แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 11
1
ลองหม้อนี้พี่จะไม่มีผิดหวัง ! พบกับเมนูซี่โครงหมูต้มน้ำปลา สูตรอาหารไทย แปลงร่างจากสูตรไก่ต้มน้ำปลาสุดฮอต ไม่ต้องมีน้ำจิ้มก็อร่อย

ใครจะไปรู้ว่า เมนูซี่โครงหมู จะแปลงร่างเอามาทำเมนูต้มน้ำปลาได้อร่อยเพียงนี้ ขอนำเสนอวิธีทำซี่โครงหมูต้มน้ำปลา ดัดแปลงมาจากเมนูไก่ต้มน้ำปลา สูตรนี้ใช้กระดูกหมูอ่อนตุ๋นกับน้ำซุปเค็มหวานหอมเครื่องสมุนไพร ทำหม้อโตแบ่งไว้กินได้หลายมื้อเลยค่ะ

เมนูชวนอร่อยวันหยุดกับ “ซี่โครงกระดูกอ่อนต้มน้ำปลา” ทำง้ายง่าย หอมอร่อยกรุบกริบ แค่มีหม้อใบเดียวก็ทำได้ !

วันหยุดสัปดาห์นี้อากาศดี๊ดี เลยอยากชวนทำเมนูสุดโปรดที่บอกเลยว่าทำง่ายมาก ๆ และอร่อยด้วยโดยเฉพาะคนที่ชอบกินเนื้อติดกระดูกนั่นคือเมนู “ซี่โครงกระดูกอ่อนต้มน้ำปลา” รสชาติอร่อยเข้มข้น กระดูกอ่อนต้มจนเปื่อยเคี้ยวเพลินกับน้ำซุปแบบหอมหวานเค็ม ยิ่งถ้าได้กินคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ยิ่งฟินเลยจ้า ! จริง ๆ เมนูนี้ดัดแปลงมาจากไก่ต้มน้ำปลา แต่เราเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นกระดูกหมูแทน หากใครสะดวกจะใช้ไก่ต้มมาแทนก็อร่อยได้เหมือนกันนะ เตรียมหม้อเตรียมเตาให้พร้อม ใครไม่มีเตาก็ใช้หม้อหุงข้าวแทนได้เลยจ้า

ส่วนผสม ซี่โครงหมูต้มน้ำปลา

◆ เนื้อซี่โครงกระดูกอ่อน
◆ ข่า
◆ ตะไคร้
◆ ใบมะกรูด
◆ กระเทียม
◆ ผ้าขาวบางสำหรับห่อเครื่องเทศ
◆ น้ำปลา




อาหารไทย ซี่โครงหมูต้มน้ำปลา เมนูหมูต้มร้อน ๆ หอม ๆ ซดน้ำอย่างฟิน  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

2
การดูแลลูกแมวเกิดใหม่ที่กำพร้าอาจจะทำให้คุณรู้สึกสุขใจอยู่บ้าง แต่ก็เป็นสิ่งที่ท้าทายในขณะเดียวกัน มนุษย์นั้นไม่ใช่ผู้ที่จะมาแทนที่แม่แมวได้ดีเลย และการดูแลป้อนนมลูกแมวนั้นเป็นงานที่ต้องทำตลอดเวลา แม้แม่แมวจะสุขภาพไม่ดีและไม่สามารถที่จะดูแลลูกแมวได้ หรือมันได้ทอดทิ้งลูกแมวไป ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ลูกแมวต้องได้รับการดูแลจนกระทั่งมันเติบโต ให้ลองติดต่อไปที่ศูนย์ดูแลสัตว์ท้องถิ่นหรือสัตว์แพทย์เพื่อหาแมวตัวอื่นที่จะมาเป็นแม่แมวแทนได้ แมวบางตัวจะยอมรับลูกแมวกำพร้า และจะให้นมและเลียขนทำความสะอาดพวกมันด้วย นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้เพื่อให้แน่ใจว่าลูกแมวจะมีชีวิตรอด แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ คุณจะต้องสร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการดูแลลูกแมวและเรียนรู้ที่จะดูแลป้อนนมให้ลูกแมวที่มีอายุน้อยกว่า 3 สัปดาห์อย่างถูกต้อง


 
ส่วน
1. สร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการดูแลลูกแมว


1. เรียนรู้วิธีการจับแมว. หมั่นล้างมือเสมอก่อนและหลังจับลูกแมว เพราะว่าลูกแมวอาจจะมีพาหะนำโรคบางอย่าง และพวกมันอาจจะอ่อนแอกับแบคทีเรียหรือเชื้อโรคที่อยู่บนมือของคุณ เมื่อคุณอุ้มลูกแมว ให้อุ้มมันด้วยความระมัดระวัง ตรวจดูเสมอว่าพวกมันรู้สึกอุ่นโดยดูที่อุ้งเท้าของมันว่าเย็นหรือไม่ ถ้าลูกแมวเป็นหวัด พวกมันอาจจะร้องงอแง
ถ้าคุณมีสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ ขอให้แน่ใจว่าได้แยกมันออกจากลูกแมวกำพร้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ อย่าให้พวกมันใช้กระบะขับถ่าย ถ้วยอาหารหรือน้ำ ร่วมกัน เพราะมันสามารถแพร่อาการเจ็บป่วยได้


2. ทำให้มันอบอุ่น. ลูกแมวแรกเกิด (อายุน้อยกว่า 2 สัปดาห์) ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิร่างกายของมันได้และโดยปกติแล้วจะต้องนอนอิงแอบซุกแม่แมวเพื่อทำให้ตัวเองอุ่น เพราะว่าลูกแมวกำพร้าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ให้หาแผ่นให้ความร้อนที่ออกแบบมาสำหรับลูกสุนัขและลูกแมว ให้ลูกแมวนอนบนแผ่นให้ความร้อน ต้องแน่ใจว่าอย่าให้ลูกแมวนอนที่แผ่นนั้นโดยตรง จะต้องมีผ้าขนสัตว์ปูคลุมไว้ก่อน ถ้าเกิดว่าไม่มีผ้าขนสัตว์ ให้ใช้ผ้าเช็ดตัวพันรอบแผ่นให้ความร้อนแทน
ลูกแมวไม่ควรนอนที่แผ่นให้ความร้อนโดยตรง เพราะว่ามันอาจจะโดนความร้อนเผาหรือมันอาจจะรู้สึกร้อนเกินไป
คุณสามารถใช้ผ้าเช็ดตัวพันรอบกระติกน้ำร้อนแทนก็ได้ แต่ให้ตรวจดูบ่อยๆ ว่ามันยังอุ่นอยู่ (ประมาณ 37 องศาเซลเซียส)



การ ดูแล สัตว์เลี้ยง ลูกแมวกำพร้าที่มีอายุน้อยกว่า 3 สัปดาห์ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/animal/

3
หากแมวที่บ้านมีลูกแมวซึ่งคุณวางแผนจะส่งไปเลี้ยงที่อื่น หรือถ้าคุณเองคิดจะเริ่มเลี้ยงลูกแมว คุณคงต้องเข้ามาดูเพื่อความมั่นใจว่าทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าตัวลูกแมว แม่แมว เจ้าของใหม่ และตัวคุณเอง ทุกฝ่ายล้วนมีความสุข สิ่งสำคัญที่สุดคือการรอจนกว่าลูกแมวจะโตพอ ส่วนใหญ่จะเลือกที่อายุ 12-13 สัปดาห์ ถ้าทำเช่นนั้น แม่แมวมักจะปรับตัวต่อการถูกแยกกับลูกน้อยได้เร็ว ในทางตรงข้าม ลูกแมวนั้นอาจจะต้องการเวลานานกว่า เพื่อที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงของลูกแมวแต่ละตัวเป็นไปอย่างราบรื่นเท่าที่จะทำได้ คุณจำต้องเตรียมตัวลูกแมวไว้ล่วงหน้า ให้แน่ใจว่ามันหย่านมแล้ว ค่อยๆ แนะนำให้มันได้คุ้นเคยกับบ้านใหม่ และเพิ่มความทะนุถนอมถ้าต้องนำมันเข้ามาในบ้านที่มีแมวเจ้าบ้านอยู่ก่อนแล้ว


เตรียมตัวลูกแมวไว้สำหรับการแยกบ้าน


1. คาดการณ์ว่าจะแยกลูกแมวออกจากแม่ตอนที่พวกมันมีอายุราว 12 สัปดาห์. ลูกแมวส่วนใหญ่จะเริ่มหย่านมใน 8-10 สัปดาห์ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำให้ทิ้งลูกแมวอยู่ร่วมกับพี่น้องร่วมกรงของมันไปก่อนจนกระทั่ง 12-13 สัปดาห์ เพื่อมันจะได้รู้จักการเข้าสังคมกับแมวตัวอื่นๆ การปรับตัวเข้าสังคมเป็นกระบวนการที่ลูกแมวจะได้สำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวและยอมรับในสิ่งที่มันเห็นว่าปกติ ลูกแมวที่เข้าสังคมได้ดีจะกล้า มีความมั่นใจและเป็นมิตร ในทางตรงข้าม การแยกลูกแมวออกจากแม่เร็วเกินไปจะทำให้ลูกแมวยังเรียนรู้อะไรไม่เต็มที่และมีนิสัยก้าวร้าว
ลูกแมวจะเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่อายุประมาณ 3 สัปดาห์และยังคงซึมซับประสบการณ์จนกระทั่งอายุ 12-14 สัปดาห์ที่ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสิ่งที่ไม่คุ้นเคยเริ่มหายไป
ความหมายของเรื่องนี้ก็คือลูกแมวจะได้ประโยชน์มากกับการเรียนรู้จากแม่จนกระทั่งอายุ 12 สัปดาห์ อย่างไรก็ดี ถ้าหากการย้ายไปบ้านใหม่ถูกเลื่อนช้าออกไปมาก ลูกแมวมักจะเริ่มรู้สึกหวาดกลัวและแอบซ่อนจากเจ้าของใหม่


2. ให้แน่ใจว่าลูกแมวได้เรียนรู้การใช้กระบะทรายแมวเป็นก่อนจะย้ายให้ห่างจากแม่. ลูกแมวเรียนรู้การใช้กระบะทรายแมวในอัตราความเร็วที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะใช้เป็นในตอน 12 สัปดาห์ ให้แน่ใจว่าลูกแมวได้เรียนรู้ทักษะสำคัญนี้จากแม่ก่อนจะนำไปเลี้ยงที่ใหม่


การ แยกลูกแมวจากแม่แมวเพื่อมาเลี้ยงในบ้านใหม่  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/แมว/

4
เพื่อนๆ ที่เลี้ยงปลาทองหลายๆ คน จะมีคำถามเข้ามาถามที่เพจ ปลาสวยงาม บ้านโป่ง ราชบุรี อยู่บ่อยๆ ว่าทำไมปลาทองที่ไปซื้อมาเลี้ยง อยู่ได้ไม่นานก็มีอาการเจ็บป่วยแล้วก็ตายไป ไม่เห็นเหมือนกับตอนที่ปลาทองอยู่ที่ร้านขายปลา หรือฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาทองเลย สาเหตุนั้นมีด้วยกันหลายประการ แต่วันนี้พวกเราขอนำเสนอบทความเรื่อง การเตรียมน้ำเพื่อเลี้ยงปลาทองที่ซื้อมาใหม่ ให้เพื่อนๆ ได้เรียนรู้ไปด้วยกันนะครับ

 1.การเตรียมน้ำในภาชนะที่ใช้เลี้ยง (ตู้ปลา,อ่าง,บ่อเลี้ยง) ก่อนที่จะเริ่มเลี้ยงปลาทอง

 เริ่มต้นจากน้ำที่เราจะเอามาเลี้ยง ถ้าเป็นน้ำประปาเพื่อนๆ จะต้องเอามาพักน้ำไว้ก่อนประมาณ 2-3 วัน เพื่อให้คลอรีนสลาย หรือต้องผ่านการกรองคลอรีนเพื่อสลายคลอรีนมาแล้ว ถ้าจำเป็นจะต้องใช้น้ำตามธรรมชาติเช่น น้ำบาดาล น้ำจากแม่น้ำ คลอง บึง หรือบ่อน้ำ ควรผ่านการกรองสิ่งสกปรกออกให้หมดก่อนนำน้ำมาใช้ แต่ไม่แนะนำถ้าไม่จำเป็นจริงๆเพราะเสี่ยงต่อจุลินทรีย์ที่ปะปนมากับน้ำ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อปลาทองได้

 2.การปรับอุณหภูมิน้ำและค่า PH ของน้ำในถุงปลาที่ซื้อมาจากร้าน กับน้ำที่เตรียมไว้ในภาชนะ (ตู้ปลา,อ่าง,บ่อเลี้ยง) ที่บ้าน

 เริ่มจากเอาถุงปลาทองที่ซื้อมาใหม่ มาล้างถุงและก้นถุงให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าก่อน จากนั้นให้แช่ถุงปลาลงไปในอ่างหรือตู้ที่เตรียมไว้เลี้ยงปลาทั้งถุง ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที (ถ้าเป็นหน้าหนาว ให้นานกว่านี้หน่อย เพื่อให้อุณหภูมิของน้ำในถุงปลากับอุณหภูมิของน้ำในอ่างหรือตู้เท่ากัน) เมื่อปลาทองปรับสภาพได้แล้ว ให้เปิดปากถุงกว้างๆ และลอยถุงปลาทองต่อไปอีกประมาณ 5-10 นาที พร้อมกับใส่หัวอ๊อกฯ ในถุงปลาทองด้วย ถ้าเป็นการซื้อปลาใหม่จากร้านใกล้ๆ ไม่ใช้เวลาในการเดินทางนานมาก ให้ตักน้ำในอ่างหรือตู้ที่ลอยถุงปลาทองอยู่ ใส่ลงไปในถุงปลาทองทีละน้อยให้ปลาได้ปรับสภาพกับน้ำใหม่ที่เตรียมไว้ จากนั้นค่อยๆ เอียงถุงปลาปล่อยปลาลงน้ำ ที่เตรียมไว้ แต่ถ้าซื้อปลาใหม่มาจากที่ไกลใช้เวลาในการเดินทางนานมาก ให้ใช้มือจับเฉพาะตัวปลาลงไปในอ่าง (ในกรณีที่ซื้อปลามาจากที่ไกลๆ ที่ไม่เทน้ำในถุงลงไปในอ่างด้วย เพราะน้ำในถุงมีเมือกปลาที่ขับเมือกในขณะเดินทาง หรืออาจมียารักษาที่ทางร้านหรือฟาร์มใส่มาในถุง การจับปลาในถุงลงในตู้หรืออ่างปลา ควรล้างมือให้สะอาดก่อน และแช่มือลงน้ำในตู้หรืออ่างปลาซักครู่ พอให้มือมีอุณหภูมิใกล้เคียงกัน ก่อนจะจับปลาในถุงลงมาในอ่างนะครับ) จากนั้นแล้ว ก็ใส่เกลือลงไปสักหน่อย ให้ปลาสดชื่น และช่วยลดความเครียดให้ปลา โดยใส่เกลือ 0.3 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร (ถ้าหน้าหนาวอาจจะปรับเปลี่ยนวิธีได้นะครับ)

ที่สำคัญที่สุดควรจะงดให้อาหารปลาทองใหม่ประมาณ 1-2 วัน ห้ามให้อาหารเด็ดขาด เพราะว่าการอดอาหารก็เพื่อให้ปลาทองได้พักผ่อน จากการเดินทางไกล จากการปรับตัวกับสภาพน้ำและสถานที่ใหม่ ให้ปลาแข็งแรงก่อนค่อยให้อาหาร และ การซื้อปลาทองมาใหม่ ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรนำปลาทองที่ซื้อมาใหม่ไปเลี้ยงรวมกับปลาทองเก่าในทันที ควรเลี้ยงกักไว้ในบ่อพักหรืออ่างใหม่ เพื่อป้องกันการตายและเป็นการป้องกันการติดเชื้อโรคจากปลาใหม่ ให้สังเกตดูปลาทองที่ซื้อมาใหม่ที่กักไว้ด้วยว่ามีอาการผิดปกติ มีอาการปลาซึมๆ มีรอยแดง มีสิ่งแปลกปลอมเกาะติดมากับตัวปลาด้วยหรือป่าว หรือเป็นโรคอะไรไหม ถ้ามีให้รักษาตามอาการให้หายและให้ปลาแข็งแรงก่อน ถึงจะให้อาหาร และนำปลาทองใหม่ไปรวมกับปลาทองเก่าได้




การเตรียมน้ำสำหรับเลี้ยงปลาทอง และวิธีการลง ปลาทอง ที่ซื้อมาเลี้ยงใหม่ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/รู้ก่อนคิดเลี้ยงปลาทอง/

5
เมนูปลา ที่ขายทั่วไปโดยเฉพาะปลาทอด แม้จะอร่อยแต่กินบ่อยคงไม่ดีแน่นอน ลองเปลี่ยนมาทำเมนูปลาแบบคลีน ๆ เพื่อสุขภาพกันดีไหม ขอนำเสนอวิธีทำอาหารคลีนเมนูปลา เช่น ปลาดอรี่นึ่งมะนาว ปลาเก๋าลวกจิ้ม ทอดมันปลาดอรี่ ปลานิลย่าง เป็นต้น เอาล่ะ… ไปจองครัวกันเลยจ้า

1. ปลาดอรี่ซอสโหระพา

เริ่มกันที่อาหารคลีนเมนูปลาแบบอิ่มเบาท้องนั่นคือ ปลาดอรี่ซอสโหระพา จับปลาไปย่างด้วยน้ำมันเพียงเล็กน้อยจนสุก ราดด้วยซอสโหระพากลิ่นหอม แกล้มกับผักสลัด

ส่วนผสม ปลาดอรี่ซอสโหระพา

• เนื้อปลาดอรี่ (ล้างสะอาด ซับน้ำให้แห้ง)
• น้ำมันพืช หรือน้ำมันมะกอกเล็กน้อยสำหรับทากระทะ (ไม่ใส่เลยก็ได้)
• ใบโหระพา
• น้ำต้มสุก
• น้ำเลมอน
• น้ำผึ้ง
• เปลือกเลมอนขูด
• ผักสลัด
• เลมอนสไลซ์ (ตกแต่ง)
• มะเขือเทศ (ตกแต่ง)

วิธีทำปลาดอรี่ซอสโหระพา

1. ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อยแค่พอเคลือบกระทะ ใส่เนื้อปลาดอรี่ลงไปกริลล์ในกระทะจนสุกเหลืองสวยทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้
2. สับใบโหระพาให้ละเอียด ใส่ลงในอ่างผสม ตามด้วยน้ำต้มสุก น้ำเลมอน น้ำผึ้ง และเปลือกเลมอนขูด คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เตรียมไว้
3. หั่นปลาดอรี่ทอดเป็นชิ้น ๆ พอดีคำ จัดเนื้อปลาใส่จาน ตามด้วยผักสลัด ราดซอสโหระพาที่เตรียมไว้ลงไป แต่งด้วยเลมอนสไลซ์และมะเขือเทศ พร้อมเสิร์ฟ


สูตร อาหารคลีน เมนูปลา อาหารเย็นแคลอรีต่ำอิ่มท้องได้สุขภาพ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://thetastefood.com/อาหารคลีน/

6
น่ากินเกินห้ามใจ ! เมนูดอกกะหล่ำ เสกอาหารเพื่อสุขภาพไม่น่าเบื่อ ทำเป็นอาหารจานเดียว หรืออาหารว่างก็อร่อย แค่เมนูเดียวคงไม่พอ

ดอกกะหล่ำทำอาหารอะไรได้บ้าง ? ถ้าเบื่อ ๆ กับเมนูผัดดอกกะหล่ำหรือแกงส้มกะหล่ำดอก ลองเปลี่ยนมาทำดอกกะหล่ำ อาหารสุขภาพแบบอื่น ๆ กันดีไหม ขอนำเสนอวิธีทำเมนูสุขภาพจากดอกกะหล่ำ มีทั้งอาหารจานเดียว เมนูกับข้าว และอาหารว่าง อร่อยฟินทุกจานบอกเลย

1. ข้าวผัดดอกกะหล่ำ

ตื่นเช้ามาขอจัดหนักกับข้าวผัดดอกกะหล่ำ สูตรใช้ดอกกะหล่ำแทนข้าว เพิ่มโปรตีนจากไข่และวิตามินจากผัก ผัดกับน้ำมันงา อูย… น่ากินจังเลย

ส่วนผสม ข้าวผัดดอกกะหล่ำ

​​ ◆ ​น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ + 1 ช้อนชา
​​ ◆ ​ไข่ไก่ 2 ฟอง
​​ ◆ ​ดอกกะหล่ำ 1 หัวเล็ก
​​ ◆ ​ผักแช่แข็ง 1/2 ถ้วย
​​ ◆ ​ต้นหอมซอย 2 ต้น
​​ ◆ ​กระเทียมสับ 3 กลีบ
​​ ◆ ​เกลือป่น
​​ ◆ ​พริกไทย
​​ ◆ ​ทามาริ หรือซอสถั่วเหลือง 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำข้าวผัดดอกกะหล่ำ

1. ตอกไข่ใส่ชามผสม เติมน้ำมันงา 1 ช้อนชา ตีผสมจนเข้ากัน เตรียมไว้
2. หั่นดอกกะหล่ำเป็นชิ้นเล็ก เอาไปปั่นจนละเอียด หรือใช้ตะแกรงขูดดอกกะหล่ำจนละเอียด แบ่งออกมาประมาณ 4 ถ้วย ส่วนที่เหลือเก็บไว้ใช้ทำอาหารอย่างอื่นได้
3. ตั้งกระทะใช้ไฟแรง ใส่น้ำมันงาที่เหลือลงไป 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ดอกกะหล่ำบด ต้นหอม และผักแช่แข็ง ผัดประมาณ 3-4 นาที เติมกระเทียมสับ ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ผัดต่อประมาณ 30 วินาที เกลี่ยส่วนผสมออกให้เป็นหลุมตรงกลาง เทไข่ลงไป พอไข่เริ่มสุกค่อยเอาส่วนผสมลงมาผัดพอเข้ากัน ปรุงรสด้วยทามาริ เกลือ และพริกไทย ตักใส่จาน


เมนู อาหารเพื่อสุขภาพ จากดอกกะหล่ำ สร้างสรรค์เมนูผักอร่อยล้ำดีต่อใจ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://thetastefood.com/อาหารเพื่อสุขภาพ/

7
ถ้าพูดถึงเรื่องของการ ทำความสะอาดบ้าน เราเชื่อว่าหลายๆ บ้านคงประสบกับปัญหาเดียวกันคือ ไม่ค่อยมีเวลาที่จะทำความสะอาดบ้านเพราะด้วยเวลาที่จำกัดในแต่ละวัน

ทำงานกลับบ้านมาก็ค่ำ หมดวันไปแล้ว หรือถ้าจะมาดูแลทำความสะอาดในวันหยุด ก็สุดแสนจะขี้เกียจ เพราะการทำงานบ้านในแต่ละครั้งต้องใช้เวลาเรียกว่าทั้งวันก็ว่าได้ แต่ถ้ามี เคล็ดลับการทำความสะอาดบ้าน ให้ง่ายขึ้นก็คงดี เพราะจะช่วยให้ใช้เวลาในการทำความสะอาดน้อยลงวันนี้จึงได้นำ 10 เคล็ดลับการทำความสะอาดบ้าน ที่จะทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ

ทำความสะอาดบ้าน

1. การทำความสะอาดขอบหน้าต่าง ขอบประตู

การทำความสะอาดขอบหน้าต่าง ขอบประตู : ใช้ไม้พันสำลี ชุบน้ำส้มสายชู แล้วเช็ดบริเวณที่ฝุ่นเกาะ จากนั้นก็ใช้กระดาษทิชชู่ เช็ดให้สะอาดอีกทีค่ะ น้ำส้มสายชูจะช่วยให้คราบสกปรกหลุดออกง่ายขึ้น

2. ทำความสะอาดร่องยาแนว

ทำความสะอาดร่องยาแนว : น้ำยาล้างห้องน้ำ ผสมกับน้ำส้มสายชู แล้วใช้แปรงจุ่มลงไปในน้ำยาที่เราผสม จากนั้นใช้แปรงขัดบริเวณรอยต่อของกระเบื้อง หรือที่เรียกกันร่องยาแนว แล้วก็ใช้ฟองน้ำเช็ดออก (ต้องใส่ถุงมือ) แค่นี้ร่องยาแนวของคุณก็จะไม่ดำเป็นเชื้อราอีกต่อไป

3. วิธีทำความสะอาดที่นอน

วิธีทำความสะอาดที่นอน : วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกเลยค่ะ แต่ถ้าต้องการทำความสะอาดฟูกนอนที่เป็นคราบ ให้ใช้สเปรย์มะนาวฉีดไปที่คราบบนที่นอน ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วใช้ผ้าซับๆ บริเวณที่เป็นรอยแค่นี้รอยก็จะจางหายไป



บริการทำความสะอาด เคล็ดลับการ ทำความสะอาดบ้าน ที่จะทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://snss.co.th/dt_post/soft-services/

8
บำรุงรักษางานวิศวกรรม หมายถึงการจัดการให้มีการบำรุงรักษาอาคาร การตรวจสอบอาคารที่เหมาะสมสำหรับอุปกรณ์ประกอบอาคารแต่ละประเภท เหมาะสมกับระบบที่อุปกรณ์นั้นเกี่ยวข้อง และเหมาะสมกับลักษณะการใช้สอยอาคารที่ติดตั้งอุปกรณ์เหล่านั้น เลือกวิธีการบำรุงรักษาที่ให้สมรรถนะตามต้องการด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุด อุปกรณ์แต่ละประเภทอาจใช้วิธีการบำรุงรักษาที่ต่างกันตามความเหมาะสม เช่น การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน การบำรุงรักษาตามสภาพ การบำรุงรักษาหลังเกิดเหตุขัดข้อง

ตรวจสอบแผนงานการบำรุงรักษาระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร บำรุงรักษาอาคาร
รายงานผลการปฏิบัติงานการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
วิเคราะห์ปัญหาและทบทวนแผนการบำรุงรักษาฯ แก่ผู้จัดการอาคาร
1. บริการวางระบบ บำรุงรักษางานวิศวกรรม ภายในอาคาร
วางแผนการดำเนินงาน
จัดตั้งหน่วยงานดูแลบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
บริการให้ความรู้และฝึกอบรมพนักงาน
จัดทำคู่มือการทำงานและบำรุงรักษาระบบงานวิศวกรรม

2. บริการบริหารจัดการระบบบำรุงรักษางานวิศวกรรม อุปกรณ์ประกอบอาคาร
บำรุงรักษาระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร
– ดูแลและปรับปรุงประสิทธิภาพงานระบบวิศวกรรม
– จัดทำตารางตรวจสอบอุปกรณ์ประจำวัน, รายไตรมาส และรายปี ตามแผนงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
– ดูแลและปรับปรุงประสิทธิภาพของพนักงานซ่อมบำรุง
จัดทำแผนงานและงบประมาณบำรุงรักษาประจำปี
ติดตามผลและตรวจสอบ
บำรุงรักษาระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร
– จัดทำตารางตรวจสอบอุปกรณ์ประจำวัน, รายไตรมาส และรายปี ตามแผนงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
จัดทำแผนงานและงบประมาณบำรุงรักษาประจำปี


บริการจัดการอาคาร บริการ วางระบบ บริหารจัดการ บำรุงรักษา งานวิศวกรรมอุปกรณ์ประกอบอาคาร ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://snss.co.th/dt_post/technical-services/

9
จะทำยังไงดีเมื่อกลับมาจากทะเล พบว่าผิวคล้ำเสียจากการโดนแสงแดด ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ เห้อ!! อยากกลับมามีผิวขาวใสเหมือนเดิมจัง แดดเมืองไทยก็ร้อนนนน ซะเหลือเกิน ไม่ว่าจะกางร่ม ทาครีมกันแดดก็ยังเอาไม่อยู่ กลุ้ม!

ปัญหาหนักอกหนักใจของสาวๆ ที่มีสีผิวหมองคล้ำไม่สม่ำเสมอนั้นเกิดจากการเม็ดสีผิวที่ผลิตโดยเซลล์เมลาโนไซส์ ซึ่งเกิดขึ้นได้กับคนที่มีผิวขาวและผิวคล้ำ ในส่วนบริเวณผิวที่โดนแสงแดดมาก เมลาโนไซส์จะผลิตเมลานินสีเข้มมาก เพื่อเป็นเกราะป้องกันแสงแดดจึงทำให้ผิวหน้าเกิดฝ้า กระ ขึ้นมาได้ สำหรับวิธีการป้องกันการเกิด ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ดังนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด บนใบหน้า

ควรทดสอบเครื่องสำอางก่อนใช้กับใบหน้าทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดการแพ้
หยุดหรือหลีกเลี่ยงยาที่เป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ
หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด โดยเฉพาะ แสงแดดเวลา 12.00 น. – 14.00 น. ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ดีมีSPF UVAและUVB

ในสมัยก่อนการดูแลผิวของสาวๆ คือการรับวิตามินดีในช่วงเช้าที่มีแสงแดดอ่อนๆ จะช่วยทำให้สุขภาพผิวของเราดูแข็งแรง แต่เนื่องจากปัจจุบันในยุคของสังคมที่เร่งรีบ การที่ต้องตื่นแต่เช้าเผื่อมารับแสงแดดอาจทำได้ยากขึ้น เพราะแค่ย่างก้าวออกนอกบ้านในแต่ละวันก็ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนระอุ แถมยังเจอมลภาวะที่มาจากจราจร ควันจากท่อไอเสีย รวมถึงรังสีร้ายจากแสงแดดอีกด้วย จึงทำให้ผิวที่เราดูแล ทาครีมบำรุง มาแรมปีนั้นดูคล้ำเสีย หมองคล้ำได้ง่ายกว่าเดิม

“แต่จะดีไหมถ้าตอนนี้เรามีเครื่องที่ช่วยปรับผิวให้ดูสม่ำเสมอ กระจ่างใสขึ้นง่ายๆ เพียงเข้าไปในตู้ แคปซูล เพียงแค่ไม่กี่นาทีก็จะทำให้ผิวของคุณดูเปลี่ยน”

ด้วยความ ขาวใสวุฒิศักดิ์ จึงมีเครื่องที่ช่วยปรับสภาพผิวโดยมีชื่อเรียกว่า “Whitening Bodywave” วิทยาการก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจากแสงอาทิตย์ โดยมีการนำเส้นแสงสีเขียวมาใช้ ซึ่งเทคโนโลยีตัวนี้จะไม่ทำลายเซลล์ชั้นผิว ไม่มีแสง UV ที่ทำให้ผิวสาวๆ ถูกเผาไหม้อย่างแน่นอน ไม่ก่อให้เกิดมะเร็งหรือชั้นผิวหนังอ่อนแอลง


เคล็ดลับผิวเนียน ขาวใส อย่างมีออร่า  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

    

10
การยกกระชับด้วยไหม (Thread lift) เป็นการยกกระชับอีกรูปแบบหนึ่ง ด้วยการร้อยไหมละลาย

จัดเป็นกรรมวิธีใหม่ที่นำมายกกระชับหน้าที่ได้ผลดี รวดเร็ว ไม่มีผลปฏิกิริยาต่อผิวหนัง โดยมีวิธีการ คือ สอดไหม เพื่อให้ออกฤทธิ์ ไหมจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของเส้นเลือดและคอลลาเจนบริเวณใต้ผิว จึงทำให้เกิดการกรับตัวของผิวพร้อมกับการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้น ทำให้ผิวหนังตึงกระชับขึ้นทันที

HIFU โปรแกรมใหม่ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยของใบหน้าให้ตึงขึ้นได้ โดยไม่ต้องเจ็บตัว ตอบโจทย์ความงามของคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย และต้องการยกกระชับผิว มีใบหน้าเรียวขึ้น การยกกระชับใบหน้าด้วย HIFU นี้ จะทำการปล่อยพลังงานคลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง ให้ลงลึกถึงใต้ชั้นผิวหนัง ให้ผลิตเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผิวดูเต่งตึงและยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยการผลัดเซลล์ผิวเก่าออก เพิ่มกระบวนการไหลเวียนโลหิต ทำให้ผิวหนังดูสดใสและเปล่งปลั่งขึ้น

ซึ่งจะเห็นได้ว่า HIFU เป็นนวัตกรรมใหม่ ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าการร้อยไหม ที่สามารถยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยของใบหน้าให้ตึงขึ้นได้ นอกจากนั้นยังช่วยทำให้ผิวหนังดูสดใสและเปล่งปลั่งขึ้น ข้อดีของ HIFU คือ ไม่ต้องใช้ยาชา คนไข้ไม่ต้องทรมานต่อความเจ็บปวด หลังการรักษาสามารถแต่งหน้าทำกิจกรรมได้ตามปกติทันที โดยไม่มีรอยแดงหรือไหม้ ในขณะที่การร้อยไหม ต้องมีการใช้ยาชา และขณะทำจะรู้สึกเจ็บ รวมถึงมีรอยแดงช้ำ ตามแนวเข็มที่ใช้ ดังนั้น HIFU จึงเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยของใบหน้าและยังกลัวการใช้เข็ม



Hifu เป็นนวัตกรรมใหม่ กับ การร้อยไหม เทียบเท่ากันอย่างไร ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

11
หม้อสำหรับทำอาหารประเภทต้ม จำเป็นสำหรับการทำอาหารแบบไทยๆ การทำอาหารกินเองช่วยประหยัดรายจ่ายอย่างมาก เพราะไม่ ต้องจ่ายกำไรให้แม่ครัว อาหารง่ายๆ อย่างต้มจืด ต้มมาม่าใส่ไข่ ใส่ผัก สุกี้ ฯลฯ ทำกินเองต้นทุนไม่กี่สิบบาท หากมีอุปกรณ์ทำครัวครบๆ เวลาหิวก็จะไม่ลำบาก ประหยัด สะอาด

ในการทำอาหาร หม้อเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็น สำหรับทำอาหารประเภทต้มทั้งหลาย แต่ส่วนใหญ่เราจะนิยมประเภทผัดและทอดกัน มากกว่า เป็นเมนูที่ทำได้ง่ายกว่าอาหารประเภทต้ม ซึ่งจะต้องมีเครื่องเทศ เครื่องปรุงที่มากกว่า การผัดหรือทอด อาหารประเภทต้มนั้น ยุ่งยากกว่า แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่การฝึกกินอยู่ที่เรียบง่าย เช่น ต้มจืด ใส่คนอก้อน ผัก กระเทียม เกลือน้ำตาล เนื้อ ผัก ก็ครบองค์ประกอบหรือ เมนูง่ายๆ อย่างมาม่า หากมีหม้อก็จะแต่งเติมให้อร่อยกว่าปกติได้ไม่ยาก เช่น ใส่ไข่ ผัก หรืออื่นๆ ทำอะไรได้มากกว่า มาม่าคับอย่างแน่ นอน รองจากระทะ เพราะเรา

หม้อมีหลายประเภท สำหรับมือใหม่ฝึกทำครัว คนโสด อยู่หอพัก หากต้องเลือกหม้อเพียงแบบใดแบบหนึ่งแบบเดียว หม้อเสตนเล สเป็นทางเลือกที่เป็นกลางที่สุด เลือกหม้อดีๆ สักใบ เน้นที่มีความหนา เพื่อให้เก็บความร้อนได้ดี และเลือกขนาดใหญ่สักหน่อย เผื่อใช้ งานอื่นนอกเหนือจากใช้ต้ม ใช้แทนกระทะได้ด้วย เช่น หม้อแบบนี้ ใช้ทอด ทำไขเจียวก็ได้ แต่ต้องควบคุมไฟให้ดี ไม่เช่นนั้นไหม้ พราะ นำความร้อนได้ดีกว่ากระทะเหล็ก ใช้ใบเดียวเป็นทั้งหม้อและกระทะในตัวก็คุ้ม ไม่ต้องพกหลายไบ เหมาะสำหรับคนโสด

หม้ออลูมิเนียม เป็นหม้อที่เราจะเห็นกันตามบ้านส่วนใหญ่นั่นเอง โดยเฉพาะในต่างจังหวัด และวัด หากอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ จำ เป็นต้องมีหม้อหลายขนาด แต่สำหรับคนโสด ชาวหอ เลือกเลือกแบบใดแบบหนึ่ง ไม่ให้มากเกินไป จะสร้างภาระหากต้องย้ายบ่อยๆ หม้ออลูมิเนียมนำความร้อนได้ดี แต่ก็คายความร้อนเร็ว เหมาะสำหรับไว้ต้มน้ำ เพราะไม่เปลืองแก๊สหรือนิยมใช้เป็นหม้อหุงข้าวไฟฟ้า เพราะนำความร้อนเร็ว ไม่เปลืองไฟ

ขนาดของหม้อเลือกจะเลือกขนาดเท่าไร ก็คงจะอยู่ที่สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคน จำนวนสมาชิกในครอบครัว บทความนี้แนะนำ สำหรับคนโสด หรือซื้อไว้เผื่อออกแคมปิ้งเท่านั้น การเลือกหม้อที่มีขนาดกว้างไม่น้อยกว่า 20 ซม. นอกจากไว้ต้มแล้ว ก็ยังไว้ทำหน้าที่ แทนกระทะได้อีกด้วย ทำเมนง่ายๆ อย่างเจียวไข่ หรือผัดผัก ก็ไม่ต้องกลัวว่า ผักจะกระโดดหนี ไม่ต้องซื้อกระทะเพิ่มก็ยังได้


วิธีการเลือกซื้อ เครื่องครัว หม้อสำหรับทำอาหารประเภทต้ม ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/เครื่องครัว/

12
เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว การจินตนาการว่าตัวเองผอมแทบพังครืน จะปฏิเสธก็ไม่กล้าเพราะกลัวเสียน้ำใจเพื่อน อีกด้านก็กลัวว่าลดน้ำหนักได้ตั้งหลายวันแล้ว จะมาเสียเรื่องเพียงวันเดียวได้อย่างไร

ร้านอาหาร ภัตตาคาร

หลายคนคงคิดว่าการทานอาหารนอกบ้าน ตามร้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตามโรงแรม ร้านอาหาร ร้านข้าวข้างทาง ล้วนแต่เป็นตัวการทำให้อ้วนทั้งนั้น ยิ่งอาหารบุฟเฟต์แล้วล่ะก็ ความงกบังเกิด ต้องกินให้คุ้มที่สุด

แต่ถ้าปฏิเสธเพื่อนแสนรัก ครอบครัวแสนดี ว่าไม่ไปด้วยนะ ฉันกำลังลดน้ำหนักอยู่ ก็เกรงว่าจะเป็นการเสียน้ำใจ หรือถ้าเป็นญาติผู้ใหญ่ชวนก็จะกลายเป็นว่าเสียมรรยาทแทน

บางครั้งเราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่วิธีการแก้ปัญหาเมื่อต้องไปทานข้าวนอกบ้านตอนลดน้ำหนักนั้นก็เป็นเรื่องง่ายๆ แถมถ้าคิดบวกว่าได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้ไปนั่งคุยกับเพื่อน ญาติพี่น้อง ก็ได้ช่วยบรรเทาความเครียดจากการลดน้ำหนักได้อีกทางหนึ่ง

ต่อไปนี้จะเป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆสำหรับการไปทานอาหารนอกบ้านตอนไดเอต

1. บอกเพื่อน ๆ ไว้ก่อนว่าลดน้ำหนักอยู่
สิ่งแรกที่ควรทำคือ บอกคนที่มาชวนเราว่าเราลดน้ำหนักอยู่นะ ทำให้เขาเตรียมใจไว้ว่าควรจะปฏิบัติต่อเราอย่างไร รวมถึงเราอาจได้กำลังใจเพิ่มขึ้นก็ได้

2. อาหารไม่ได้มีแค่อยู่ในเมนู

อย่าลืมไปว่า เมนูในร้านอาหารนั้นบางครั้งเจ้าของร้านก็เลือกแต่เมนูจานเด็ดเอาไว้ หรือเป็นอาหารที่คนส่วนใหญ่มักจะสั่ง เลยทำให้อาหารเหล่านี้อาจไม่ค่อยเหมาะกับคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่เท่าไร

แต่อย่าลืมว่า พ่อครัวแม่ครัวก็สามารถทำตามใจคุณได้เช่นกัน คุณอาจจะสั่งอาหารนอกเมนู อาจสั่งเป็นอาหารที่คุณเคยทานที่บ้านในช่วงที่ลดน้ำหนัก หรือไม่ก็ถามเลยว่าที่ร้านมีอาหารสำหรับคนลดน้ำหนักบ้างไหม

แต่ข้อนี้อาจจะทำได้ยากหน่อย ถ้าร้านที่คุณไปนั่งเป็นร้านพวกฟาสต์ฟูดส์ ที่ไม่สามารถสั่งนอกเมนูได้

ถ้าทำข้อนี้ไม่ได้ ไปดูข้อต่อไปกัน

3. สั่งอาหารที่คิดว่าเหมาะกับการลดน้ำหนักมากที่สุด
ลองเปิดเมนูอาหารซ้ำไปซ้ำมา ค่อยๆพิจารณาทีละจานว่าแต่ละจานใช้ส่วนประกอบอะไรบ้าง มีน้ำมันเยอะไหม มีแป้งเยอะ
ไหม ใช้เนื้อส่วนไหน (ติดมันไม่ติดมัน) เพราะบางครั้งการพิจารณาส่วนประกอบของอาหารก็ช่วยเราลดแคลอรี่ได้

แนวทางในข้อนี้ คือ

พยายามเลือกอาหารที่ปรุงด้วยวิธีต้มและนึ่ง
หลีกเลี่ยงอาหารผัด อาหารทอด หรือแกงกะทิ
เลือกจานอาหารที่มีผักเยอะๆ
เลือกเมนูที่คิดว่าแป้งน้อย หรือเมนูที่ใช้ธัญพืชเป็นส่วนประกอบได้ยิ่งดี
อย่าเลือกตามเพื่อน ใช้แนวทางของตนเอง
เลือกเนื้อปลาแทนเนื้อหมูและเนื้อไก่
หลีกเลี่ยงอาหารทะเล เช่น หมึก กุ้ง เพราะมีคอเลสเตอรอลสูง
4. พยายามปิดหู ปิดตา
บ่อยครั้งที่เจ้าเพื่อนของคุณมักจะสั่งอาหารแนะนำของร้าน ถ้าเป็นอาหารจานเดียวจานใครจานมัน เช่น สเต็ก ก็ยังไม่ค่อยมีผลต่อเราเท่าไร แต่ถ้าเป็นร้านอาหารไทย ที่มักสั่งอาหารเป็นกับข้าวแล้วทานด้วยกัน อันนี้น่าเป็นห่วง เพราะคุณจะเผลอทานอาหารที่ไม่เหมาะกับการลดน้ำหนักเท่าไร

นอกจากนี้อาจต้องปิดตาไม่มองไปที่โฆษณาที่อาจวางอยู่บนโต๊ะข้างหน้าคุณ เช่น

เนื้อไก่อบพริกไทยสูตรใหม่ รสเด็ด สั่งเลย
เนื้อวัวชั้นดีจากเกาหลี
ข้าวผัดมันกุ้งรสเด็ด
ขาหมูเยอรมันลดราคา 30%
ไก่ทอดรสเด็ด กรอบนอกนุ่มใน
พิซซ่า ซื้อ 1 แถมอีก 1
แนวทางในข้อนี้ คือ


อาหารลดน้ำหนัก จะลดน้ำหนัก แต่ต้องไปทานอาหารนอกบ้าน ทำอย่างไรดี ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/อาหารลดน้ำหนัก/

13
นํ้าหมักชีวภาพ คือ น้ำหมักชีวภาพที่ได้จากการหมักเศษซากพืช ซากสัตว์ หรือสารอินทรีย์ชนิดต่างๆ ที่หาได้ในท้องถิ่นด้วยจุลินทรีย์จำเพาะ ซึ่งอาจหมักร่วมกับกากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง


กระบวนการหมักของน้ำหมักชีวภาพจะเกิดจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ด้วยจุลินทรีย์ โดยใช้กากน้ำตาล และน้ำตาลจากสารอินทรีย์เป็นแหล่งพลังงาน แบ่งเป็น 2 แบบ คือ

1. การหมักแบบต้องการออกซิเจน เป็นการหมักด้วยจุลินทรีย์ชนิดที่ต้องการออกซิเจนสำหรับกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ เพื่อสร้างเป็นพลังงาน และอาหารให้แก่เซลล์ การหมักชนิดนี้จะเกิดน้อยในกระบวนการหมักน้ำหมักชีวภาพ และมักเกิดในช่วงแรกของการหมัก แต่เมื่อออกซิเจนในน้ำ และอากาศหมด จุลินทรีย์แบบใช้ออกซิเจนจะลดน้อยลง และหมดไปจนเหลือเฉพาะการหมักจากจุลินทรีย์แบบไม่ใช้ออกซิเจน

2. การหมักแบบไม่ต้องการออกซิเจน เป็นการหมักด้วยจุลินทรีย์ชนิดที่ไม่ต้องการออกซิเจนสำหรับกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ เพื่อสร้างเป็นพลังงาน และอาหารให้แก่เซลล์ การหมักชนิดนี้จะเกิดเป็นส่วนใหญ่ในกระบวนการหมักน้ำหมักชีวภาพ ผลิตภัณฑ์ที่ได้คือ คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ส่วนพวกเมอเคปเทนและก๊าซซัลไฟด์ปล่อยออกมาเล็กน้อย

น้ำหมักชีวภาพ

ชนิดของน้ำหมักชีวภาพ
น้ำหมักชีวภาพแบ่งตามประเภทวัตถุดิบที่ใช้หมัก 3 ชนิด คือ
1. น้ำหมักชีวภาพจากพืช แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
– ชนิดที่ใช้ผัก และเศษพืช เป็นน้ำหมักที่ได้จากเศษพืช เศษผักจากแปลงเกษตรหลังการเก็บ และคัดแยกผลผลิต น้ำหมักที่ได้มีลักษณะเป็นน้ำข้นสีน้ำตาล มีกลิ่นหอม ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน กรดอะมิโน กรดแลคติค และฮอร์โมนเอนไซม์
– ชนิดที่ใช้ขยะเปียก เป็นน้ำหมักที่ได้จากขยะในครัวเรือน เช่น เศษอาหาร เศษผักผลไม้ น้ำหมักที่ได้มีลักษณะข้นสีน้ำตาลจางกว่าชนิดแรก และมีกลิ่นหอมน้อยกว่า บางครั้งอาจมีกลิ่นเหม็นบ้างเล็กน้อย ต้องใช้กากน้ำตาลเป็นส่วนผสม

2. น้ำหมักชีวภาพจากสัตว์ เป็นน้ำหมักที่ได้จากเศษเนื้อต่างๆ เช่น เนื้อปลา เนื้อหอย เป็นต้น น้ำหมักที่ได้จะมีสีน้ำตาลเข้ม มักมีกลิ่นเหม็นมากกว่าน้ำหมักที่ได้จากวัตถุหมักอื่น ต้องใช้กากน้ำตาลเป็นส่วนผสม

3. น้ำหมักชีวภาพผสม เป็นน้ำหมักที่ได้จาการหมักพืช และเนื้อสัตว์รวมกัน ส่วนมากมักเป็นแหล่งที่ได้จากเศษอาหารในครัวเรือนเป็นหลัก

ประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพ
1. ด้านการเกษตร
– ใช้ฉีดพ่นหรือเติมในดินหรือน้ำ ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง ในดิน และน้ำ
– ใช้เติมในดิน ช่วยปรับสภาพโครงสร้างของดิน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี และช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ในดิน และน้ำ
– ช่วยเพิ่มอัตราการย่อยสลายสารอินทรีย์ในดิน และน้ำ
– ใช้รดต้นพืชหรือแช่เมล็ดพันธุ์ ท่อนพันธุ์เพื่อเร่งการเกิดราก และการเจริญเติบโตของพืช
– เป็นสารที่ทำหน้าที่เหมือนฮอร์โมนพืช กระตุ้นการเกิดราก และการเจริญเติบโต ทำให้ผลผลิต และคุณภาพสูงขึ้น
– ใช้ฉีดพ่นในแปลงเกษตร ช่วยต้านแมลงศัตรูพืช และลดจำนวนแมลงศัตรูพืช
– ใช้ฉีดพ่นในแปลงผัก ผลไม้ หรือผลผลิตต่างๆ เพื่อป้องกันการทำลายผลผลิตของแมลง


จุลินทรีย์ชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพที่ได้จากการหมักเศษซากพืช ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/จุลินทรีย์ชีวภาพ/

14
 วันหยุดนี้ต้องจัดสักจาน กับเมนูผัดไข่เค็ม สูตรอาหารไทยกลิ่นหอมอร่อยครบรสหวานมันเค็ม จะทำเป็นเมนูกับข้าวหรืออาหารจานเดียวก็ดีงาม
         เมนูยำไข่เค็มก็กินจนเอียนแล้ว ลองเปลี่ยนมาทำเมนูไข่เค็มอื่น ๆ บ้างดีไหม โดยเฉพาะเมนูผัดไข่เค็มอร่อย ๆ สำหรับวันหยุดนี้ ขอนำเสนอวิธีทำเมนูผัดไข่เค็ม เช่น ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ข้าวผัดน้ำพริกเผากุ้งเสียบ-ไข่เค็ม ปลาหมึกผัดไข่เค็ม หมูสับผัดไข่เค็ม เป็นต้น บอกเลยว่าควรทำตามอย่างแรง

1. ปลาหมึกผัดไข่เค็ม

          เปิดกันด้วยเมนูผัดไข่เค็มสุดฮิตนั่นคือ เมนูปลาหมึกผัดไข่เค็ม สูตรนี้ไม่ใส่ผักอะไรลงไปผัดเลย ใครอยากกินปลาหมึกเน้น ๆ ทำตามได้เลยค่ะ
ส่วนผสม ปลาหมึกผัดไข่เค็ม
ปลาหมึก
ไข่แดงเค็ม 4 ฟอง
ซีอิ๊วขาว
ซอสปรุงรส
น้ำตาลทราย
ผงปรุงรส
น้ำมันพืช (สำหรับผัด)

วิธีทำปลาหมึกผัดไข่เค็ม

ผสมไข่แดงกับซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย และรสดี บี้ไข่แดงให้ละลาย ถ้าเป็นไข่เค็มใหม่ สีของไข่แดงจะแดงสวย ไข่เก่าออกเหลืองคล้ำอาจจะดูไม่น่ากินนัก

ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันนิดหน่อย เอาไข่ลงไปผัด ใส่หมึกตามลงไป เร่งไฟ พอหมึกเห็นไฟก็ทำท่าสุก อย่าปล่อยให้หมึกสุกเกิน เพราะจะเหนียว เคี้ยวไม่อร่อย สังเกตดูพอหมึกเริ่มพองก็ใช้ได้ ตักใส่จาน



เมนูอาหาร ผัดไข่เค็ม สูตรกับข้าวหอมอร่อยฟินได้ทุกมื้อ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/

15
หลายคนคงถ่ายรูปหรือโหลดรูปเก็บไว้ในมือถือไม่น้อย ซึ่งอาจทำให้เม็มเต็มได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง และเมื่อถึงตอนนั้น เราก็ต้องย้ายรูปทั้งหมดหรือบางรูปลงคอมพิวเตอร์เพื่อเคลียร์เม็ม ซึ่งวิธีการย้ายนั้นก็ไม่ยาก ไม่ว่าจะย้ายผ่านสายยูเอสบีหรือผ่านคลาวด์สตอเรจ และไม่ว่าเครื่องคุณจะเป็นวินโดว์ (Windows) หรือโอเอสเอ็กซ์ (OS X) สามารถทำได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนต่อไปนี้ (หมายเหตุ: บทความนี้กล่าวถึงมือถือที่ใช้ระบบแอนดรอยด์เท่านั้น)

 
วิธีการ 1.การย้ายรูปลงคอมที่ใช้วินโดว์

1.เชื่อมต่อมือถือกับคอมพิวเตอร์ผ่านสายยูเอสบี (USB). ควรต่อสายยูเอสบีกับคอมพิวเตอร์โดยตรง ไม่ผ่านยูเอสบีฮับ (USB hub)

2.ปลดล็อกหน้าจอมือถือ. มือถืออาจเชื่อมต่อกับคอมไม่ได้ถ้ายังไม่ได้ปลดล็อกหน้าจอ

3.เปิดหน้า “My Computer” หรือ “This PC”. โดยเปิดผ่านปุ่ม “Start” หรือกดปุ่ม ⌘ Win+E บนคีย์บอร์ดก็ได้

4.ดับเบิลคลิกที่ชื่อมือถือของคุณ

5.ดับเบิลคลิกที่ “Internal storage” หรือ “SD card”. ถ้าคุณมีเอสดีการ์ด (SD card) อยู่ในมือถือ รูปภาพของคุณอาจถูกเซฟไว้ในนั้น หรือไม่ก็อยู่ใน “Internal storage” ก็ได้

6.ดับเบิลคลิกที่โฟลเดอร์ “DCIM”. โฟลเดอร์นี้เป็นโฟลเดอร์ที่เก็บรูปภาพที่คุณถ่ายไว้

7.ดับเบิลคลิกที่โฟลเดอร์ “Camera”. โฟล์เดอร์นี้จะเก็บรูปที่ถ่ายผ่านแอป “Camera” และถ้าคุณใช้แอปอื่นในการถ่ายภาพด้วย เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ฯลฯ ชื่อโฟลเดอร์ที่ใช้เก็บรูปก็จะแตกต่างกันไปตามชื่อแอป



วิธีการ โอนย้ายรูปจากมือถือ (ระบบแอนดรอยด์) ลงคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/it/

หน้า: [1] 2 3 ... 11