซึม เพื่อให้มีอายุใช้งานนานขึ้น เพราะเมื่อใช้ไป ตะกอนแวนลอยก็จะไปอุดช่องว่างระหว่างเม็ดดินทำให้อัตราการซึมลดลง
ทีนี้ก็มาถึงสาเหตุที่ทำให้บ่อใช้งานได้ไม่เต็มที่ นะครับ

น้ำรั่วที่โถ โถส้วมที่ใช้ไปนานๆ ซีลยางที่ติดระหว่างลิ้นเปิดน้ำอาจรั่ว ซึ่งทำให้น้ำไหลลงโถตลอดเวลา แม้อาจจะน้อยจนสังเกตแทบไม่ได้แต่อาจมากกว่าอัตราการซึมของบ่อซึม ซึ่งจะทำให้บ่อเต็มเร็ว ซึ่งหากเปิดบ่อขึ้นมาดูน้ำจะมีสภาพค่อนข้างใส (ปกติจะต้องดำ) การตรวจสอบง่ายๆ ก็ลองปิด Stop Valve ที่จ่ายน้ำเข้าถังชักโครก แล้วลองสังเกตว่าน้ำในถังแห้งหรือเปล่า ถ้าแห้งก็แสดงว่า เงินคุณกำลังไหลไปกับบน้ำลงถังส้วม ครับ

บางบ้านที่รักความสะอาด พอได้กลิ่นเหม็นในห้องน้ำ ก็มักใส่ยาฆ่าเชื้อ หรือน้ำยาล้างห้องน้ำลงไปในโถส้วมเต็มที่ ซึ่งแน่นอนครับว่า ทำให้กลิ่นเหฒ็นหายไป (จากก๊าซไข่เน่า) แต่ผลที่ตามมาก็คือ เชื้อที่ย่อยสลายในบ่อเกรอะก็ตายแบบยกครัวเหมือนกัน การย่อยสลายแบบไร้อากาศมีข้อดีกว่าแบบใช้อากาศคือ มันย่อยสลายพวกไขมันได้แม้ไม่มากนัก เพราะในของเสียที่เราถ่ายลงในโถมันมีไขมันปะปนอยู่ (ผมยังไม่เคยเห็นส้วมที่ไหนมีบ่อดักไขมัน น่ะครับ) ทีนี้พอไม่มีเชื้อมาย่อยสลาย ไขมันส่วนหนึ่งก็จะลอยเป็นฝาบนผิวน้ำในบ่อเกรอะและเป็นตัวกันกลิ่นไม่ให้ขึ้นมา แต่อีกส่วนนึงที่ยังแขวนลอย เพราะขนาดมันเล็กมากก็จะไหลไปเข้าบ่อซึม และเข้าไปอุดตามช่องว่างเม็ดดิน ทำให้น้ำซึมไม่ได้ (ตะกอนแขวนลอยที่มีขนาดใหญ่ จะมีโอกาสตกจมในบ่อซึมก่อน ขนาดเล็กก็จะไหลเข้าใกล้ผิวดินได้มากกว่า และมีโอกาสวึมผ่านไปได้ระยะหนึ่ง แต่ตะกอนไขมันจะมีขนาดใหย๋แต่เบากว่าน้ำ มันจึงสามารถไปเกาะติดที่ผิวดินได้ง่ายกว่า) ในกรณีนี้ก็ต้องให้พระเอกตัวเล็กๆ ค่อยๆ มาย่อยสลายมันละครับ ก็คือไปหา EM มาใส่เพื่อเร่งช่วงแรก และไม่ต้องกลัวนะครับเดี๋ยวมันก็เข้าสู่สมดุลเอง คือ ในช่วงแรกอาหารเยอะมันก็จะขยายพันธุ์กันอย่างสนุกสนาน แย่งกันกิน ซักพักนึงอาหารน้อยลง ตัวที่อ่อนแอก็ลาไปก่อน จะเหลือเฉพาะที่แน่จริงๆ เท่านั้น อาการที่สังเกตในกรณีนี้ คือ หากเปิดบ่อเกรอะจะไม่ค่อยมีกลิ่นพุ่งขึ้นมา



สาเหตุที่ทำให้บ่อใช้งานได้ไม่เต็มที่ ส้วมเต็ม เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.bciworld.net/

10
เอนไซม์แท้ๆเข้มข้น เป็นสารสกัดจากธรรชาติ 100% ทีมีความสามารถพิเศษในการแก้ปัญหาแบบเจาะจง

ประโยขน์ คือ
กำจัดกลิ่นที่เกิดจากการเน่าเสียของไขมัน
เร่งการย่อยสลายและทำลายไขมันจากพืชและสัตว์ ซึ่งทำงานในระดับโมเลกุล รวมถึงการสลายBioflimในท่อ Drainและระบบบ่อพักน้ำเสีย ทั้งในบ้าน,ในอุตสาหกรรมหรือเทศบาล

ลักษณะ ของ
เป็นเอนไซม์บริสุทธิเข้มข้นสูตรน้ำ บรรจุขวด 1000,100 ซีซ๊
ส่วนประกอบสำคัญ
สารสกัดจากพืชและผลไม้ 100%
ประสิทธิภาพ ดับกลิ่น จะออกฤทธิ ทันที ส่วนไขมันจะไม่มีการก่อตัวเป็นก้อนอีกตลอดไป

วิธีแก้ท่อตัน

วิธีใช้ เพื่อกำจัดกลิ่นและป้องกันท่อตันด้วยตัวเอง

1.กลิ่นจากท่อน้ำ ผสม 1ซีซี/น้ำ1ลิตร ลาดตามท่อระบายและโถส้วม

2.ใช้ผสมน้ำเจือจางฉีดพ่นบนโต๊อาหารเพื่อลดกลิ่นอับ,ลดไขมันต้นเหตุแมลงวัน

3.ใช้ในบ่อบำบัดน้ำเสียที่มีปริมาณไขมันสูง

4.ผสมน้ำเจือจาง ใช้ฉีดพ่นด้วยปั๊มแรงดันสูงเพื่อทำความสะอาดในรางระบายหรือท่อน้ำทิ้ง
(สูตรเพื่อความประหยัดควรผสมน้ำในอัตราส่วน 1:200-1:2000)เท่า
เนื่องจากZymetec-zไม่ใช่สารเคมีหรือสารระเหยไดๆจึงจัดอยู่ในกลุ่มที่ไม่ใช่วัตถุอันตราย ผลิตด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จึงเชื่อถือได้ว่าปลอดเชื้อและปลอดภัย100%non toxic ไมเกิดอาการแพ้ไดๆ

โครงสร้างทางเคมีของไขมัน
ไขมันประกอบไปด้วยธาตุหลัก 3ชนิด ได้แก่ คาร์บอน ไฮโดรเจน และ ออกซิเจน เช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน
อย่างไรก็ตามไขมันมีองค์ประกอบเป็นคาร์บอนและไฮโดรเจนแต่มีออกซิเจนน้อย
ไขมันยังสามารถแบ่งตามการมีพันธะคู่ของคาร์บอนอะตอมภายในกรดไขมันได้แก่
กรดไขมันอิ่มตัว (Saturated fatty acids) ซึ่งไม่มีพันธะคู่ระหว่าง
อะตอมของคาร์บอน ปกติพบได้ในไขมันจากสมองสัตว์หรือเครื่องในสัตว์
กรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated fatty acids) ซึ่งมีพันธะคู่ พบได้ในไขมันพืช
ส่วนไขมันในระบบน้ำเสียหรือท่อน้ำทิ้ง คือไขมันที่ผ่านการใช้งาน ซึ่งจัดอยู่ในรูปของเสีย และเป็นต้นเหตุของปัญหาที่มีต่อระบบนิเวศ แต่โครงสร้างของมันจะยังไม่เปลี่ยนแปลง คนส่วนใหญ่มักจะมองเห็นความสำคัญเมื่อของปัญหา เมื่อเวลาที่พวกมันก่อตัวเป้นของแข้งแล้ว นั่นคือปลายเหตุของไขมัน คือการยับยั้งการก่อตัวตลอดไปของไขมัน ด้วยการตัดข้อต่อเชื่อม ระหว่างสารประกอบ ที่เรียกว่าโมเรกุล เช่นตัวอย่างโมเรกุลไขมันดังภาพด้านล่างนี้….กล่าวคือH,O,C,จะเป็นอิสระตลอดไปทำงาน




กำจัดไขมัน-และไขมัน,ท่ออุดตันแก้ระบบท่อตัน,ท่อตัน,ล้างไขมัน เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.bciworld.net/

11
ความแตกต่างระหว่างส้วมเต็มกับส้วมอุดตัน

ลักษณะของส้วมเต็ม เมื่อราดน้ำ สิ่งขับถ่ายจะไม่ลง และต้องเทน้ำเยอะๆ ต้องราดหลายครั้งมันจึงจะลง ซึ่งต่างจากส้วมมีสิ่งอุดตัน ราดอย่างไรก็ไม่ลงและน้ำจะเอ่อเต็มส้วม พอทิ้งไว้สักพักน้ำก็จะค่อยๆแห้งหายไป
ส้วมเต็ม เรียกรถบริการมาดูดส้วมอย่างเดียวครับ..ไม่ต้องทำอย่างอื่น

ข้อสังเกตส้วมมีสิ่งอุดตันไหม?

การทิ้งช่วงใช้จะทำให้น้ำค่อยๆซึมลงหายไป เช่น พอทิ้งไว้สักพักหรือหนึ่งวันก็ราดลงแต่ทำได้แค่ครั้งเดียว ครั้งต่อไปน้ำไม่ลง นั่นหมายความว่า ในท่อส้วมมีสิ่งอุดตัน แนะนำลองใช้ยางปั๊มส้วมดูก่อนนะครับ

ใช้ยางปั๊มส้วมแล้วก็ไม่ดีขึ้น
ใช้ยางปั๊มส้วมแล้วไม่ได้ผล ก็ต้องลองใช้โซดาไฟ ที่จริงไม่อยากแนะนำให้ใช้เพราะมันเป็นเคมีและตัวมันเองอาจเป็นสาเหตุทำให้ท่อตันจากการละลายไม่หมดและจับตัวกันเป็นก้อน
แต่ส้วมที่ลาดไม่ลงแล้ว ทุกข์หนักวันนี้ของท่านจะเอาไปไว้ที่ไหน..ก็เลยจำเป็นต้องใช้

วิธีใช้โซดาไฟ
ปั๊มน้ำในโถส้วมให้เหลือน้อยที่สุด ให้แห้งเลยก็ได้ แล้วเทน้ำของโซดาไฟที่ละลายน้ำแล้วลงไป ทิ้งไว้สักพัก กดน้ำดู ถ้าโอเค! ก็จบ ขอให้โชคดี.

ถ้าไม่โอเค ก็ลองอีกสักรอบ ทำทั้งปั๊มและโซดาไฟ..และถ้าไม่ได้ผลจริงๆก็ต้อง…
ต้องเปิดบ่อส้วม ฐานส้วม ออกมาดูครับ เพื่อหาสิ่งอุดตัน ส่วนมากสิ่งอุดตันจะกองอยู่ในข้องอ ก็หาวิธีเอาออกเสีย (แนะนำให้เปิดที่บ่อส้วมก่อนหากสิ่งอุดตันอยู่ไม่ไกลจากบ่อส้วมก็อาจแก้ปัญหาได้)หน้านี้มีประโยชน์โปรดส่งต่อให้เพื่อนบ้านด้วยครับอย่างน้อยรู้ไว้ดีกว่าไม่รู้

บริการแก้ส้วมราดไม่ลง ส้วมตัน ที่ไหนดี?
หลายท่านโทรหาผมให้ผมแนะนำช่างให้ บางรายก็อยากให้ผมไปแก้ให้ ก็ต้องขออภัยที่ไม่อาจให้บริการได้นะครับ
ผมขอแนะนำหน่วยงานที่ให้บริการดังนี้ครับ ให้โทรติดต่อที่หน่วยงานเขตของท่านครับ เช่น เทศบาล อบต. เขาจะมีรถคอยให้บริการในราคาที่ไม่แพง ส่วนจะรับแก้หรือรื้อท่อส้วมไหม? ก็ต้องสอบถามกันเอาเอง
หากติดต่อหน่วยงานนั้นไม่ได้ ใช้บริการที่นี่เลยครับ อ้อ..ควรสอบถามราคาก่อนนะครับ..




วิธีแก้ปัญหา ส้วมเต็ม ส้วมราดไม่ลงเพราะมีสิ่งอุดตัน เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ http://www.bcithailand.net/

12
อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ยุงลายที่เป็นต้นเหตุและเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก/ชิคุนกุนยามาระบาดทั่วเมืองเป็นประจำทุกปีอยู่นี้ เป็นยุงชนิดที่ชอบอาศัยอยู่ใกล้ชิดกับคนมากที่สุด เพราะทั้ง แหล่งเพาะพันธุ์ และแหล่งหลบซ่อนเกาะพัก ของยุงลายนั้น ล้วนอยู่ตามบริเวณบ้านที่พักอาศัยของประชาชนนั่นเอง หากแต่ละครัวเรือนสามารถกำจัด ตัวยุงลายและตัวลูกน้ำ ได้ด้วยวิธีการง่าย ๆ ในทันทีได้แล้ว ก็เชื่อว่าความรุนแรงของโรคระบาดจะถูกยับยั้งจำกัดวงได้ในระยะเวลาอันสั้น
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้พัฒนาการใช้สารลดแรงตึงผิวกลุ่มสารซักล้างที่ชาวบ้านมีใช้ประจำทุกครัวเรือนและกาลักน้ำและนำมาใช้กำจัดลูกน้ำและยุงลายขึ้นโดยเฉพาะ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ครัวเรือนได้นำ วัสดุ/สารในครัวเรือน ที่มีในชีวิตประจำวันนี้มาใช้กำจัด ลด จำนวนยุงลายในครัวเรือนตนเองได้ในทันทีที่ถูกรบกวนอย่าง สะดวก ประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงต่อไป

สารลดแรงตึงผิว (กลุ่มสารซักล้าง)

ผลิตภัณฑ์ประจำครัวเรือนในชีวิตประจำวันที่รู้จักกันแพร่หลายที่สุดประเภทหนึ่ง (มากกว่าย่าฉีดยุง) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดและชำระล้างสิ่งสกปรกภายในครัวเรือนต่าง ๆ เช่น น้ำยาล้างจาน แชมพู สบู่เหลว ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีสารองค์ประกอบหลักเป็นสารลดแรงตึงผิวซึ่งประกอบด้วยโมเลกุล 2 ขั้วสำคัญ คือ ส่วนที่เป็น hydrophilic (polar segment) และ ส่วนที่เป็น hydrophobic (nonpolar segment) ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีคุณสมบัติในการจับเปียก และ ทำให้คราบไขมัน สกปรก หลุดออกจากพื้นผิววัสดุได้โดยง่าย และถ้าเปรียบยุง แมลง เป็นวัสดุขนาดเล็กๆ หากฉีดพ่นสารละลายนี้ไปถูกตัวแมลงแล้ว แมลงจะถูกจับเปียกและตายทันที หรือ บางตัวที่พยายามจะเดินหนี สารละลายที่เปียกทั้งตัวอยู่ โดยเฉพาะที่รูหายใจ (spiracle) ตามส่วนท้อง จะถูกดูดเข้าไปสู่ระบบหายใจ ซึ่งจะทำให้เยื่อเมือกในระบบท่อหายใจถูกสลายรวมกับสารละลาย ทำให้ระบบการหายใจสูญเสียสภาพการควบคุมการดูดซับอากาศและความชื้นที่ใช้ในการหายใจได้ ซึ่งจะทำให้แมลงขาดอากาศและตายในที่สุด

การเตรียมและใช้สารลดแรงตึงผิว (สารซักล้าง) กำจัดยุงด้วยกระบอกฉีดน้ำพรมผ้า

1. การฉีดพ่นกำจัดยุงลาย

1.1 การฉีดพ่นกำจัดยุงลายที่เกาะพักบริเวณแหล่งน้ำ หรือ บริเวณที่ชื้น เช่น ในห้องน้ำ หรือตามผนังภายในภาชนะ/วัสดุ ที่เก็บขังน้ำต่าง ๆ
การเตรียม เจือจางน้ำยาล้างจานกับน้ำเปล่าในอัตราส่วนผสมน้ำยาล้างจาน 1 ช้อนชาผสมกับน้ำ 1 ลิตร
การใช้ ฉีดพ่นต่อเนื่องไปที่กลุ่มยุง (direct spray) ที่เกาะพักตามมุมผนังในห้องน้ำหรือภาชนะ/วัสดุที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายจะเห็นว่า ยุงตกจมน้ำตายทันที

1.2 การฉีดพ่นกำจัดยุงลายที่พบเห็นเกาะพักเป็นกลุ่มตามซอกมุมบ้านหรือบริเวณกองผ้า ผ้าห้อยแขวนหรือบริเวณที่เก็บหมอนมุ้งใกล้ที่นอนหรือ ห้องนั่งเล่น
การเตรียม เจือจางน้ำยาล้างจานกับน้ำเปล่าในอัตราส่วนผสมน้ำยาล้างจาน 1 ส่วนผสมกับน้ำ 4 ส่วน สำหรับเริ่มทดลองใช้ครั้งแรกและหลังจากใช้ได้คล่องดีแล้วสามารถเจือจางลงได้ถึง 20 เท่าเมื่อใช้กับอุปกรณ์ฉีดพ่นขนาดใหญ่ขึ้น หรือใช้ฉีดซ้ำ ๆ ไปที่กลุ่มแมลงก็หวังผลกำจัดได้เช่นกัน
การใช้ ฉีดพ่นต่อเนื่องไปที่กลุ่มยุง (direct spray) ที่พบเห็นเกาะเป็นกลุ่มตามบริเวณต่าง ๆ ดังกล่าว

2. การกำจัดตัวโม่งและลูกน้ำยุงลาย

2.1 การกำจัดตัวโม่งและลูกน้ำยุงลายในภาชนะ/วัสดุ ขังน้ำขนาดเล็กเช่น จานรองกระถางต้นไม้ ยางรถยนต์ จานรองขาตู้กับข้าวและวัสดุเหลือใช้ที่ขังน้ำฝนรอบ ๆ บ้าน เป็นต้น
การเตรียม ใช้ผงซักฟอกทั่วไปโรยลงในแหล่งเพาะพันธุ์ต่าง ๆ โดยตรงในอัตราส่วน ผงซักฟอก 1 ช้อนโต๊ะ ต่อปริมาณความจุของน้ำในแหล่งเพาะพันธุ์ปริมาณ 2 ลิตร



กำจัดลูกน้ำ ยุงลายดื้อที่บ้านได้ง่าย ๆ เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.bciworld.net/

13
เคล็บลับการแก้ส้มตัน ส้วมเต็ม แบบง่ายๆ สารพัดปัญหาภายในบ้านเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำเอาหลายๆ คนปวดหัว หนึ่งในนั้นคงนี้ไม่พ้นปัญหา “ส้วมตัน” หรือ “ชัดโครกที่กดไม่ลง” แน่ๆ ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่เชียวล่ะ บางคนก็ต้องสาละวนอยู่กับการหาที่ดูดส้วมมาปั๊มสิ่งที่อุดตันอยู่ออกไป จะมีใครบ้างล่ะที่อยากรับหน้าที่นี้ เราจึงมีเคล็บลับการแก้ส้มตันแบบง่ายๆ ที่ใช้เพียงน้ำยาล้างจานเท่านั้นมาฝากกัน

ใช้ลูกยางปั๊ม วิธีนี้เป็นวิธีแรกที่เมื่อชักโครกตัน จะเป็นสิ่งที่นิยมมากที่สุด เพราะเกือบทุกบ้านน่าจะมีติดบ้านไว้อยู่แล้ว เนื่องจากการหาซื้อลูกยางปั๊มสามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป ลักษณะของลูกยางปั๊ม จะเป็นหัวยางๆกลมๆ บานๆ มีด้ามต่อขึ้นมา วิธีการใช้ลูกยางปั๊ม ให้ปั๊มลงไปที่ชักโครกและกดลงให้เป็นจังหวะ ขึ้นลง ไปเรื่อยๆจนกว่าน้ำในชักโครกจะค่อยๆลดลง หลังจากนั้นก็ทำความสะอาดส้วม ในส่วนวิธีนี้จะเลอะและสกปรกมากกว่าวิธีอื่น เพราะเวลากดที่ปั๊มลง ลูกยางจะดันสิ่งที่อุดตันให้ไหลออกไปจากส้วม

น้ำยาล้างจาน หากใครไม่เคยรู้จักวิธีนี้ มาดูกันว่า ใช้น้ำยาล้างจานแก้ไขปัญหา_ชักโครกตัน_นั้นได้ผลหรือไม่ อุปกรณ์ที่ต้องใช้คือ น้ำยาล้างจาน โดยที่เทน้ำยาล้างจานลงไปในชักโครก น้ำยาล้างจานจะทิ้งตัวลงไปด้านล่างเลย จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที น้ำยาล้างจานจะทำให้สิ่งอุดตันมันลื่นขึ้นและหลุดออกไปได้ง่าย แล้วเทน้ำร้อนตามลงไปจากนั้นสิ่งที่อุดตันก็จะไหลลงไป แล้วก็กดชักโครกเพื่อให้ลงไป เป็นวิธีที่ง่ายแต่ไม่ต้องลงทุนอะไรเพราะเป็นสิ่งที่ในบ้านนั้นมีอยู่แล้ว

ใช้งูเหล็ก สามารถซื้องูเหล็กตามร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไปหรือในอินเตอร์เน็ตก็สามารถซื้อออนไลน์ได้ ลักษณะของงูเหล็ก จะเป็นโลหะเส้นยาวๆ และมีด้ามจับ วิธีใช้ ให้เอาสายโลหะนี้ลงไปในชักโครกให้เข้าไปลึกที่สุด จากนั้นก็หมุนด้ามจับ ช่วยให้สายโลหะปัดสิ่งที่อุดตันออกไปจากท่อ วิธีนี้ก็สามารถกำจัดสิ่งอุดตันไปได้

โซดาไฟ หลายๆคนก็จะทราบว่าโซดาไฟจะทำให้ขจัดสิ่งที่อุดตันในชักโครก ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยม แต่ก่อนอื่น โซดาไฟจะมีฤทธิ์ที่กัดกร่อน โซฟาไฟค่อนข้างอันตราย ควรที่จะใส่อุปกรณ์รัดกุม ไม่ว่าจะเป็น ถุงมือ แว่นตา ผ้าปิดจมูก วิธีใช้คือ ควรเอาโซดาไฟมาทุบให้เป็นก้อนเล็กๆ แล้วเอาโซดาไฟปผสมกับน้ำอุ่น นำไปราดลงในชักโครก (ควรค่อยๆเทเพราะว่าจะมีควันพุ่งออกมา จึงจำเป็นต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันตัว) พอเทลงไปแล้ว สิ่งอุดตันก็จะหลุดออกไป การใช้โซดาไฟสามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บางทีอาจทำให้ท่อหลุดจากกันหรือระเบิดก็ได้ สามารถหาซื้อโซดาไฟได้ที่ร้านขายวัสดุก่อสร้าง

1. หากชักโครกคุณเกิดตันขึ้นมา ให้ลองเทน้ำยาล้างจานลงไปในชักโครกที่ตันประมาณหนึ่ง ซึ่งน้ำยาล้างจานจะหนักกว่าน้ำ มันจะทิ้งตัวลงสู่ด้านล่างทันที

2. เมื่อเทน้ำยาล้างจานลงไปแล้ว ให้ทิ้งมันไว้ซักประมาณ 20-30 นาที น้ำยาล้างจานจะค่อยๆ ไหลซึมไปกับสิ่งที่อุดตันอยูาภายใน ทำให้สิ่งอุดตันลื่นมากขึ้น และจะหลุดออกไปง่าย

3. เสร็จแล้วให้เทน้ำร้อนลงไปหนึ่งกระบอก น้ำยาล้างจานและสิ่งที่อุดตันที่ติดอยู่จะหลุดออกไปด้านล่าง ซึ่งชักโครกของคุณก็จะหายตัน สุดท้ายเพียงกดชักโครกลงไปเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ง่ายใช่มั้ยล่ะ!





เคล็บลับการแก้ส้มตัน ส้วมเต็ม แบบง่ายๆ เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ http://www.bcithailand.net/

14
หากกำลังประสบปัญหาท่อน้ำตัน อย่าเพิ่งกริ๊งกร๊างไปหาช่างซ่อม เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีแก้ปัญหาท่อน้ำตันง่าย ๆ มาบอกต่อ โดยวิธีแก้ไขท่อน้ำตันด้วยตัวเองและของใช้ในบ้าน เช่น น้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา โซดาไฟ และของอื่น ๆ อีกมากมายที่อยู่ใกล้มือ อยากรู้ว่าท่อน้ำตันทำอย่างไร ? ก็ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยจาก 12 วิธีแก้ไขปัญหาท่อน้ำตัน

1. ที่ปั๊มส้วมช่วยได้ในเบื้องต้น
วิธีการแก้ไขเบื้องต้นปัญหาท่อน้ำอุดตันนั่นก็คือ การใช้ที่ปั๊มส้วม แต่จะให้ดีต้องปั๊มด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยการครอบที่ปั๊มลงไปที่ปากท่อ นำผ้าเปียกมาคลุมไว้รอบ ๆ ที่ปั๊มแล้วทำการปั๊มขึ้น-ลงประมาณ 6-10 ครั้ง เพื่อดึงเอาสิ่งที่อุดตันอยู่ในท่อขึ้นมา

2. น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดา
หากเกิดปัญหาท่อน้ำอุดตันแนะนำให้เทเบกกิ้งโซดาประมาณ ½ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วเทน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวงตามลงไปและทิ้งไว้สักพัก จากนั้นให้ราดน้ำร้อนลงไปในท่อซ้ำอีกครั้ง

3. เบกกิ้งโซดาและเกลือ
วิธีนี้คล้ายกับวิธีที่ 2 แต่เปลี่ยนจากน้ำส้มสายชูเป็นเกลือ โดยเทเบกกิ้งโซดาประมาณ 1 ถ้วยตวงและเกลือ ½ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วปล่อยทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นเทน้ำร้อนลงไปในท่ออีก 2 ถ้วยตวง

4. ไม้แขวนเสื้อใช้ทะลวงท่อ
หากเราสามารถมองเห็นเศษขยะที่อุดตันอยู่ในท่อได้ ให้นำไม้แขวนเสื้อมาคลายออกให้เป็นลวดยาว ๆ งอปลายขึ้นเล็กน้อยเพื่อทำเป็นหัวตะขอเกี่ยว จากนั้นนำลวดด้านที่มีหัวเกี่ยวหย่อนลงไปในท่อเพื่อเกี่ยวเศษขยะที่อุดตันท่อขึ้นมา

5. เครื่องดูดฝุ่น ดูดหมดทุกสิ่งอุดตัน
ถ้าที่บ้านมีเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถใช้ทำงานได้ทั้งพื้นที่เปียกและพื้นที่แห้ง แนะนำให้เปิดระบบการทำงานเครื่องดูดฝุ่นให้เป็นแบบเปียก จากนั้นเปิดน้ำหล่อท่อเอาไว้แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นจ่อลงไปที่ปากท่อ แล้วดูดสิ่งอุดตันท่อออกมาให้หมด

6. โซดาไฟ กัดคราบสกปรกให้หลุดออกจากท่อน้ำ
วิธีนี้ควรใช้แก้ปัญหาส้วมอุดตันเท่านั้นและควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกันด้วย ได้แก่ ถุงมือยาง แว่นป้องกันสายตา และหน้ากากอนามัย แล้วก็ลงมือผสมโดยการเทน้ำเย็นลงในถังประมาณ ¾ แกลลอน ตามด้วยโซดาไฟอีก 3 ถ้วยตวง ใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน เมื่อเกิดฟองฟู่และไอร้อนก็รีบเทลงในชักโครก ทิ้งไว้ 20-30 นาที แล้วค่อยเทน้ำต้มเดือดราดลงไป

7. น้ำยาล้างจาน ล้างคราบไขมันให้หายเกลี้ยง
แม้การใช้น้ำยาล้างจานอาจจะดูเป็นวิธีที่ค่อนข้างเบาแต่กลับได้ผลเกินคาด โดยเทน้ำยาล้างจานลงไปในท่อประมาณ ¼ ถ้วยตวง แล้วตามด้วยน้ำต้มเดือด น้ำยาล้างจานจะลงไปกัดคราบไขมันให้หลุดออกจากท่อ แต่ถ้าจะให้ดีแนะนำให้สวมถุงมือยาง แล้วล้วงมือลงไปดึงเศษขยะที่ติดอยู่ออกมา ก็จะช่วยแก้ปัญหาท่ออุดตันได้ดีกว่า

8. ถอดท่อน้ำออกมาทำความสะอาด
หากท่อน้ำทิ้งที่อ่างล้างหน้าหรืออ่างล้างจานเกิดอุดตันแบบขั้นหนัก แนะนำให้ถอดท่อน้ำออกมาทำความสะอาดเลยจะดีกว่า ก่อนอื่นปิดวาล์วน้ำให้น้ำหยุดไหล แล้วนำถาดมารองไว้ใต้ท่อน้ำด้านล่าง จากนั้นค่อย ๆ ถอดท่อน้ำข้อต่อระหว่างอ่างกับผนังออกมาทีละส่วน แล้วใช้แปรงสีฟันขัดถูทำความสะอาดสิ่งอุดตันออกให้หมด จากนั้นนำที่ปิดน้ำตรงปากท่อน้ำทิ้งออกมาทำความสะอาด แล้วจัดการต่อท่อกลับไปให้เหมือนเดิม






กำจัดไขมัน ท่อน้ำตันทำอย่างไร ? มาดูวิธีแก้ปัญหาท่อน้ำตันง่าย ๆ ไม่ต้องเรียกช่าง เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ http://www.bcithailand.net/

15
“ไขมัน”อุดตันท่อระบายน้ำเหตุจัดการผิดวิธี
ทันทีที่เปิดฝาท่อระบายน้ำ พบ ไขมัน ลักษณะแข็งหนา ไม่ต่างจากหินปูน ลอยตัวจับกันเป็นก้อน สะสมในท่อระบายน้ำ จนน้ำไม่สามารถระบายได้ เจ้าหน้าที่จึงใช้จอบตักขึ้นมา หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่หมด ทำให้ต้องลงไปในท่อ แล้วใช้ตะกร้าช้อนขึ้นมา แต่น้ำยังไม่ระบาย ต้องใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ลูกลาก สอดเข้าไปจากท่อนี้ เพื่อให้โผล่ไปยังอีกท่อ ใช้แรงดึงด้วยกำลัง 4 คน ลูกลากถึงผ่านออกมาได้ พร้อมกับก้อนไขมัน ส่งผลให้น้ำในท่อไหลได้ช้าๆ และลดลงเรื่อยๆ

ท่อระบายน้ำนี้อยู่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 23 แม้เจ้าหน้าที่กรุงกรุงเทพมหานคร จะเคยขุดลอกมาแล้วเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา แต่ยังกังวลว่า หากผู้ประกอบการยังไม่ดักไขมัน เมื่อฝนตกหนัก อาจจะทำให้น้ำในท่อไม่สามารถระบายได้ สอดคล้องกับคำบอกเล่าของประชาชนว่า ช่วงฝนตกหนักติดต่อกัน 2-3 ชั่วโมง น้ำจะท่วมขังผิวถนน

จากข้อมูลกองจัดการขยะของเสียอันตรายและสิ่งปฏิกูล สำนักวิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร พบว่า แหล่งที่มาของการเกิดไขมัน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 50 เขต มีทั้งหมด 15,473 แห่ง เกินกว่าครึ่ง เป็นร้านอาหาร นั่นหมายความว่า หากร้านอาหารเหล่านี้ ไม่มีวิธีการกำจัดไขมัน ตั้งแต่เริ่มต้น สิ่งที่ตามมาจะก่อให้เกิดปัญหามากกว่าน้ำท่วมได้

ไขมันเหล่านี้จะนำไปเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ โดยกรุงเทพมหานครมีโรงงานกำจัดไขมัน โดยเฉพาะ 2 แห่ง รองรับไขมันได้ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่พบมีไขมันเข้ามาในโรงงานเฉลี่ย 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวันเท่านั้น เนื่องจากผู้ประกอบการบางส่วน อาจจะจัดการไขมันเหล่านี้เอง หรือใช้บริการบริษัทเอกชน แต่หากไม่บำรุงรักษาบ่อดักไขมัน อาจจะทำให้ไขมันปะปนออกมาพร้อมกับน้ำทิ้งได้




กำจัดไขมัน “ไขมัน”อุดตันท่อระบายน้ำเหตุจัดการผิดวิธี  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ http://www.bcithailand.net/

หน้า: [1] 2 3 4